อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 8

เสียงสะท้อนจากอดีต

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะทำงานสไตล์มินิมอลสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบ ตัดกับความสลัวของห้องประชุมใหญ่ที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกันแสง รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ปลายนิ้วยังคงวางอยู่เหนือแป้นพิมพ์ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสาปให้หยุดการเคลื่อนไหว คำถามที่เพิ่งหลุดจากริมฝีปากของเธอเมื่อครู่ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่หนักหน่วงยิ่งกว่าคือความเงียบที่แผ่ขยายตัวออกไปราวกับสิ่งมีชีวิต กวินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอย่างที่คนทำความผิดควรจะเป็น ชายหนุ่มเพียงแต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินจ้องมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินค่ารหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่เพิ่งหลุดเข้ามาในระบบปิดของเขา "คุณนิยามคำว่า 'บังเอิญ' ว่าอย่างไรหรือคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบจนน่ากลัว เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวตรงข้อมือช้าๆ ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ "ในทางคณิตศาสตร์ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทุกอย่างมีพารามิเตอร์ของมัน แม้แต่การที่อีเมลฉบับนั้นไปปรากฏบนหน้าจอของคุณ ก็ผ่านการคำนวณมาแล้วทั้งสิ้น" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยันที่อีกฝ่ายพยายามใช้ตรรกะเย็นชามากลบเกลื่อนเจตนาอันดำมืด "คำนวณ?" เธอย้อนถาม น้ำเสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามควบคุมไว้ใต้ความนิ่งสงบ "คุณกำลังจะบอกฉันว่า การที่คุณแอบดึงข้อมูลโปรเจกต์รีโนเวทหอศิลป์เก่าของฉัน ไปย่อยสลายเป็นอัลกอริทึมประเมินมูลค่าเชิงพาณิชย์... คือความจำเป็นทางคณิตศาสตร์อย่างนั้นสินะคะ คุณกวินทร์" ความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์ของทั้งคู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ รินรดามองว่าศิลปะคือจิตวิญญาณ เป็นรอยแผลเป็นอันงดงามของกาลเวลาที่ประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้ ขณะที่กวินทร์มองทุกอย่างเป็นโครงสร้าง ข้อมูล และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แต่วันนี้... เส้นแบ่งระหว่างมุมมองที่แตกต่างได้ถูกล้ำเส้นด้วยผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยมทางดิจิทัลที่เธอคาดไม่ถึง กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวยาวทีละน้อย ระยะห่างที่ลดลงสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกจนหมด "คุณมองโลกด้วยอารมณ์และความรู้สึกมากเกินไป รินรดา" เขาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันสายตา "งานศิลปะที่คุณปกป้องนักหนานั่น... หากปราศจากทุนสนับสนุนที่คำนวณอย่างแม่นยำ มันก็เป็นแค่เศษซากปูนพังๆ ที่รอวันถูกรื้อถอน สิ่งที่ผมทำ ไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการต่อลมหายใจให้มันต่างหาก ในแบบที่โลกแห่งความเป็นจริงเขาทำกัน" "โลกแห่งความเป็นจริงที่คุณสร้างขึ้นมาเองเพื่ออำพรางความล้มเหลวในอดีตหรือเปล่าคะ?" ประโยคเดียว... แทงตรงเข้าสู่จุดเปราะบางที่สุดของชายหนุ่ม กวินทร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยราบเรียบไหววับราวน้ำผิวน้ำถูกก้อนหินโยนลงไปกระทบ รอยยิ้มหยันบนมุมปากของเขาหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของผม?" เสียงของเขาลดระดับลงต่ำจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงจนเฉียบพลัน "ฉันรู้ว่าคุณเคยสร้างอัลกอริทึมทำนายความล้มเหลวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติ และผลลัพธ์ในวันนั้น... มันพังทลายชีวิตคนไปกี่ชีวิตคุณน่าจะรู้ดีที่สุด" รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยืนหยัดเผชิญหน้าโดยไม่หลบสายตา "คุณใช้ตัวเลขเป็นเครื่องมือในการตัดสินชะตากรรมคนอื่น เพราะคุณกลัว... กลัวที่จะต้องยอมรับว่าความผิดพลาดครั้งนั้นเกิดจากการที่คุณมองข้าม 'ความเป็นมนุษย์' ไป" คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด กวินทร์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวประชิดโต๊ะเข้ามาอีกขั้นจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน "ระวังปากของคุณให้ดี รินรดา" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "คุณคิดว่าคุณรู้จักผมดีพอที่จะตัดสินผมจากข่าวซุบซิบในหน้าหนังสือพิมพ์งั้นหรือ? คุณมันก็เป็นแค่คิวเรเตอร์โลกสวยที่ใช้ความอินอีเวนต์มาปิดบังความไร้เดียงสาทางธุรกิจ!" คำวิจารณ์ที่รุนแรงและตรงไปตรงมาทำลายความมั่นใจที่รินรดาสั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงานให้สั่นคลอน แม้เธอจะพยายามเชิดหน้าสู้แค่ไหน แต่ถ้อยคำที่ว่าเธอนั้น "ไร้เดียงสาทางธุรกิจ" และ "ใช้ความอินอีเวนต์" ก็พุ่งเป้ามาทิ่มแทงหัวใจของนักวิจารณ์สาวอย่างจัง ความรู้สึกอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ภาพความพยายามทั้งหมดในการปกป้องหอศิลป์แห่งนั้นดูไร้ค่าไปถนัดตาเมื่อเทียบกับอำนาจแห่งอัลกอริทึมที่ชายหนุ่มถือครอง รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นตั้งใจจะปิดฝาคอมพิวเตอร์และเดินหนีออกไปจากความอึดอัดนี้เสียที ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างบนหน้าจอ ไฟล์ที่เธอกำลังเปิดค้างไว้ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อมูลการรีโนเวทหอศิลป์ แต่ระบบหลังบ้านของอีเมลปริศนากลับกำลังรันโค้ดชุดใหม่อัตโนมัติ บรรทัดตัวอักษรสีเขียวเข้มวิ่งพรืดยาวลงมาบนหน้าจอสีดำมืด ราวกับมีใครบางคนกำลังควบคุมมันจากภายนอกห้องนี้ "เดี๋ยวก่อน..." รินรดาพึมพำด้วยความตกใจ ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น นิ้วมือที่สั่นเทาชี้ไปที่หน้าจอ "คุณกวินทร์... นั่นมันไม่ใช่ฝีมือของคุณใช่ไหมคะ?" กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันหายไปในพริบตาเมื่อเขาเห็นชุดโค้ดที่กำลังรันอยู่บนหน้าจอ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่รู้จักเขามา ไม่ใช่รหัสที่เขาเขียน... และไม่ใช่ระบบที่เขาตั้งโปรแกรมไว้ ก่อนที่ใครสักคนจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ดังขึ้นพร้อมกันทั้งบนแล็ปท็อปของรินรดาและโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินทร์ เสียงสัญญาณดิจิทัลแหลมสูงนั้นดังก้องกังวานไปทั่วความเงียบของห้องประชุม ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัว รินรดาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ ข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวปรากฏขึ้นบนนั้น พร้อมกับพิกัดจีพีเอสที่ระบุตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขา *"พวกคุณกำลังถูกจับตาดู... และไฟล์ที่คุณกำลังตามหา ถูกเปิดอ่านจากห้องทำงานชั้นใต้ดินแล้ว"* แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความซับซ้อนของหัวใจตัวละครในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%