หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 12

คืนเดือนดับที่ไร้แสง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้จ้าวเยว่หมิงขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ปลายเรียวลิ้นของเขาแตะสัมผัสกับรสชาติกรุ่นขมของชาผู่เอ่อร์ที่ยังอุ่นอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์ ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งทอดมองไปยัง "ป้ายคำสั่งประจำกองกำลังลับของวังหลวง" ซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยโลหิตสดยังไม่แห้งกรอด มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า ในความเงียบงันของค่ำคืนเดือนดับเช่นนี้ ความตายไม่ได้เดินย่างก้าวมาอย่างเงียบเชียบ หากแต่มันถูกส่งมาพร้อมกับตราประทับมังกรทะยาน "เจ้ากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ... เฉินหลง" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเยาะหยัน เยว่หมิงวางถ้วยชาลงบนจานรองกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามรากับราชสีห์ที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อในกรงขัง ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เงาสะท้อนจากระจกทองเหลืองด้านหลังปรากฏภาพของคมดาบที่แหวกสายลมเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง—รวดเร็ว เด็ดขาด และมุ่งตรงสู่จุดตายบริเวณลำคอระหง! *ฉับ!* ไม่ใช่เสียงเลือดเนื้อที่ถูกเฉือน หากแต่เป็นเสียงคมดาบที่ปะทะเข้ากับปลอกกระบี่เหล็กกล้าอย่างแม่นยำ เยว่หมิงพลิกกายหลบวิถีมรณะในเสี้ยววินาที อาภรณ์สีเข้มสะบัดพริ้วไหวตามแรงลม ประหนึ่งผีเสื้อราตรีที่ร่ายรำอยู่ท่ามกลางคมหอกคมดาบ ร่างสูงโปร่งสง่างามของนักฆ่าในชุดดำสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้า แววตาที่ซ่อนอยู่หลังผ้าคลุมหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น "รวดเร็วสมคำร่ำลือ... แต่ก็น่าเสียดาย ที่เจ้าประเมิน 'อดีต' ของข้าต่ำเกินไป" จ้าวเยว่หมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับบรรยากาศภายในห้องทรงอักษรให้หนักอึ้งดั่งขุนเขา นักฆ่าไร้เงาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า พลิกข้อมือตวัดดาบยาวโค้งวาดเป็นวงพระจันทร์เสี้ยวหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว ทว่าเยว่หมิงกลับไม่แม้แต่จะชักอาวุธประจำกายออกมา ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยพละกำลังภายในอันล้ำลึกก้าวเท้าหลบหลีกอย่างพริ้วไหว ทุกย่างก้าวราศีก่อเกิดเป็นค่ายกลยุทธ์ย่อยๆ ที่บีบให้อีกฝ่ายตกเป็นรองทีละน้อย การปะทะกันในห้องทรงอักษรที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าดำเนินไปอย่างเงียบเชียบแต่ดุเดือด ไร้ซึ่งเสียงเอะอะโกลาหล มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของมือสังหาร และเสียงโลหะกระทบกันเป็นระยะ เยว่หมิงอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในโครงสร้างเรือนและจังหวะการหายใจของศัตรู ปัดป้องการโจมตีอันดุร้ายทีละกระบวนท่า จนกระทั่งสบโอกาสสำคัญ— *เปร๊าะ!* นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักดีดเข้าที่ข้อมือของมือสังหารอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ดาบเหล็กกล้าหลุดจากอุ้งมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมๆ กับร่างของนักฆ่าที่ถูกแรงกระแทกภายในซัดจนกระเด็นไปชนชั้นวางตำรา หนังสือโบราณนับร้อยเล่มร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วงระเนนระนาด เยว่หมิงก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงสง่าทาบทับลงมาด้วยรัศมีแห่งผู้ชนะ ปลายเท้ากดทับลงบนคมดาบที่ตกอยู่ไม่ให้ขยับเขยื้อน ก่อนจะยื่นมือออกไปกระชากผ้าคลุมหน้าที่ปกปิดใบหน้าของมือสังหารออกอย่างไม่ไยดี แสงจากตะเกียงน้ำมันหอมส่องกระทบใบหน้าของสตรีผู้หนึ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มกรอบหน้า แต่นางก็ยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งของหน่วยเงาทมิฬ "เป็นคนของตำหนักอ๋อง... เจ้าหน้าที่ฝ่ายในผู้ภักดีต่อเฉินหลง ช่างกล้าส่งสตรีแถวหน้ามาเป็นหมากตัวใช้แล้วทิ้งเช่นนี้เชียวหรือ" เยว่หมิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาสอดประสานกับดวงตาคู่นั้นอย่างล้ำลึกและเยือกเย็น "บอกนายของเจ้า... ว่าหมากกระดานนี้ ยังมีตาเดินที่สนุกกว่าการลอบสังหารตื้นๆ เช่นนี้อีกมากนัก" มือสังหารสาวกัดฟันกรอด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงชีวิตของนางเท่านั้น แต่มันคือความล้มเหลวของแผนการที่ถูกวางรากฐานมาอย่างยาวนาน นางรู้ดีว่าความลับที่รั่วไหลออกไปจะนำพาหายนะมาสู่ใครบ้าง ดวงตาคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะปรากฏคราบโลหิตสีดำคล้ำไหลรินลงมา—*นางซัดยาพิษเม็ดโลหิตสลายเข้าสู่กระแสเลือดด้วยตนเอง!* "คิดจะปิดปากตัวเองหรือ... ฝันไปเถอะ!" เยว่หมิงพุ่งเข้าไปคว้ากรามของนางอย่างรวดเร็วเพื่อบังคับให้อ้าปากและสกัดจุดชีพจรบริเวณลำคอเพื่อขับพิษ ทว่าทุกอย่างสายเกินไป ร่างในอ้อมแขนกระตุกเกร็งเพียงเล็กน้อยก่อนจะแน่นิ่งสนิท ลมหายใจเฮือกสุดท้ายดับสลายลงพร้อมกับความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หลุมศพของกาลเวลา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรอีกครั้ง มีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายของความตาย จ้าวเยว่หมิงยืนนิ่งอยู่เบื้องศพไร้ลมหายใจ แววตาคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงประกายเพลิงแค้นที่ลุกโชนสว่างวาบยิ่งกว่าเดิม เฉินหลง... คิดหรือว่าการส่งมือสังหารมาตายต่อหน้า จะทำให้ข้าหวาดกลัว เจ้าช่างประเมินวิญญาณที่ปีนกลับมาจากขุมนรกต่ำเกินไปเสียแล้ว ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝีรองเท้าหนังที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าประตูปิดทึบ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือขององครักษ์คนสนิท พร้อมกับม้วนกระดาษประทับตราหยกสีชาดที่ถูกยื่นส่งมาให้ด้วยมือที่สั่นเทา—ราชโองการลับจากท้องพระโรงที่ถูกส่งตรงมากลางดึก โดยมีข้อความสั้นๆ แต่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินปรากฏเด่นหราอยู่เบื้องสายตา: *"พระราชโองการด่วนที่สุด: ปลดแม่ทัพจ้าวเยว่หมิงออกจากตำแหน่ง และเนรเทศสู่ชายแดนตะวันตก... ภายในคืนนี้"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมากตานี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%