หมากกระดานสุดท้ายกับมัจจุราชย้อนทิศ•ตอนที่ 2

หมากตัวแรกบนกระดานเก่า

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอินเจินลอยวนอยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ทว่าสำหรับรวินทร์แล้ว กลิ่นอละอองไอน้ำเหล่านั้นมิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่เป็นกลิ่นอายของความตายที่เพิ่งคืบคลานผ่านพ้นไปเมื่อชาติภพก่อน นิ้วเรียวยาวดั่งลำหญ้าคาภายใต้ร่มผ้าเนื้อดีชะงักค้างอยู่เหนือขอบถ้วย ดวงตาสีนิลคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องหนังสือประจำตระกูลอัครบดินทร์ แสงเทียนสีส้มสลัวสาดกระทบภาพวาดภูเขาหมอกบนผนัง ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม ราวกับเวลาถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะตราตรึง แต่วิญญาณที่สถิตอยู่ภายในร่างนี้มิใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว "คุณชายรอง... ท่านหมอหลวงจัดยาเทียบใหม่มาให้แล้วขอรับ บอกว่าช่วงนี้ท่านตรากตรำกับการสอบขุนนางมากเกินไป ชีพจรจึงไม่ค่อยสม่ำเสมอ" เสียงของ 'สิน' บ่าวรับฝาทีความภักดีดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับถาดไม้ที่วางยาต้มสีดำสนิทส่งกลิ่นฉุนกึก รวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุนไพรเทียบนี้มิใช่ยาบำรุง แต่เป็น "ยาอัสดง" ช้าๆ ที่ถูกส่งมาตามคำสั่งลับของพันธกานต์ ราชสีห์ เพื่อทำให้เขาค่อยๆ สูญเสียสมาธิ มือไม้สั่นเทาจนไม่สามารถเขียนฎีกาถวายฎีกาได้ทันท่วงทีในอีกสามเดือนให้หลัง รวินทร์แค่นยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบเสียจนบ่าวสนิทอย่างสินถึงกับผวาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เอาไปเททิ้งเสีย" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตเอ่ยขึ้น "อะ... แต่ว่าท่านหมอสั่งว่า..." "ข้าบอกว่าให้เททิ้ง" รวินทร์หันกลับมามองบ่าวสนิทเต็มตา แววตาคู่นั้นลึกล้ำดึงดูดและกดดันจนสินต้องรีบก้มหน้าหลบ "นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ยาใดๆ ที่ผ่านเข้ามาในเรือนหลังนี้ หากข้าไม่ได้เป็นคนตรวจดูด้วยตนเอง ห้ามมิให้ผู้ใดกรอกลงคอข้าเป็นอันขาด... อีกอย่าง เจ้าจงไปบอกพ่อบ้านว่า ข้าจะไม่ออกไปร่วมวงสนทนากับพวกคุณชายใหญ่ที่ศาลาริมน้ำในยามบ่ายนี้ แจ้งว่าข้าปวดศีรษะ อาการกำเริบ" สินรับคำด้วยความงุนงงระคนหวาดหวั่น แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายรองผู้เคยอ่อนโยนและยอมคนมาตลอดจึงเปลี่ยนท่าทีไปราวกับคนละคน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางนั้นทำให้เขาไม่กล้าซักไซ้แม้แต่คำเดียว รวินทร์ลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักลายเมฆสีเงินไหววูบตามจังหวะการก้าวเดิน เขาเดินไปเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งออกรับลมยามค่ำคืน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมเดิม มิใช่เพียงแค่การปฏิเสธยาพิษถ้วยนั้น แต่คือการรื้อถอนรากฐานทุกอย่างที่พันธกานต์เคยใช้เป็นเครื่องมือบดขยี้เขา ในชาติก่อน เขามุ่งมั่นอ่านตำราสอบจอหงวนเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตระกูล จนกลายเป็นเป้าหมายความอิจฉาริษยาและถูกโยนลงไปในวังวนการแย่งชิงอำนาจอย่างไร้ทางสู้ แต่ในชาตินี้... เขามีแผนการที่แยบยลกว่านั้น การสอบขุนนางในอีกสามเดือนข้างหน้า เขายังคงต้องสอบ และต้องสอบให้ได้เป็นที่หนึ่งเพื่อดึงดูดสายตาจากเบื้องสูง ทว่าเนื้อหาในฎีกาที่เขาจะเขียนถวาย จะมิใช่บทความวิชาการที่แข็งกระด้างอีกต่อไป แต่จะเป็น "ยุทธศาสตร์การค้าเกลือหลวง" ที่จะไปตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นฐานอำนาจหลักของพันธกานต์ ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้งดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยยามค่ำเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เวลาที่ผู้ใดสมควรมาเยือนเรือนพักส่วนตัว "คุณชายรองเจ้าคะ... นายใหญ่ให้มาตามตัวไปที่ห้องโถงใหญ่ด่วนเจ้าคะ" เสียงของสาวใช้ประจำตัวมารดาเอ่ยลอดผ่านบานประตู น้ำเสียงสั่นเครือราวกับกำลังหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุดขีด "มี... มีแขกผู้สูงศักดิ์เดินทางมาเยือนกะทันหัน และท่านต้องการพบท่านโดยเฉพาะเจ้าคะ" รวินทร์นิ่งงัน หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ แขกผู้สูงศักดิ์ในยามวิกาลเช่นนี้... ในความทรงจำเดิมของเขา เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! นี่คือรอยแยกแรกบนเส้นเวลาที่เขาเพิ่งลงมือแก้ไข หรือมันคือกับดักครั้งใหม่ที่มัจจุราชตระเตรียมไว้รอรับเขากันแน่ เขาก้าวช้าๆ ไปส่องกระจกทองเหลือง สำรวจความเรียบร้อยของอาภรณ์บนร่าง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็ง ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" เมื่อประตูห้องโถงใหญ่ถูกผลักออกเปิดกว้าง แสงไฟจากโคมระย้าด้านในสาดส่องลงมาสะท้อนร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ห้าเล็บ บุรุษผู้มีใบหน้าคมคายหล่อเหลาดั่งเทพเซียนแต่นัยน์ตากลับเย็นชาดั่งหุบเขาหิมะกำลังนั่งจิบชาอยู่อย่างสบายใจบนเก้าอี้ประธาน พันธกานต์ ราชสีห์... เหตุใดท่านจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงครึ่งปีเต็มเช่นนี้! ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับรวินทร์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายลึกล้ำและอันตรายจนชวนให้ขนลุกเกรียว "ได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลอัครบดินทร์สุขภาพไม่สู้ดีนัก ปรารถนาจะมาเยี่ยมเยียนเพื่อดูให้แน่ใจด้วยตาตนเอง... หวังว่าเราคงไม่ได้มารบกวนเวลาพักผ่อนอันมีค่าของท่านหรอหนа..." พันธกานต์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่กลับกดดันคนฟังจนแทบสิ้นลมหายใจ หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจรี้ดทุกท่านนะคะ มนตรากรรมสะท้อนตั้งใจถ่ายทอดทุกตัวอักษรเพื่อมอบอรรถรสให้แก่ทุกคนค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับมัจจุราชย้อนทิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%