คราบเขม่าควันจากสมรภูมิตะวันออกยังไม่ทันจางหาย กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กยังคงลอยอวลอยู่เบื้องหลังม่านไหมปักลายเมฆาของตำหนักอุดร กลิ่นอายความตายมิได้เลือนหายไปไหน เพียงแต่ถูกแปรเปลี่ยนรูปทรงมาเป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ เบื้องพระพักตร์ของฉินอ๋องเฟยหลง ผู้ซึ่งประทับนิ่งดั่งรูปสลักหยกขาวบนแท่นบรรทม สายพระเนตรคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งทอดมองลงไปยังร่างระหงในชุดคลุมสีนิลสนิทที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงบังAอาจใช้ชีวิตของคนทั้งกองทัพมาเป็นเดิมพันในหมากกระดานนี้, หลี่ซูเหยา"
พระสุรเสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกันในเหมันต์ฤดู มันมิได้เปี่ยมด้วยโทสะ แต่กลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่สามารถบดขยี้กระดูกของคนผู้หนึ่งให้แหลกละเอียดได้โดยไม่ต้องลงมือ
หลี่ซูเหยาเงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่ายคลอเคลียข้างแกวงนวลเนียน ดวงตาคู่คมดั่งเหยี่ยวสาวในร่างหงส์มิได้หลบเลี่ยงสายตาดุดันคู่นั้นแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อชะตากรรมและกล้าหาญจนน่าประหลาดใจ
"หากหม่อมฉันไม่เดินหมากตานั้น เกรงว่าป่านนี้ 'รางวัล' ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้ทัพหน้า คงไม่ใช่ตราตั้งแม่ทัพ แต่เป็นป้ายหลุมศพของทหารกล้าสามหมื่นนายเพคะ, ฉินอ๋อง" นางทูลตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับเฉือดเฉือนลึกถึงแก่นกระดูก ดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพรไหมอันอ่อนนุ่ม
เฟยหลงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางพระเนตรขยับไหวตามแรงขบกราม บุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดินผู้นี้ผ่านการหักหลังมานับครั้งไม่ถ้วน จนหัวใจด้านชาดั่งหินผา ทว่าสตรีตรงหน้ากลับกล้าท้าทายอำนาจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยมันสมองที่เฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธใดในแผ่นดิน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรอยู่ชั่วอึดใจ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของเตาถ่านแทบจะกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เฟยหลงก็ทรงลุกขึ้นจากพระisยี่ ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ร่างของนางทีละก้าว... ช้าๆ ทว่าหนักหน่วงดั่งเสียงกลองศึกที่คอยเร่งเร้าอัตราการเต้นของหัวใจ
พรึบ!
ป้ายหยกสีเลือดหมูสลักลายพยัคฆ์คำราม—สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของที่ปรึกษาฝ่าย στρατός (ยุทธการ) ถูกโยนลงมาแทบเท้าของนาง เสียงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องกังวาน
"ข้าไม่ชอบคนอวดดี..." เฟยหลงตรัสด้วยพระพักตร์ที่โน้มลงมาใกล้จนซูเหยาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันเย็นเยียบ "แต่ข้าเกลียด 'คนไร้ประโยชน์' ยิ่งกว่า"
พระหัตถ์หนาเอื้อมออกไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี บังคับให้นางต้องสบพระพักตร์โดยตรง ดวงตาสีดำสนิทของทั้งสองคู่ประสานกัน ราวกับกระแสไฟที่ปะทะเข้ากับน้ำแข็ง ทว่าในความเยือกเย็นนั้น กลับมีความระอุแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายใต้ผิวเผิน
"นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เจ้าคือ 'ที่ปรึกษาส่วนตัว' ของข้า ซูเหยา" เฟยหลงตรัสเน้นย้ำทีละคำ "จงใช้มันสมองอันอวดดีของเจ้า ปกป้องหัวบนบ่าของเจ้า และ... ปกป้องแผ่นดินนี้จากเงื้อมมือของพวกสุนัขป่าในราชสำนักให้ดี หากเจ้าพลาดแม้แต่ก้าวเดียว หัวของเจ้าจะประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงเป็นคนแรก"
ซูเหยาหาได้สะท้านสะเทือนต่อคำขู่เข็ญนั้นไม่ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอีกครา นางเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปหยิบป้ายหยกประจำตำแหน่งขึ้นมาแนบไว้กับอก ท่าทางสง่างามและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีไม่แพ้กัน
"พระองค์ทรงโปรดวางใจเพคะ... ป้ายหยกชิ้นนี้ หม่อมฉันเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ว่าจะมิยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องมันได้ แม้กระทั่งเงาของพระองค์เอง"
คำประกาศิตอันอาจหาญนั้นทำให้แววตาของฉินอ๋องไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังแห่งความไว้วางใจ คล้ายกำลังถูกมือปริศนาเขี่ยให้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกคราอย่างช้าๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรกำลังเปลี่ยนผ่านจากความเกรี้ยวกราดไปสู่ความลึกล้ำอันตราย เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่ลายแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" เสียงหวาดผวาของขันทีดังลอดเข้ามา "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... สมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงมีพระราชสาส์นลับพระราชทาน 'มงคลสมรส' ให้แก่ท่านอ๋อง... โดยทรงยกธิดาแห่งตระกูลสี่... องค์หญิงหนิงอัน ให้เป็นพระชายาเอก!"
ร่างของซูเหยาที่กำลังจะลุกขึ้นยืนชะงักกึกทันที ป้ายหยกในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
เฟยหลงหันขวับไปมองบานประตูสีแดงชาดด้วยแววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกลูบคม พระพักตร์ที่เพิ่งคลายความเยือกเย็นกลับถมึงทึงลงในพริบตา ขณะที่พระหัตถ์กำป้ายหยกในมือแน่นจนข้อพระกรปูดโปน
นี่ไม่ใช่พระราชทานสมรส... แต่มันคือ "กับดักมรณะ" ที่ส่งตรงจากบัลลังก์มังกร เพื่อตัดแขนตัดขาและบดขยี้อำนาจของฉินอ๋องให้สิ้นซากในคราเดียว
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหีบไม้ลงกลอนทองคำสลักลายหงส์ที่ถูกผลักเข้ามาทางช่องประตู แสงไฟจากตะเกียงวูบไหวสะท้อนร่างของขันทีผู้ส่งสาส์นที่ล้มฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น พร้อมกับลิ้นที่ดำคล้ำและโลหิตสีดำที่ไหลทะลักออกจากมุมปาก... พิชาด... ถูกส่งมาถึงมือพวกเขาก่อนที่พระราชสาส์นจะทันเปิดอ่านเสียอีก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งเล่ห์กลนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือผู้เร้นกายในสมรภูมิเงา•ตอนที่ 12
รางวัลแห่งความภักดี
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือผู้เร้นกายในสมรภูมิเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!