“ข้ารับประกันด้วยเกียรติของนักเวทแถวหน้าว่าแผนนี้ไม่มีทางพลาดครับคุณเรย์”
เสียงทุ้มต่ำของลุคดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหลัง ในดันเจี้ยนระดับ B ‘ซากปรักหักพังอัคนีทมิฬ’ อากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอม กลิ่นอายของซัลเฟอร์คละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่เรย์สนใจกลับไม่ใช่ความร้อนของบรรยากาศรอบตัว แต่เป็นตัวเลขสีแดงฉานที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของชายหนุ่มผู้พูด
[ค่าความไม่น่าไว้ใจ: 94%]
มันพุ่งสูงจนน่าตกใจ จากเดิมที่เคยป้วนเปี้ยนอยู่ราวๆ สามสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อตอนก้าวเท้าเข้าสู่ดันเจี้ยนแห่งนี้ แต่หลังจากที่พวกเขาพลัดหลงกับกลุ่มหลักและเหลือกันแค่สามคน ค่านี้ก็ทะยานขึ้นราวกับกราฟหุ้นที่กำลังจะระเบิด
เรย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูศิลาโบราณ ดวงตาคมกริบกวาดตามองร่องรอยการต่อสู้บนพื้นหิน ทักษะโปรไฟล์เลอร์ของเขาไม่ได้ใช้เพียงแค่การอ่านพฤติกรรมมนุษย์อีกต่อไป แต่มันถูกผสานเข้ากับระบบหน้าต่างสถานะของโลกใบนี้ ทำให้เขาสามารถ ‘อ่าน’ เจตนาซ่อนเร้นผ่านภาษาทางกายที่มนุษย์ทั่วไปมักมองข้าม
มือขวาของลุคที่ไขว้ไว้ด้านหลังกำลังสั่นน้อยๆ... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นอาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่เตรียมจะกระชากคทาเวทออกมาร่ายคาถาโจมตีในระยะประชิด
และหากมองไปที่เพื่อนร่วมทีมอีกคนอย่างมาร์ค อัศวินหนุ่มผู้เงียบขรึม
[ค่าความไม่น่าไว้ใจ: 88%]
พวกเขาสองคนไม่ได้เพิ่งคิดจะหักหลังเขาในตอนนี้ แต่วางแผนกันมาตั้งแต่แรกแล้ว... การเลือกเส้นทางนี้ การบอกว่าศัตรูอยู่ข้างหน้า และการผลักให้เขามาเดินนำหน้าในจุดอับสายตา ทุกอย่างถูกคำนวณไว้หมดเพื่อให้ความตายในดันเจี้ยนถูกปัดความรับผิดชอบว่าเป็น ‘อุบัติเหตุจากมอนสเตอร์’
“ลุค นายแน่ใจเหรอว่าประตูบานนี้เปิดด้วยกลไก ไม่ใช่เวทมนตร์อักขระโบราณ?” เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
ลุคชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาไหววูบก่อนจะกลับมาตีหน้าซื่อ “อ... แน่นอนสครับคุณเรย์ ทำไมหรือครับ มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ”
“เปล่าหรอก แค่คิดว่า...” เรย์ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับสหายร่วมทีมทั้งสอง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก “ถ้าคนเราจะโกหก อย่างน้อยน่าจะเช็ดคราบเหงื่อที่ขมับซะหน่อยนะ ลุค นายเหงื่อตกเยอะเกินกว่าความร้อนของลาวาจะอธิบายได้แล้วล่ะครับ”
บรรยากาศในโถงหินพลันเงียบงันลงทันที เสียงคำรามของลาวาเดือดพล่านด้านล่างกลายเป็นเพียงฉากหลังอันว่างเปล่า
มาร์ค อัศวินผู้เงียบขรึมชักดาบออกจากฝักทันที เสียงโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วตา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความอึดอัดแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม “ในเมื่อรู้ตัวแล้ว ก็อย่าหาว่าพวกเราใจร้ายเลยนะเรย์ แกมันรู้มากเกินไป... และคุณหนูเซราฟีน่าคนนั้นก็ให้ความสนใจแกมากเกินควร คนแบบแกไม่มีสิทธิ์อยู่ในกลุ่มนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”
“อ๋อ ที่แท้ก็เรื่องความอิจฉาและผลประโยชน์จากคุณหนูงั้นสินะครับ” เรย์ถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกโล่งใจเสียอีกที่ปมปริศนานี้กระจ่างชัดเสียที
โลกใบนี้โหดร้าย และการมีชีวิตรอดในฐานะคนธรรมดาที่ต้องคอยรับมือกับ ‘บอสลับ’ อย่างเซราฟีน่าก็เหนื่อยพออยู่แล้ว การต้องมาคอยระวังหลัง1จากพวกเดียวกันเองรังแต่จะทำให้เสียเวลา
“ใช่! แกมันก็แค่ไอ้พวกนักวิเคราะห์กระจอกๆ ที่ใช้เส้นสายเข้ามาเกาะพวกเรากิน!” ลุคตะคอกออกมาอย่างหมดความอดทน เปลวเพลิงสีแดงฉานถูกจุดขึ้นที่ปลายนิ้ว “ตายซะเถอะเรย์! ‘ศรเพลิงทมิฬ’!”
