กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต•ตอนที่ 15

ค่ายกลสะท้านฟ้า

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
เสียงกลองศึกจากแคว้นเหนือที่ดังกระหึ่มราวกับเสียงคำรามของพญามาร หาได้สั่นคลอนความนิ่งสงบภายในกระโจมบัญชาการแม้แต่น้อย ไป๋จินฮุ่ยปักปิ่นหยกขาวลงบนมวยผมเรียบเรื่อย สายตาคู่คมกวาดมองแผนผังภูมิประเทศบนโต๊ะไม้กฤษณาอย่างพินิจพิจารณา ทุกเส้นสายที่นางลากผ่านด้วยพู่กันขนกระต่ายป่า ล้วนเป็นหมากกลที่ถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าอย่างแยབยลจนน่าขนลุก "รายงาน! กองทัพหน้าของแม่ทัพอวี้เหวินบุกทะลวงเข้ามาถึงแนวปะทะที่สามแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงทหารรายงานดังลอดเข้ามา น้ำเสียงเจือความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ทว่าสตรีผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น นางเพียงยกจานหมึกขึ้นแต้มปลายพู่กันอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังกังวานก้องทั่วกระโจม "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามา... ประตูทิศเหนือเปิดออกแล้วหรือยัง" "กราบเรียนกุนซือ... ตามบัญชาท่าน ประตูทิศเหนือเปิดโล่งอย่างไร้การป้องกัน ศัตรูกำลังกรูกันเข้ามาดั่งคลื่นเห B" ทหารายงานด้วยความกังวลระคนไม่เข้าใจ ไป๋จินฮุ่ยยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางเหมันตฤดู ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนผู้พบเห็นต้องหนีบสันหลังวาบ "ดี ให้พวกมันลิ้มรสชาติของการเดินเข้าสู่ปากเหวด้วยความฮึกเหิมเสียบ้าง" ณ เบื้องนอก ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เคยราบเรียบ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนแห่งมรณะ แม่ทัพอวี้เหวิน มגיทัพผู้เกรียงไกรแห่งแดนเหนือ ควบม้าศึกสีดำสนิทนำกองทัพนับหมื่นพุ่งทะยานเข้าสู่ช่องแคบภูเขาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นว่าค่ายกลของฝ่ายตรงข้ามเปิดช่องว่างมหาศาล เขาก็หัวร่อลั่นด้วยความฮึกเหิม คิดว่าศัตรูคงขลาดกลัวจนเสียกระบวน "ฮ่าๆๆ! ไป๋จินฮุ่ยอันลือชื่อ ที่แท้ก็เป็นเพียงสตรีที่เก่งแต่ชื่อเสียง! กองทัพโลหิตของชินอ๋องคงใกล้จะสิ้นชื่อแล้วกระมัง บุกเข้าไป! เหยียบย่ำค่ายของพวกมันให้ราบคาบ!" สิ้นเสียงคำรามของอวี้เหวิน กองทัพหน้านับพันพุ่งทะยานผ่านแนวหินผาเข้าสู่หุบเขากลาง ทว่า... พริบตาต่อมา เสียงคำรามของม้าศึกและเสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเหิมกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง พื้นดินที่เคยแข็งแกร่งพลันยุบตัวลงกลายเป็นหลุมพรางขนาดยักษ์ที่ถูกอำพรางด้วยเถาวัลย์และหญ้าสด หอกโลหะเคลือบยาพิษนับพันพุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดินราวกับกอไผ่ที่ผุดขึ้นหลังฝนตก ร่างของทหารม้าและม้าศึกนับร้อยถูกเสียบทะลุในพริบตา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ ไม่เพียงเท่านั้น กระแสลมที่พัดผ่านช่องเขาซึ่งเคยสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นทิศทางลมพิสดาร ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากหุบเขาทั้งสี่ด้าน มันคือควันพิษไร้สีที่ผสมจากสมุนไพรโบราณ ทหารแดนเหนือที่สูดดมเข้าไปต่างล้มฟุบลงชักดิ้นชักงอกระอ่วนเลือดสีดำ ทัพหน้าที่เคยเกรียงไกรกลับแตกพ่ายไม่เป็นกระบวนท่าภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป บนยอดผาสูงชัน หลี่มู่เฉิน ชินอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิตยืนสง่านิ่งอยู่ในชุดเกราะดำสนิท ทอดพระเนตรมองฉากความพินาศของศัตรูเบื้องล่างด้วยแววตาดุจพญามัชจุราช ไร้ซึ่งความรู้สึกเวทนาใดๆ มีเพียงความลุ่มลึกและประกายแห่งความชื่นชมที่ฉายวาบในดวงเนตรคมกริบเมื่อเหลือบมองไปยังกระโจมบัญชาการเบื้องล่าง พระองค์ทรงรู้ดีว่า สตรีผู้กุมมันสมองของกองทัพในเวลานี้ มิได้ใช้เพียงแค่ตำราพิชัยสงคราม หากแต่นางใช้จิตวิทยาและความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์มาถักทอเป็น "ค่ายกลสะท้านฟ้า" ที่ไร้ผู้ต่อต้าน ณ เบื้องล่าง แม่ทัพอวี้เหวินที่รอดชีวิตจากการตกหลุมพรางเพราะม้าศึกคู่ใจยอมสละชีพรับคมหอกแทน ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัวจนถึงขั้วหัวใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองตามแนวหินผา เขากลับพบว่าธงประจำกองทัพของตนถูกสับเปลี่ยนเป็นธงสีขาวปักอักษร "ไป๋" โบกสะบัดเย้ยหยันกลางสายลม "นี่... นี่มันค่ายกลอันใดกัน..." อวี้เหวินพึมพำด้วยริมฝีปากสั่นเทา ความฮึกเหิมทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหนาวเหน็บที่เกาะกุมไปถึงกระดูกดำ ในขณะเดียวกัน ภายในกระโจมบัญชาการ ไป๋จินฮุ่ยค่อยๆ วางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล นางเงยหน้าขึ้นสบตากับทหารสื่อสารที่วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม "กุนซือ... แม่ทัพอวี้เหวินถอยทัพไม่เป็นท่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ! แต่... แต่ทว่า..." ทหารผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มีม้าเร็วจากเมืองหลวง... นำพระราชโองการลับสุดยอดมาส่งถึงท่านอ๋องและท่านกุนซือพ่ะย่ะค่ะ!" ไป๋จินฮุ่ยมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงปัดชายเสื้อคลุมเบาๆ แววตาคู่คมฉายประกายลึกล้ำราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดล่วงหน้าอยู่แล้ว ทันใดนั้น ผ้าม่านกระโจมถูกสะบัดเปิดออกด้วยแรงลมอันรุนแรง หลี่มู่เฉินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ในมือหนาถือม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองอร่ามที่ประทับตราหยกมังกรทอง "ดูท่า... เสด็จพี่คงไม่อาจอดทนรอให้เราชนะศึกนอกเสร็จสิ้นเสียแล้วกระมัง" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอันตราย ดวงเนตรสีนิลคู่นั้นจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดล ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์อันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกันนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%