“ทนายสมศักดิ์! คุณกำลังจะบอกว่าพินัยกรรมฉบับนี้ถูกแก้ไข... หลังจากที่พ่อของฉันเสียชีวิตไปแล้วงั้นหรือคะ?”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของ ‘คุณหญิงวรินดา’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลธนโชติ กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบห้องกลับดูไร้ความหมาย เมื่อเทียบกับกลิ่นอายความกดดันที่พุ่งเข้าใส่กัน รินรดายืนนิ่งอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบของเธอจับจ้องไปยังใบหน้าที่ซีดเผือดของทนายความสูงวัย มือเรียวบางของรินรดาเผลอกำสำรับไพ่ทาโรต์ในกระเป๋าแน่น ความรู้สึกวูบไหวผ่านเข้ามาในจิตใจเหมือนกระแสไฟฟ้าเย็นเฉียบ
‘เจ้าสัวธนินทร์’ ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่ที่หัวโต๊ะ ไม่ได้แสดงความโกรธเคืองใดๆ เขาเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของชายผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งตระกูลไว้ในอุ้งมือ
“วรินดา... ใจเย็นๆ สิลูก” เจ้าสัวธนินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังถึงกับหยุดหายใจ “ทนายสมศักดิ์เขาแค่ทำตามเจตจำนงสุดท้ายที่พ่อเคยพูดไว้กับเขาเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่แกยังบินไปใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาอยู่ที่ยุโรปโน่น”
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเธอเห็น ‘ละอองสีดำ’ เต้นระริกอยู่รอบๆ ตัวเจ้าสัวธนินทร์ มันไม่ใช่ละอองฝุ่น แต่มันคือไออาคมที่หนาแน่นจนน่าสะอิดสะเอียน เธอจำคำพูดจากบทสนทนาที่เพิ่งผ่านพ้นไปก่อนเข้าห้องนี้ได้ดี—เสียงกระซิบที่ว่า *“ในที่สุด... ก็ได้พบกันสักทีนะ แม่หมอผู้ไร้เดียงสา”* ยังคงก้องอยู่ในหู
“ฉันไม่เชื่อ! พ่อทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้องค์กรการกุศลและหลานสาวที่ยังไม่เคยปรากฏตัว นั่นมันข้ออ้างของพวกฉ้อโกงชัดๆ!” คุณหญิงวรินดาทุบโต๊ะสนั่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพงวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น
“ใจเย็นก่อนครับคุณหญิง” ร้อยตำรวจเอกอัศวินแทรกตัวขึ้นจากมุมห้อง นายตำรวจหนุ่มขยับเนกไทอย่างอึดอัด เขามาที่นี่ในฐานะคนกลางที่ถูกเชิญมาร่วมเป็นพยานตามคำขอของทนายความ “เรามาที่นี่เพื่ออ่านความจริง ไม่ใช่เพื่อเปิดสงคราม โปรดให้ทนายอ่านเนื้อหาในส่วนที่เหลือให้จบก่อนเถิดครับ”
ทนายสมศักดิ์สูดหายใจเข้าลึก มือที่สั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมา “...และด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้า นายธนา ธนโชติ จึงขอส่งมอบกุญแจดอกสำคัญเพียงดอกเดียวในเซฟลับที่ห้องใต้ดิน ให้แก่หญิงสาวผู้ถือครองไพ่แห่งความตาย... ผู้ที่จะเป็นคนไขความลับเลือดของตระกูลเราทั้งหมด”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกา ทุกสายตาหันมาจ้องมองที่รินรดาเป็นตาเดียว
รินรดาขยับตัวเดินออกมาข้างหน้าอย่างมั่นคง เธอไม่ได้ตกใจกับเนื้อความนั้น เพราะไพ่ ‘Death’ ที่เธอเปิดได้ก่อนก้าวเข้าบ้านหลังนี้ได้เตือนไว้แล้ว แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้มากกว่านั้นคือ... สายตาของเจ้าสัวธนินทร์ที่มองมายังเธอ ไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้า แต่มันคือสายตาของ ‘นักล่า’ ที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ามาในกับดักด้วยตัวเอง
“คุณหมายความว่ายังไงคะ ทนายสมศักดิ์?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดุดัน “ฉันเป็นคนนอก และฉันไม่เคยรู้จักคุณธนาเป็นการส่วนตัว คำสั่งนี้... มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?”
