อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 3

พื้นที่ทับซ้อน

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดูจะดังกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าของห้องทำงานกระจกทึบแสงห้องนี้เสียอีก เอกสารข้อเสนอโครงการควบรวมระบบฐานข้อมูลศิลปวัตถุและอัลกอริทึมการประเมินมูลค่าถูกโยลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบและหนักหน่วง ราวกับเสียงเคาะระฆังประกาศก้องว่าไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่อีกต่อไปสำหรับพวกเขาทั้งสองคน "ฉันไม่ได้ขอให้พวกคุณมารักกันนะคะ ฉันแค่ต้องการผลลัพธ์" ประโยคคำสั่งนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าผู้อำนวยการจะเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูสนิทแล้วก็ตาม ทิ้งให้ห้องทำงานขนาดสิบตารางเมตรแห่งนี้กลายเป็น ‘พื้นที่ทับซ้อน’ ระหว่างโลกสองใบที่ไม่มีวันบรรจบกันอย่างแท้จริง โลกฝั่งหนึ่งคือตรรกะ ตัวเลข และโค้ดคำสั่งอันไร้หัวใจ ส่วนอีกฝั่งคือสุนทรียะ จิตวิญญาณ และคุณค่าที่ประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ รินรดากวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นกรอบบางไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กวินทร์กำลังพับแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขึ้นช้าๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ทอดตัวบนท่อนแขนแข็งแรง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความแม่นยำราวกับถูกโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ไม่มีส่วนเกิน ไม่มีข้อผิดพลาด และแน่นอนว่าไม่มีที่ว่างให้กับความรู้สึก "คุณถอยไปหน่อยได้ไหมคะ กวินทร์" รินรดารemindขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมพอที่จะตัดผ่านความเงียบ "โต๊ะทำงานตัวนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้แชร์พื้นที่ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีมุมมองต่อโลกคับแคบจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของศิลปะ" กวินทร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ นิ้วเรียวยาวของเขายังคงปัดหน้าจอเพื่อเลื่อนดูสถิติการเข้าชมแกลเลอรีดิจิทัลด้วยความเร็วที่ทำเอาคนมองตาลาย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะจางๆ ที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมสีดำสนิทคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย "โลกแคบหรือกว้างไม่ได้วัดกันที่ปริมาณผืนผ้าใบที่คุณเอามาประดับผนังหรอกนะครับ... รินรดา" กวินทร์จงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเธออย่างเชื่องช้า "แต่มันวัดกันที่อัลกอริทึมในการประมวลผลความจริงต่างหาก สิ่งที่คุณเรียกว่า 'จิตวิญญาณ' ในงานศิลปะ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความแปรปรวนทางสถิติที่ยังไม่มีตัวแปรไหนถูกเขียนขึ้นมาอธิบายได้เท่านั้นเอง" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวจนระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นอายเฉพาะตัวของกวินทร์—กลิ่นกาแฟดำผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศและกลิ่นกระดาษสะอาดๆ—ลอยปะทะนาวาความรู้สึกของเธออย่างกะทันหัน แต่มันไม่ทำให้เธอกลัว มีแต่จะกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวให้ตื่นตัวขึ้น "ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยประมวลผล 'ความแปรปรวนทางสถิติ' ชิ้นนี้ให้ฉันดูหน่อยสิคะ" เธอยื่นแฟ้มเอกสารประวัติการจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยเมื่อสามปีก่อนกระแทកลงบนหน้าจอแท็บเล็ตของเขาอย่างจัง จนกวินทร์ต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นสบตาเธอกะทันหัน ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีทำให้ทั้งคู่ต่างชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งสองเจือปนอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นด้วยแรงเสียดทานทางความคิด ดวงตาของกวินทร์มืดสนิทและลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศยามวิกาล เขามองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ไม่ได้หลบเลี่ยงหรือถอยหนีเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นมักทำเวลาถูกเธอรุกไล่ด้วยวาจา กลับกัน เขากลับโน้มตัวเข้าหาเล็กน้อย สร้างแรงกดดันที่ทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณกำลังใช้อารมณ์ตัดสินงานวิศวกรรมข้อมูลนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นในระยะประชิด ชิดเสียจนริมฝีปากของเขาเกือบจะปัดผ่านเส้นผมลอนสลวยที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอ "คุณเกลียดผม เพราะผมกำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่คุณทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปกป้อง... มันไม่มีค่าอะไรเลยในเชิงตรรกะ" "ฉันไม่ได้เกลียดคุณ..." รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธที่ถูกอ่านเกมทะลุปรุโปร่ง เธอยืนหยัดสบตาเขาอย่างไม่ลดละ "แต่ฉัน... สมเพชระบบคิดที่แห้งแล้งของคุณต่างหาก คนที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งความงามของความเจ็บปวดในงานศิลปะ ก็คือคนที่ไม่เคยมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงต่างหากล่ะคะ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันที บทสนทนาที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนถูกหยุดชะงักลงด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจหาคำอธิบาย กวินทร์ยังคงจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ชั่วแวบหนึ่ง... ความเย็นชาทั้งหมดในดวงตาสีดำคู่นั้นดูเหมือนจะละลายหายไป เหลือเพียงประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความมีเหตุผล มือหนาของกวินทร์ขยับช้าๆ วางทับลงบนขอบโต๊ะใกล้กับมือของเธอ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดอีกนิดจนรินรดาแทบจะจนมุมติดพนักเก้าอี้ของตัวเอง บรรยากาศในห้องทำงานแคบๆ กลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หัวใจของเธอเต้นระรัวจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ เธอกำมือแน่น พยายามดึงสติและกำแพงป้องกันตัวเองกลับคืนมา ก่อนที่เขาจะทันได้สังเกตเห็นความสั่นไหวในแววตาของเธอ "ถ้าอย่างนั้น..." กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำแฝงความท้าทายที่ทำเอาสติของรินรดาเกือบหลุดลอย "เรามาลองพิสูจน์กันดูไหมล่ะครับ ว่าระหว่าง 'อัลกอริทึม' ของผม กับ 'จิตวิญญาณ' ของคุณ... อะไรจะพังก่อนกันในโปรเจกต์นี้" ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากโต้ตอบคำพูดที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนหน้าจอแท็บเล็ตที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ไฟล์ข้อมูลดิบชุดสุดท้ายที่ระบบเพิ่งดึงเข้ามาจากเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อวินาทีที่แล้ว—ตัวเลขรหัสลับและชื่อไฟล์ที่ปรากฏขึ้นบนบรรทัดสุดท้าย ทำให้ลมหายใจของเธอกระชากสะดุดลงทันที มันไม่ใช่ข้อมูลการประเมินมูลค่าศิลปวัตถุอย่างที่ผู้อำนวยการอ้างถึง... แต่มันคือโค้ดโปรแกรมลับชุดเดียวกันกับที่เคยสร้าง 'ความผิดพลาดครั้งใหญ่' ในอดีตเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นความลับระดับองค์กรที่กวินทร์พยายามปกปิดเอาไว้ด้วยชีวิต และตัวเลขชุดนั้น... ถูกลงชื่อเข้าใช้งานล่าสุดจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของกวินทร์เอง แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%