หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสามสียี่สิบเจ็ดนิ้วสะท้อนแสงสีฟ้าจัดจาดลงบนโครงหน้าคมสันของกวินทร์ แสงสะท้อนนั้นทำให้ดวงตาคู่คมที่มักจะหรี่มองโลกราวกับกำลังคำนวณความน่าจะเป็นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งดูเยียบเย็นและห่างเหินเข้าไปใหญ่ รินรดายืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเขา ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารข้อเสนอโครงการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะดิจิทัลที่เธอเป็นคนร่างขึ้นมากับมือ เสียงกระดาษกระทบกันเบาๆ ในห้องประชุมที่เงียบงันราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังระเบิดเวลา
*“Welcome to the real bug, creator.”*
ประโยคสั้นๆ จากระบบที่เขาทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในความคิด แต่วันนี้ ข้อบกพร่องที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโค้ด หากแต่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในชุดสูทผ้าลินินสีเทาอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทว่ากลับเต็มไปด้วย "ความไร้ระเบียบ" ในสายตาของวิศวกรระบบอย่างเขา
"คุณกำลังบอกว่า เส้นทางการเดินชมงานของมนุษย์ควรจะถูกกำหนดด้วยความรู้สึกสุ่มเสี่ยงงั้นหรือคะ รินรดา"
กวินทร์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนบจนเกือบจะไร้อารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมระดับที่พร้อมจะผ่าตัดทุกความคิดเห็นให้แตกเป็นชิ้นๆ เขาเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือไว้บนตัก สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา เล็งตรงมาที่เธอราวกับหัวข้อวิจัยที่ต้องตรวจสอบข้อผิดพลาด
"มันไม่ใช่ความสุ่มเสี่ยงค่ะ กวินทร์ แต่มันคือประสบการณ์" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกความกดดันจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ศิลปะไม่ใช่โค้ด C++ ที่คุณจะบังคับให้มันรันจากบรรทัดที่หนึ่งไปบรรทัดที่ร้อยตามลำดับตรรกะที่ถูกตั้งค่าไว้ มนุษย์เรามีความรู้สึก มีความทรงจำ และมีบาดแผล การปล่อยให้พวกเขาเดินหลงทางในนิทรรศการ แล้วไปสะดุดตากับชิ้นงานที่มืดมนที่สุดก่อนจะเจอแสงสว่าง นั่นต่างหากคือสถาปัตยกรรมทางอารมณ์ที่ฉันตั้งใจสร้าง"
"แต่มันไม่มีประสิทธิภาพ" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวใต้ท่าทีสุขุม "ถ้าอัตราการไหลเวียนของผู้ชม (Visitor Flow Rate) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสามสิบเปอร์เซ็นต์ ระบบการจัดการพื้นที่ทั้งหมดจะล่มสลาย โครงการนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสนองนี้ดทางจิตวิญญาณอันฟุ้งซ่านของคุณ แต่มันคือธุรกิจที่ต้องประเมินผลกำไรและความคุ้มค่าทุกตารางเมตร"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่น่าฟัง เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยปะปนกับกลิ่นกระดาษและกาแฟดำบนโต๊ะทำงาน
"คุณนี่มัน... อัลกอริทึมนเดินได้จริงๆ สินะคะ" เธอยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นสำรวจโครงหน้าของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "มองทุกอย่างเป็นตัวเลข มองมนุษย์เป็นแค่ตัวแปรในสมการที่คุณควบคุมไม่ได้ แล้วก็หวังว่าทุกอย่างจะเข้าล็อกอย่างไร้ที่ติ... น่าสงสารนะคะ ใช้ชีวิตอยู่บนความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีอยู่จริง"
กวินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับถูกคำสั่งโปรแกรมให้หยุดทำงานชั่วคราว ปมในอดีตที่เขาเคยควบคุมไม่ได้—ความผิดพลาดของระบบที่พรากบางสิ่งไปจากชีวิตเขา—ถูกสะกิดขึ้นมาอย่างแม่นยำด้วยวาจาเชือดเฉือนของหญิงสาวตรงหน้า ความโกรธวาบหนึ่งพาดผ่านดวงตาสดใสคู่นั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาขั้นสุด
"ผมไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยความเพ้อฝันแบบคุณ รินรดา" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและท่าทีอันทรงอำนาจทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นถนัดตา เขาก้าวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายความเป็นชายและสมาธิอันแน่วแน่แผ่ซ่านออกมาจนเกือบจะสัมผัสได้ "โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ความรู้สึกเพ้อเจ้อที่คุณพยายามยัดเยียดให้คนอื่นเข้าใจ ถ้าผลงานของคุณมันดีจริง มันต้องอธิบายได้ด้วยตัวเลข ไม่ใช่ข้ออ้างเรื่องจิตวิญญาณที่พิสูจน์ไม่ได้"
"ถ้าอย่างนั้น คุณก็ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ..." รินรดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าประชิดเขาอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาท้าทายเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงไฟสีฟ้า "พิสูจน์ด้วยตาของคุณเองว่า งานศิลปะชิ้นสุดท้ายในโซน B ที่คุณเกลียดนักเกลียดหนามันไร้เหตุผลจริงๆ ไม่ใช่เพราะคุณกำลังกลัว..."
เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของชายหนุ่ม
"...กลัวว่าตรรกะของคุณจะพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง"
ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้กวินทร์รู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามอัลกอริทึมในสมองกลับสะดุดกึกอย่างไม่เป็นท่า เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน พยายามจะเอ่ยปากโต้แย้งเพื่อดึงความควบคุมกลับมา
แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกไปเพื่อทำลายความพ่ายแพ้ชั่วขณะนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลักก็ดัง "ติ๊ด" แหลมสูงตัดผ่านความเงียบงันในห้องทำงาน
กวินทร์ผละถอยหลังอย่างเสียมารยาทเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวรีบคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบโค้ดบรรทัดล่าสุดที่ระบบเพิ่งรายงานข้อผิดพลาดเข้ามา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชุดข้อมูลที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นปรากฏบนหน้าจอ—ไม่ใช่เพราะระบบรวน แต่เป็นไฟล์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยลายเซ็นดิจิทัลส่วนตัวของเขาเอง ซึ่งถูกเปิดใช้งานจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน... ชั้นที่ไม่มีใครเคยลงไปเหยียบมานานนับปี
รินรดาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอยังคงยืนกอดอกด้วยรอยยิ้มลึกลับ "ดูเหมือนว่า... ระบบที่คุณมั่นใจนักหนา กำลังจะบอกความลับอะไรบางอย่างที่คุณจงใจซ่อนไว้สินะคะ?"
แสงดาวพร่างพราวค่ะ
อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 2
ตรรกะปะทะอารมณ์
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!