เจ้าสัวธนินทร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาหยัดกายลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูแก่ชรากลับดูมีพลังอำนาจประหลาด “รินรดา... บางทีไพ่ในมือของเธออาจจะบอกความจริงไม่ได้ทั้งหมดหรอกนะ เพราะบางครั้ง ‘โชคชะตา’ มันก็ถูกกำหนดโดยคนที่รู้ทันมันเสียก่อน”
เขาก้าวเข้ามาหารินรดาช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นเหม็นสาบของศพที่เจือจางอยู่ในอากาศทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจ อัศวินรีบก้าวเข้ามาขวางทันที มือขวาของเขากุมปืนที่เอวอย่างระแวดระวัง
“ถอยไปครับเจ้าสัว อย่าทำอะไรเกินกว่าเหตุ” อัศวินเตือนเสียงต่ำ
“ตำรวจหนุ่มผู้รักความถูกต้อง...” เจ้าสัวธนินทร์แค่นหัวเราะ “นายคิดว่ากฎหมายของพวกนายจะสู้กับ ‘ไพ่ตาย’ ที่ถูกวางไว้ในกระดานนี้ได้งั้นรึ?”
ทันใดนั้น ไฟในโคมระย้าเหนือหัวก็วูบดับลง เสียงกรีดร้องของคุณหญิงวรินดาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ตามมาด้วยเสียงแก้วแตกละเอียด รินรดารีบดึงไพ่ใบหนึ่งออกจากสำรับในมือ—แสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนจางๆ ส่องประกายให้เห็นร่างของบางอย่างที่ไม่ได้มีเพียงแค่ ‘คน’ อยู่ในห้องนี้
ในวินาทีที่ไฟกะพริบติดอีกครั้ง รินรดาก็ต้องชะงักงันกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า—บนโต๊ะประชุมแทนที่จะเป็นพินัยกรรมกองเดิม กลับมี ‘หัวใจ’ สดๆ ที่ยังเต้นตุบๆ วางอยู่บนเอกสารฉบับนั้น พร้อมกับรอยเลือดที่เขียนเป็นชื่อของเธอ ‘รินรดา’ อย่างชัดเจนบนพื้นไม้ปาร์เก้
อัศวินเบิกตากว้าง มือที่จับปืนสั่นเทาขณะหันไปมองเจ้าสัวที่ยืนแสยะยิ้มอยู่ตรงหน้า แต่เมื่อเขามองไปที่ตำแหน่งที่เจ้าสัวควรจะยืนอยู่... กลับมีเพียงความว่างเปล่า
ทนายสมศักดิ์ฟุบลงไปกับโต๊ะ และเมื่อรินรดาเอื้อมมือไปจับไหล่เขา ร่างของทนายก็ร่วงลงไปเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายป่าน ทั่วทั้งร่างของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำดุจถูกไฟเผาไหม้จากภายใน
“ดูเหมือนว่าเกมนี้... จะไม่ได้เริ่มต้นที่มรดกแล้วนะคะ” รินรดาพึมพำกับตัวเองขณะมองไปที่รอยเลือดบนพื้น “แต่มันเริ่มต้นที่ ‘ชีวิต’ ของพวกเราทุกคนแล้วค่ะ”
รินรดาหันไปมองอัศวินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แววตาของหมอดูสาวผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของนักสู้ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความตาย “อัศวินคะ... อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เพราะศัตรูคนนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะคนเป็น แต่เขากำลังเล่นงานเราจากฝั่งของคนตายค่ะ!”
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในบทนี้ จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามบทพิสูจน์ความจริงไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 8
เงื่อนงำจากมรดก
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!