กลิ่นหอมของพริกไทยดำป่นใหม่และเนยกระเทียมที่กำลังละลายเดือดปุดอยู่บนกระทะเหล็กหล่อ ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะได้กลิ่นท่ามกลางความตึงเครียดระดับวิกฤตของดันเจี้ยนระดับ A-Rank
เบื้องหน้าของเรย์ รอยแยกมิติสีม่วงเข้มข้นกำลังส่งเสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ร้ายบาดเจ็บ แรงดันอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นคลื่นความร้อนระอุ เศษหินลอยเคว้งคว้างอย่างไร้แรงโน้มถ่วง ทว่าในมือของชายหนุ่มกลับเป็นตะหลิวทองแดงขึ้นเงา และเขียงไม้ที่ยังมีคราบน้ำซุปเนื้อสเต็กเกรดพรีเมียมติดอยู่บางเบา
"ถ้าท่านยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่กระทะของผมแบบนั้น เนื้อวัวฮอร์นบีสต์ชิ้นนี้จะสุกเกินไปจนเหนียวเป็นยางหนังสติ๊กนะครับ เอลิน่า"
เรย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากการควบคุมอุณหภูมิเปลวไฟเวทมนตร์ที่ปลายนิ้ว
จอมเวทสาวผู้ยืนถือไม้เท้าคริستัลสั่นเทาอยู่เบื้องหลังสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเอลิน่าถูกห่อหุ้มด้วยบาเรียเวทมนตร์ที่แตกพร่าไปครึ่งแถบจากแรงกระแทกของมอนสเตอร์ระลอกล่าสุด แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ฝูงอสูรที่กำลังกรูเข้ามาจากปากทางเข้า แต่มันคือควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากเนื้อย่างชิ้นนั้น ควันที่มีละอองแสงสีทองประหลาดลอยวนเวียนอยู่ราวกับมีชีวิต
"นายยังจะมีอารมณ์มาห่วงเรื่องความสุกของเนื้อในสถานการณ์ที่เกาะลอยฟ้าแห่งนี้กำลังจะถล่มลงมาเป็นจุลเนี่ยนะ เรย์!" เสียงของเอลิน่าเฉียบคมและร้อนรน แต่มือที่กำไม้เท้ากลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ "พลังงานมานาในรอยแยกนั่น... มันเกินขีดจำกัดที่มนุษย์จะต้านทานได้แล้ว แรงกดดันระดับนี้ต่อให้เป็นพวกหัวหน้ากิลด์ก็ยังต้องคุกเข่า!"
"เพราะสถานการณ์มันคับขันต่างหาก เราถึงต้องเติมพลังงานชีวิตให้เต็มถังก่อนออกไปวิ่งมาราธอน" เรย์ส่งยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมอง "ลองชิมดูสักคำสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงเลือกใช้เวลาสามนาทีนี้ในการทำอาหาร มากกว่าจะเอาแต่กอดอกรอความตาย"
เขายื่นชิ้นเนื้อย่างที่มีความสุกระดับมีเดียมแรร์ ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสเกรวี่สูตรลับที่เคี่ยวจากกระดูกมังกรดินระดับต่ำผสมกับสมุนไพรป่า เข้าไปจ่อใกล้ริมฝีปากเรียวบางของจอมเวทสาว
เอลิน่าเม้มปากแน่น ความเย็นชาทั้งหมดที่เธอสะสมมาจากการฝึกฝนเวทมนตร์ขั้นสูงพังทลายลงในพริบตา เมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนของไขมันเนื้อที่ละลายในปากกระตุ้นต่อมรับรสจนน้ำลายสอ เธออ้าปากรับชิ้นเนื้อนั้นเข้าไปเคี้ยวอย่างไม่เต็มใจนัก
*1... 2... 3...*
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างกายของเอลิน่าสะท้านเฮือกเมื่อคลื่นพลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารพุ่งตรงเข้าสู่เส้นประสาทและวงจรมานาในร่างกาย ความเหนื่อยล้าจากการร่ายเวทบทหนักตลอดสามชั่วโมงหายเป็นปลิดทิ้ง ความเจ็บปวดจากบาดแผลภายในสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่แม้แต่โพชั่นระดับสูงก็ยังเทียบไม่ติด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด
สิ่งที่ทำให้เอลิน่าต้องอ้าปากค้างคือ การที่แรงกดดันมหาศาลจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า... เริ่มอ่อนกำลังลงเมื่อเธอพ่นลมหายใจที่มีกลิ่นหอมของเนื้อพริกไทยออกมา!
