“ถอยไปให้พ้นเขตของผม... ก่อนที่ผมจะลืมตัวว่าสุภาพบุรุษเขาปฏิบัติกับผู้หญิงที่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวอย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังหวงอาณาเขตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของไร่ศิลา กลิ่นอายของดินชื้นและไอร้อนจากเครื่องจักรกลหนักที่ยังคงระอุอยู่ในอากาศดูจะเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อสายตาคมกริบดุจมีดโกนของ 'ศิลา' ตรึงร่างของ 'พริ้มเพรา' เอาไว้กับที่
หญิงสาวในชุดเดรสสีเข้มที่ดูขัดกับสภาพแวดล้อมดิบเถื่อนของไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา ยืนนิ่งอยู่บนทางลูกรัง มือบางกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อท่องเที่ยว แต่มาเพื่อ 'ภารกิจ' ที่ไม่อาจปฏิเสธได้... แม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกกับจอมเผด็จการแห่งไร่แห่งนี้ก็ตาม
“ฉันมีเอกสารสำคัญจากเบื้องบนที่ต้องส่งถึงมือคุณศิลาโดยตรง” พริ้มเพราเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะสั่นไหวกับรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่กำยำตรงหน้า
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและเย้ยหยัน เขาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนพริ้มเพราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านแต่ดุดันของผู้ชายที่ผ่านงานหนักมาทั้งวัน เขาสูงกว่าเธอมากจนต้องแหงนหน้ามอง ความกดดันที่เขาสร้างขึ้นมันเหมือนกับกำแพงยักษ์ที่กำลังบดขยี้ลมหายใจของเธอ
“เอกสาร?” เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ “ที่นี่ไม่มีคำสั่งจากใครทั้งนั้น นอกจากคำสั่งของผม... และตอนนี้คำสั่งแรกของผมคือให้คุณไสหัวไปก่อนที่จะถูกโยนออกจากไร่ฐานบุกรุก”
มือหนาหยาบกร้านจากการจับเหล็กและควงปืนคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของหญิงสาว แรงบีบของเขานั้นหนักหน่วงและเด็ดขาด พริ้มเพรานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ในขณะเดียวกัน กระแสไฟฟ้าบางอย่างที่แล่นผ่านจุดสัมผัสกลับทำให้ร่างกายเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ มันไม่ใช่ความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือแรงดึงดูดทางสรีระที่รุนแรงจนน่าหวาดหวั่น
“คุณมันก็แค่คนเผด็จการที่เอาแต่ใจตัวเอง!” เธอตวาดกลับ ท้าทายอำนาจของเขาด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขากระชากร่างเธอเข้าไปหาอย่างแรงจนหน้าอกของหญิงสาวปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่แข็งราวกับหินผา กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอโชยเข้าจมูกชายหนุ่ม เขาชะงักไปชั่วครู่ แววตาเย็นชาคู่นั้นวูบไหวราวกับเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นในเหมืองร้าง
“อยากลองดีนักใช่ไหม?” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมจนกลายเป็นเสียงแหบพร่าที่ชวนให้วาบหวาม “ในเมื่อคุณเลือกที่จะเอาตัวมาแลกกับภารกิจ... ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
ศิลาออกแรงลากร่างที่ขัดขืนไปตามทางเดินมุ่งสู่บ้านพักหลังใหญ่กลางไร่ พริ้มเพราพยายามขืนตัวไว้แต่ก็ไร้ผล แรงบุรุษของเขานั้นมหาศาลเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว ทุกก้าวย่างที่เขาลากเธอไปนั้น ราวกับเป็นการต้อนเธอเข้าสู่กรงขังที่ไม่มีทางออก สัญชาตญาณเอาตัวรอดในตัวพริ้มเพรากรีดร้องบอกให้เธอหนี แต่สายตาของศิลาที่มองมานั้นกลับตรึงเธอไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
เมื่อถึงหน้าประตูบ้านพักที่ทำจากไม้สักเก่าแก่และแข็งแกร่ง เขาก็ผลักร่างเธอเข้าไปข้างในอย่างไม่เบามือ ก่อนจะเตะประตูให้ปิดลงดังปัง!
ความมืดสลัวภายในห้องโถงมีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่วูบไหว ศิลาไม่รอช้า เขาต้อนเธอจนมุมจนหลังของพริ้มเพราชนเข้ากับผนังไม้ที่เย็นเยียบ ก่อนที่เขาจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
ใบหน้าของเขาก้มลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้มเนียน พริ้มเพราเม้มปากแน่น หลับตาลงด้วยความตื่นตระหนกที่แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่ยากจะปิดกั้น
“คุณกล้าดียังไงถึงคิดว่าจะทำภารกิจสำเร็จในเมื่อคุณยังไม่รู้เลยว่า... การได้ตัวผมมานั้น ต้องแลกด้วยอะไร” ศิลาใช้นิ้วชี้เชยคางเธอขึ้นมาให้สบตากัน แววตาของเขาที่เคยดุดัน บัดนี้กลับฉายแววหิวกระหายบางอย่างที่น่ากลัวและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
เขาลดมือลงมาแตะที่ลำคอระหง ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ก่อนจะไล้ลงมาตามกระดูกไหปลาร้า พริ้มเพราสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสร้อนแรงของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้ามา
“ตอบสิ... คนสวย” เขากระซิบชิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอ “คุณยอมตาย หรือจะยอม 'ถูกกลืนกิน' เพื่อให้ภารกิจนี้จบลงในแบบที่ผมพอใจ”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอเอาไว้ พริ้มเพราลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความท้าทาย ทั้งที่ในใจกำลังเต้นแรงราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่านี่คือก้าวแรกของการเดินลงสู่หุบเหวแห่งเสน่หาที่ไม่อาจหวนกลับ
และในจังหวะที่มือหนากำลังจะกระชากชุดของเธอให้พ้นทาง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยความร้อนรน...
“นายครับ! พวกมันมาแล้ว... ไอ้พวกนั้นตามกลิ่นมาจนถึงหน้าไร่แล้วครับ!”
ศิลาชะงักไปทันที สายตาที่เคยจดจ่อกับเหยื่อตรงหน้าเปลี่ยนเป็นความดุดันเลือดเย็น เขาสบตาพริ้มเพราก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเธออย่างรุนแรงและเย็นชา
“อยู่นี่... อย่าให้ผมต้องกลับมาจัดการคุณเองหลังจากที่ผมจัดการพวกสวะพวกนั้นเสร็จ”
เขาหมุนตัวกลับ คว้าปืนไรเฟิลข้างฝาผนังแล้วกระชากเปิดประตูออกไป ทิ้งให้พริ้มเพรายืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน... และเธอก็รู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่า เธอกำลังก้าวเข้าสู่เกมที่ใหญ่กว่าภารกิจลับที่ได้รับมอบหมายมาหลายเท่านัก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในไร่ศิลาแห่งนี้ครับ ธานินทร์แดนเถื่อน
วิศวกรหน้าตายกับสายล่อฟ้าตัวแสบ•ตอนที่ 1
ผู้บุกรุกไร่ศิลา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหน้าตายกับสายล่อฟ้าตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
