"คุณกำลังเขียนโค้ดให้ชีวิตตัวเองรันอยู่ในลูปที่ไม่มีวันคืนค่าตั้งต้นได้... กวินทร์"
เสียงของรินรดาไม่ดังนัก แต่มันคมกริบพอที่จะแทรกผ่านเสียงหึ่งของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานสี่เหลี่ยมกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟนีออนยามเที่ยงคืน กวินทร์ชะงักปลายนิ้วที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดโค้ดดิ้ง เขาไม่ได้หันไปมองเธอทันที แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเส้นกราฟซับซ้อน เขากำลังคำนวณความเสี่ยงของโปรเจกต์ใหญ่ที่พ่วงด้วยชื่อเสียงและเดิมพันทางอาชีพ แต่สิ่งที่รินรดากำลังพูดถึง หาใช่เรื่องระบบซอฟต์แวร์ไม่
"บางครั้ง... การปล่อยให้ระบบมีบั๊ก (Bug) บ้าง มันอาจจะทำให้เราค้นพบฟังก์ชันใหม่ที่เราไม่เคยคาดคิดก็ได้นะคะ" คิวเรเตอร์สาววางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มลอยวนอยู่ระหว่างพวกเขา รินรดายืนพิงขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีเทาอ่อนและแววตาที่ฉายความดื้อรั้นแต่นุ่มนวลทำให้เธอกลายเป็นตัวแปรเดียวที่อัลกอริทึมในหัวของเขาไม่สามารถประเมินผลได้
กวินทร์ถอนหายใจยาวนาน เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงหว่างสันจมูกเบาๆ อาการเหนื่อยล้าสะสมตลอดสัปดาห์ทำให้กำแพงความเยือกเย็นที่เขาสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองเริ่มมีรอยร้าว
"คุณไม่เข้าใจหรอก ริน... สำหรับคุณ ศิลปะคือความงามที่เกิดจากความผิดพลาด ความบังเอิญ หรือแม้แต่ความโกลาหล แต่สำหรับผม ทุกบรรทัดของโค้ด ทุกตัวแปร มันคือความรับผิดชอบ ถ้าผมปล่อยให้มีบั๊ก นั่นหมายถึงความล่มสลายของระบบทั้งหมด" น้ำเสียงของวิศวกรหนุ่มต่ำพร่า เจือความเหนื่อยล้าที่เขาพยายามซ่อนไว้มานาน
"แล้วความล่มสลายในใจคุณล่ะคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมหลบ "คุณใช้ตรรกะมาอธิบายทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเมื่อห้าปีก่อน... เรื่องของพี่ชายคุณ"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น กวินทร์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกโปรแกรมคำสั่งหยุดการทำงานชั่วขณะ ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความลับที่เขาฝังไว้ใต้ชั้นข้อมูลหนาเตอะ ถูกมือของหญิงสาวเปิดอ่านอย่างไร้ความปรานี
"คุณรู้..." เสียงของเขาแหบพร่า
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง" รินรดาผ่อนน้ำเสียงลง ความแข็งกร้าวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาที่เจือความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ "แต่ฉันเคยเห็นสายตาแบบเดียวกันนี้ในงานนิทรรศการศิลปะชิ้นหนึ่ง... สายตาของศิลปินที่วาดภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะสูญเสียการมองเห็น เขาพยายามควบคุมทุกฝีแปรง ทั้งที่รู้ว่าความมืดกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง"
กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยตรรกะ ตอนนี้กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามพายุเข้า ความเจ็บปวดจากอดีต—วันที่เขาไม่สามารถเขียนโค้ดช่วยชีวิตพี่ชายจากอุบัติเหตุระบบขนส่งอัตโนมัติที่เขาเป็นคนออกแบบ—ยังคงกัดกินหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในรูปแบบของความรู้สึกผิดที่ไม่เคยหมดอายุ
"ผมควบคุมมันไม่ได้..." กวินทร์พึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกที่กำแพงอันแน่นหนาของวิศวกรหนุ่มพังทลายลงต่อหน้าเธอ "ผมเขียนอัลกอริทึมคำนวณความปลอดภัยไว้ทุกทาง แต่ผมลืมคำนวณความเปราะบางของมนุษย์... ความตายของเขา มันคือความผิดพลาดของผมที่ระบบไม่มีวันแก้ไขได้"
รินรดานิ่งเงียบ เธอไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนประเภท 'ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี' เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างกวินทร์ไม่ต้องการคำพูดสวยหรูไร้สาระเหล่านั้น หญิงสาวค่อยๆ เอื้อมมือออกไป วางทับลงบนหลังมือหนาที่กำเข้าหากันแน่นบนโต๊ะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี
"บางทีนะคะ... กวินทร์" รินรดากระซิบแผ่วเบา ดวงตาประกายความจริงใจ "คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องเขียนอัลกอริทึมเพื่อแก้ไขอดีตหรอกค่ะ บางครั้ง หน้าที่ของเราไม่ใช่การลบความผิดพลาดทิ้ง แต่เป็นการยอมรับว่า ความเจ็บปวดนั้นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลายเป็นมนุษย์จริงๆ"
กวินทร์มองมือเรียวที่กุมมือเขาไว้ ความอบอุ่นนั้นไหลซึมเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน เขารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่กลับมาทำงานอีกครั้ง นอกเหนือจากคำสั่งของคอมพิวเตอร์ นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับใครบางคนในระดับจิตวิญญาณเช่นนี้
เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยบางอย่างเพื่อตอบรับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา แต่ทว่า—
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดใกล้ชั้นวางหนังสือริมห้อง ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว รินรดารีบชักมือกลับทันที ขณะที่กวินทร์ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณความระแวดระวังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที
ความเงียบสงบในยามวิกาลถูกทำลายลงด้วยความผิดปกติบางอย่าง กวินทร์กวาดสายตาคมกริบไปยังเงาดำทึบหลังม่านกันแสงที่ปิดสนิท เขาก้าวเท้าช้าๆ ไปยังทิศทางนั้นด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับที่รินรดาก้าวตามหลังมาติดๆ ด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า เมื่อกวินทร์กระชากผ้าม่านออกเพื่อตรวจสอบ แสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ถูกเสียบคาไว้กับช่องใต้ประตูห้องทำงาน ซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มไร้ชื่อผู้ส่ง วางนอนสงบนิ่งอยู่บนพรม ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
และเมื่อกวินทร์ก้มลงหยิบมันขึ้นมา แกะผนึกออกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภาพถ่ายภายในซองนั้นกลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพถ่ายหน้าจอระบบความปลอดภัยของบริษัทเก่าเมื่อห้าปีก่อน—ภาพที่มีเพียงเขาและพี่ชายเท่านั้นที่รู้ว่ามันถูกเก็บไว้ที่ไหน ถูกวางทับไว้บนกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาอย่างน่ากลัว:
*‘อัลกอริทึมของนายคำนวณผิดพลาดอีกครั้งแล้วนะ... เพื่อนเก่า’*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - แสงดาวพร่างพราว
อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 13
กำแพงที่ค่อยๆ พังทลาย
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!