พลิกชีวิตจากหลังคาสังกะสีสู่เศรษฐีเงินล้าน: บันทึกภรรยานายทหารผู้เปลี่ยนกระท่อมให้กลายเป็นขุมทรัพย์•ตอนที่ 2

มิติห้างสรรพสินค้า

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“ถ้าอยากจะตายนัก ก็เชิญไปนอนตายที่อื่น อย่ามาสำลักเลือดใส่พื้นดินของตระกูลจางให้เสนียดติดเท้าคนอื่นเขาเลย!” เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองกรีดผ่านความเงียบงันในกระท่อมซอมซ่อ กลิ่นอับชื้นของดินและฟางผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่มุมปากของหลินฟาง หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบด้วยการก่นด่า แต่เธอกลับยันตัวขึ้นช้าๆ สายตาที่เคยอ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกจนอีกฝ่ายชะงักฝีเท้า หลินฟางไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของสะใภ้รอง เธอสัมผัสได้ถึง 'บางอย่าง' ที่สั่นไหวอยู่ภายใต้กระแสเลือด พื้นที่ว่างเปล่าในมโนภาพของเธอเมื่อครู่เพิ่งขยายตัวออกคล้ายกับจักรวาลที่เปิดม่านกว้าง เธอหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นคง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่จิตใจกลับแจ่มใสราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ยาวนานนับศตวรรษ เมื่อสะใภ้รองเดินกระแทกเท้าออกไปจนประตูไม้ผุๆ แทบหลุดจากบานพับ หลินฟางจึงยกมือขึ้นแตะที่หน้าอก ลมหายใจเข้าลึกๆ ของเธอเรียกเอาภาพลวงตาที่ซ้อนทับกับโลกความจริงขึ้นมา *‘ห้างสรรพสินค้า...’* เธอนึกในใจ พลันปรากฏภาพชั้นวางสินค้าที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตาพร่า แสงไฟนีออนสว่างไสวที่เธอเคยคุ้นเคยในชาติภพก่อนกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่เพียงแค่มิติฟาร์มที่เธอเพิ่งค้นพบ แต่เป็นอาณาจักรแห่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทันสมัยที่สุด ทั้งยาปฏิชีวนะ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เนื้อวัวเกรดพรีเมียม และอุปกรณ์ยังชีพที่แม้แต่รัฐบาลในยุคนี้ยังหาไม่ได้ หลินฟางหยิบขวดยาแก้ปวดลดไข้ขนาดพกพาออกมาจากชั้นวางอย่างเงียบเชียบ มือของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น หากเธอเป็นเพียงสะใภ้ขี้โรคที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้ ชีวิตนี้คงจบลงที่ปลายกระบอกปืนหรือความอดอยาก แต่ถ้าเธอคือ 'ผู้กุมคลังแสง' ชีวิตหลังจากนี้... กติกาจะถูกเขียนขึ้นใหม่โดยเธอเพียงผู้เดียว “ฟาง... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความกังวลดังขึ้นที่หน้าประตู จางเหว่ยกลับมาแล้ว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนดูทรุดโทรมลงไปถนัดตา แต่แววตาคู่นั้นยังคงทอประกายความภักดีที่หาได้ยากยิ่ง เขารีบก้าวเข้ามาประคองเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพฝันที่จางหายไปได้ทุกเมื่อ หลินฟางมองสบตาชายหนุ่ม เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วย 'ความกระหายที่จะทำลายล้าง' อย่างที่เขาเคยบอกไว้ในใจเมื่อบทก่อน แต่มันไม่ใช่ความกระหายเพื่อตัวเอง หากแต่เป็นความแค้นที่เห็นภรรยาถูกรังแกจนแทบเอาชีวิตไม่รอด “ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่เหว่ย... แค่คิดอะไรได้บางอย่าง” เธอขยับยิ้มอ่อนโยนก่อนจะซ่อนยาเม็ดหนึ่งไว้ในฝ่ามือ “ทานข้าวต้มก่อนนะคะ วันนี้ฉันมีของดีจะให้พี่ลองชิม” จางเหว่ยขมวดคิ้วมองข้าวต้มในชามแตกๆ กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยออกมาไม่ใช่กลิ่นข้าวต้มธัญพืชที่เจือจางน้ำจนแทบมองไม่เห็นเมล็ดข้าว แต่มันคือกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเข้มข้นที่หลินฟางเพิ่งหยิบมาจากมิติห้างสรรพสินค้าอย่างลับๆ เธอรู้ดีว่าในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ กลิ่นอาหารที่หอมเกินไปคือภัยร้าย แต่นี่คือวิธีที่เร็วที่สุดในการยกระดับพละกำลังและสร้างความแข็งแกร่งให้สามี จางเหว่ยตักข้าวคำแรกเข้าปาก ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “รสชาตินี้... เจ้าเอามาจากไหน?” “ความลับค่ะ” เธอหยอกเย้า แต่สายตากลับจ้องมองไปที่ประตูไม้ “และจากนี้ไป เราจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำกระท่อมหลังนี้ได้อีก แม้แต่เศษซากของความยากจน... ฉันก็จะเปลี่ยนมันให้เป็นทองคำ” จางเหว่ยไม่ได้ถามต่อ เขาเพียงแค่พยักหน้าอย่างมั่นใจ ความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ตอนนี้กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด หลินฟางรู้ดีว่ามิติห้างสรรพสินค้าไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่มันคือขุมพลังที่จะทำให้เธอก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชนชั้นในเมืองนี้ ทว่า ในขณะที่ความเงียบเข้าครอบงำยามค่ำคืน เสียงเคาะประตูอย่างแรงจากข้างนอกก็ดังกึกก้องขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอของแม่สามีที่ดังทะลุผ่านความมืดเข้ามา “นังตัวดี! ฉันรู้นะว่าพวกแกแอบกินอะไรกันอยู่! กลิ่นเนื้อหอมฟุ้งไปทั่วบ้านขนาดนี้ คิดจะโกงกินสมบัติบ้านจางไว้คนเดียวงั้นรึ? ออกมาเดี๋ยวนี้!” หลินฟางลุกขึ้นยืน แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดันดุจราชสีห์ เธอหันไปมองจางเหว่ยที่เตรียมจะลุกขึ้นไปเปิดประตูด้วยความโกรธจัด เธอวางมือลงบนไหล่แกร่งของเขาแล้วกระซิบเบาๆ “อย่าเพิ่งค่ะพี่เหว่ย... ปล่อยให้ท่านเข้ามาดูเสียหน่อยว่า 'เศษสวะ' ที่ท่านว่าเขาน่ะ มีอะไรดีที่ท่านคาดไม่ถึงบ้าง” เธอก้าวไปที่ประตูด้วยท่วงท่าสง่างาม มือแตะที่ลูกบิดไม้ผุๆ พลางนึกในใจถึงสิ่งที่เธอเตรียมไว้ในมิติห้างสรรพสินค้า—ไม่ใช่สินค้าทั่วไป แต่เป็นกับดักที่เธอเตรียมไว้ให้ผู้ที่ริษยาต้องได้รับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ประตูถูกเปิดออกกว้าง แสงคบเพลิงจากภายนอกส่องมากระทบใบหน้าของหลินฟาง เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับยิ้มหวาน—ยิ้มที่ทำให้แม่สามีและสะใภ้รองที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับชะงักงันด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง “มาดึกดื่นป่านนี้ มีธุระอะไรกับข้าวเย็นของลูกสะใภ้คนนี้งั้นหรือคะ?” ต้นไม้ริมระเบียงขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับหลินฟางในโลกแห่งการพลิกโฉมชีวิตนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชีวิตจากหลังคาสังกะสีสู่เศรษฐีเงินล้าน: บันทึกภรรยานายทหารผู้เปลี่ยนกระท่อมให้กลายเป็นขุมทรัพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
มิติห้างสรรพสินค้า — พลิกชีวิตจากหลังคาสังกะสีสู่เศรษฐีเงินล้าน: บันทึกภรรยานายทหารผู้เปลี่ยนกระท่อมให้กลายเป็นขุมทรัพย์ | yayni