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบดังขึ้นก้องในโสตประสาทของเรย์ หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสดใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้แสดงเพียงแค่เควสต์หรือแต้มประสบการณ์ แต่มันคือตัวอักษรสีทองอร่ามที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
[ระบบผู้กล้า: ตรวจพบปฏิกิริยาเคมีทางชีวภาพขั้นสูง!]
[ระดับความเข้ากันได้ของ 'สารอาหารวิญญาณ' กับความถี่ของรอยแยกมิติ: 99.8%]
[ประกาศฉุกเฉินจากระบบหลัก: ยืนยันสมมติฐานสำเร็จ อาหารที่ปรุงโดยผู้เล่น 'เรย์' ไม่ได้มีสถานะเป็นเพียง 'ไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิต' ทว่ามันคือ 'รหัสพันธุกรรมทางรสชาติ' หรือที่เรียกว่า **"กุญแจ (Key)"** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับจูนความถี่คลื่นมานาของดันเจี้ยนให้กลับสู่ภาวะสมดุล]
[คำเตือน: หากบริโภคเมนู "สเต็กเนื้อฮอร์นบีสต์ราชันซอสพริกไทยดำ" ครบตามจำนวนโควตาที่กำหนดและปล่อยละอองมานาเข้าสู่ใจกลางรอยแยก จะสามารถทำการ 'ปิดผนึก' รอยแยกมิติระดับ A-Rank ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้กำลังรบ!]
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย อ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา ความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดตั้งแต่เริ่มเปิดร้านอาหารในดันเจี้ยนได้รับการคลี่คลายในวินาทีนี้เอง
ระบบไม่ได้ส่งเขามาเพื่อเป็นฮันเตอร์ที่ถือดาบฟันฟันมอนสเตอร์เหมือนคนอื่นๆ
ระบบไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นพ่อค้าเร่ที่ขายของประทังชีวิต
...แต่มันสร้างเขาขึ้นมาเพื่อเป็น "เชฟผู้ปิดผนึกโลก" ต่างหาก
"เรย์... นาย... เห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม?" เอลิน่าหันมามองหน้าเขา น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ เธอไม่ได้อ่านหน้าต่างระบบของเรย์ แต่เธอสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาของรอยแยกที่เริ่มหมุนวนช้าลงทุกครั้งที่เธอกลืนอาหารลงคอ "มานาของรอยแยก... มันกำลังตอบสนองต่อรสชาติอาหารของนาย มันกำลัง... ถูกกลืนกิน?"
"ไม่ใช่ถูกกลืนกินหครับ เอลิน่า" เรย์วางกระทะลงบนโขดหินอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังใจกลางความมืดมิดของรอยแยกที่บิดเบี้ยว "แต่มันกำลังถูก 'ปรุงรส' ให้กลมกล่อมต่างหาก"
ชายหนุ่มหยิบมีดสั้นสำหรับแล่เนื้อขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับประกายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ในเมื่อระบบมอบวัตถุดิบชิ้นใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มาให้ เขาก็ไม่มียางอายพอที่จะปฏิเสธเกียรติยศของการเป็นพ่อครัวที่จะเสิร์ฟมื้ออาหารล้างบางดันเจี้ยนให้โลกได้จารึก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่บทสรุปของการปิดผนึก รอยแยกที่ควรจะสงบลงตามปฏิกิริยาของอาหาร กลับส่งเสียงกรีดแหลมสูงเสียดแก้วหูขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
*เปรี๊ยะ! บรูกกกก—!*
พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว แรงดึงดูดรอบตัวพลิกกลับด้านในพริบตา ควันสีดำสนิทพวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกที่ขยายตัวกว้างขึ้นเป็นสองเท่า และสิ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น... ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับ A-Rank ทั่วไป แต่มันคือเงาร่างสูงตระหง่านของสิ่งมีชีวิตสวมเกราะเหล็กโบราณสีนิล ที่ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าก้องกังวานไปทั่วชั้นดันเจี้ยน
*"ในที่สุด... กลิ่นอายของ 'ผู้ถือครองกุญแจ' ก็ปรากฏตัวขึ้นเสียที... หลังจากข้าหลับใหลมาสามร้อยปี..."*
ขอพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความเข้มข้นไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 24
ความจริงเกี่ยวกับรอยแยก
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!