ตูม!
ลูกไฟขนาดมหาสครพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเรย์ด้วยความเร็วสูง แรงระเบิดทำให้เศษหินกระเด็นว่อน ควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่รอบตัวจนมองไม่เห็นอะไรเลย
ลุคหอบหายใจหนักหน่วง เขากับมาร์คยืนมองกลุ่มควันด้วยสายตาสมเพช “จบกันแค่นี้แหละ... ฉลาดนักไม่ใช่เหรอ สุดท้ายก็ไม่พ้นกลายเป็นศพในดันเจี้ยนอยู่ดี”
“นั่นสินะครับ น่าเสียดายจังที่พวกนายประเมินฉันต่ำไปหน่อย”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ลุคและมาร์คเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ทั้งคู่รีบหันขวับกลับไปมอง และพบกับภาพที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
เรย์ยืนกอดอกพิงผนังหินอย่างสบายอารมณ์ เสื้อผ้าไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขามีม่านพลังงานสีครามจางๆ ลอยวนอยู่ มันคือสกิลป้องกันระดับสูงที่เขาแอบซื้อและติดตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่ค่าความไม่น่าไว้ใจของทั้งคู่เริ่มกระโดดเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์
“เป็นไปได้ยังไง! แกหลบการโจมตีในระยะประชิดขนาดนั้นได้ยังไงกัน!” ลุคคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขาร่ายเวทบทต่อไปทันที แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
เรย์ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่านักเวททั่วไปจะตามทัน ก่อนที่หมัดหนักๆ จะกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของลุคอย่างจังจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อากาศในปอดถูกรีดออกจนหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน มาร์คหวาดกลัวจนสติหลุด เขาเหวี่ยงดาบฟันใส่เรย์อย่างไร้ทิศทาง แต่มือของเรย์กลับคว้าจับที่ข้อมือของอัศวินหนุ่มไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบิดมหาศาลจากกลไกข้อต่อทำให้ดาบหลุดจากมือทันที
“พวกนายรู้ไหมครับว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้พวกนายเล่นละครมาจนถึงตอนนี้” เรย์กระซิบข้างหูของมาร์ค น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง “ก็เพราะฉันอยากรู้ว่า... ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งเก็บฉันกันแน่ ระหว่างกิลด์ใหญ่ หรือว่า...”
เรย์หยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเหลือบมองไปที่รอยสักรูปงูสีดำจางๆ ที่ต้นคอของมาร์ค ซึ่งเพิ่งปรากฏขึ้นหลังจากที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งจากการต่อสู้ รอยสักนั้น... เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเคยเห็นบนเอกสารลับในห้องทำงานของเซราฟีน่า
มาร์คเบิกตากว้างด้วยความตื่นกลัวเมื่อรู้ว่าความลับถูกเปิดเผย เขาอ้าปากพะงาบๆ จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง ประตูศิลาโบราณเบื้องหลังพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ครืนนนนน—!
เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปีถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยกลิ่นอายเลือดและความตายในการต่อสู้เมื่อครู่
เรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสบเข้ากับระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้การควบคุม ตัวอักษรสีเลือดสว่างวาบจนแสบตา และมันไม่ใช่การแจ้งเตือนระดับ SSS ธรรมดา แต่เป็นข้อความเตือนภัยระดับมหันตภัยที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบชีวิต
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก "บอสลับ" ชั้นบรรพกาล]
[เป้าหมาย: เซราฟีน่า (ร่างอวตารที่สอง) กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ดันเจี้ยน]
[รหัสฉุกเฉิน: หนีเดี๋ยวนี้... หรือความตายคือทางเลือกเดียวที่คุณเหลืออยู่]
ทันใดนั้น แสงสีดำสนิทก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของประตูศิลา แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเรย์แทบจะทรุดเข่าลงกับพื้น และก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว มือเรียวบางสีขาวซีดคู่หนึ่งก็ยื่นออกมาจากความมืดของประตู พร้อมกับเสียงกระซิบหวานหยดย้อยที่ดังลอยมาตามสายลมเย็นเยือก
“เจอตัวแล้ว... ของเล่นชิ้นโปรดของฉัน”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผมในบทนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ•ตอนที่ 6
กลยุทธ์การหักหลังในกลุ่ม
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!