รอยร้าวระดับศูนย์จุดสามมิลลิเมตรบนคานคอนกรีตจำลอง ไม่เคยเป็นเพียงแค่ความผิดพลาดทางทฤษฎีในสายตาของปารณ
มันคือลายเซ็นของความหายนะ
ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกดลงบนโมเดลสถาปัตยกรรมมาตราส่วน 1:50 อย่างมั่นคง แรงกดนั้นเพียงพอจะทำให้โครงสร้างจำลองของอาคารสูงสามสิบชั้นสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่สำหรับปารณแล้ว สิ่งที่สั่นไหวไม่ใช่แค่แผ่นแอคคริลิกและปูนปลาสเตอร์ หากแต่เป็นเศษซากความทรงจำสีเทาหม่นที่ฝังรากลึกอยู่ในรอยหยักของสมองมานานนับปี
"นายคำนวณแรงเฉือนตรงจุดนี้พลาดไปสองนิวตันเมตร ปาล์ม... หรือว่าตั้งใจให้มันพังตั้งแต่กระดาษแผ่นแรกกันแน่"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยน์ตาท้าทายดังขึ้นจากด้านหลัง ปารณไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร คณิน รุ่นพี่ปีสี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ก้าวเข้ามาในสตูดิโอออกแบบโดยไม่ได้รับเชิญ รองเท้าหนังขัดมันราคาแพงส่งเสียงกระทบพื้นปูนเปลือยของห้องปฏิบัติการสถาปัตย์อย่างจงใจสร้างความรำคาญ
ปารณค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลน เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
"ถ้าคุณใช้เวลาว่างจากการเดินตรวจผลงานคนอื่น ไปทบทวนวิชาสถิตยศาสตร์และกลศาสตร์วัสดุก101 อีกสักรอบ คณิน คุณคงไม่ต้องมาตั้งคำถามโง่ๆ แบบนี้ในสตูดิโอของคนอื่น" ปารณตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เฉียบคมจนบาดลึกถึงกระดูก "รอยร้าวตรงนั้นไม่ได้เกิดจากแรงเฉือน แต่มันคือผลลัพธ์ของการคำนวณโมเมนต์ดัดที่ถูกบิดเบือน... เหมือนกับเจตนาของคุณตอนที่เสนอแบบแปลนโครงการหอประชุมคณะเมื่อเทอมก่อนนั่นแหละ"
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของคณินแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างสองตัวแทนจากต่างคณะจะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"การวิเคราะห์ภาษากายเมื่อครู่... คุณคณินกำลังใช้วิธีข่มขวัญคู่ต่อสู้ด้วยการรุกรานพื้นที่ส่วนตัว (Invasion of Personal Space) ในขณะที่ปาล์มกำลังใช้กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยา (Psychological Defense Mechanism) ด้วยการโจมตีจุดอ่อนทางวิชาการเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการถูกจับผิด... น่าสนใจดีนี่คะ... เอ๊ย... น่าสนใจดีนี่ครับ"
เสียงใสแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของนลิน นักศึกษาปีสามจากคณะจิตวิทยาที่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ปารณเหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที สังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยากของหญิงสาวคนนี้เสมอ นลินมักจะปรากฏตัวในสถานที่และเวลาที่ไม่ควรอยู่เสมอราวกับมีเรดาร์ตรวจจับความขัดแย้ง
"คุณนี่ว่างงานมากสินะ นลิน ถึงได้มาเดินป้วนเปี้ยนแถวตึกสถาปัตย์ทุกทีที่มีกลิ่นอายความพินาศ" ปารณเอ่ยแซะเบาๆ พลางดึงถุงมือสีขาวออกทีละข้างอย่างใจเย็น
"จิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์ไม่ได้เรียนแค่ในห้องสี่เหลี่ยมหรอกนะปาล์มคะ... เอ่อ... ปาล์มครับ" นลินแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อสบตากับนิ่งสนิทของชายหนุ่ม เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฉันแค่สนใจว่าทำไมอัจฉริยะผู้เย็นชาอย่างคุณ ถึงหมกมุ่นอยู่กับการจำลองตึกถล่มหลังเดิมซ้ำๆ มาตลอดสามปีเต็ม มีอะไรมากกว่าแค่เรื่องโปรเจกต์จบการศึกษาหรือเปล่าล่ะ"
บรรยากาศในห้องปฏิบัติการเงียบลงทันที คณินหันมามองหน้านลินสลับกับปารณด้วยสายตาจับผิด ขณะที่ปารณนิ่งเงไปชั่วอึดใจ สมองของเขาประมวลผลคำพูดของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แค่พูดเล่น นลินกำลังพยายามขุดคุ้ยบาดแผลที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ นลิน เชิญไปนั่งรอที่ห้องสมุดเถอะครับ งานของผมไม่ได้มีไว้ให้จิตแพทย์ฝึกหัดมาวิเคราะห์เล่นแก้เบื่อ" ปารณตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นอีกระดับ ก่อนจะหันกลับไปสนใจโมเดลตรงหน้า
แต่ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนฐานไม้ของโมเดลอีกครั้งเพื่อจะเก็บงาน สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งใต้ฐานโครงสร้างที่ถูกซ่อนไว้ แผ่นกระดาษพิมพ์เขียวเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งถูกพับซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ฐานปูนปลาสเตอร์—มันไม่ใช่แบบแปลนที่เขาเป็นคนออกแบบ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่แบบจำลองสำหรับวิชาเรียน
ปารณขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาใช้ปลายคัตเตอร์ค่อยๆ เขี่ยแผ่นกระดาษนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้นลินและคณินต้องโน้มตัวลงมามองด้วยความสงสัย
เมื่อแผ่นพิมพ์เขียวถูกคลี่ออกภายใต้แสงไฟนีออน ลายเส้นทางสถาปัตยกรรมที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้ลมหายใจของปารณสะดุดกึกไปชั่วขณะ มันคือลายมือและสัญลักษณ์การออกแบบโครงสร้างที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก... ลายมือของพ่อของเขาเอง พ่อผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อสามปีก่อน
และที่มุมขวาล่างของกระดาษแผ่นนั้น มีตราประทับลับของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมลายเซ็นกำกับที่ปารณจำได้แม่นยำว่าเป็นของ... ดร.ธนา อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการวิจัยของเขาเองในปัจจุบัน
หัวใจของปารณกระหน่ำเต้นรัวด้วยความโกรธและสับสนระคนกัน ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขการคำนวณน้ำหนักรับแรงบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—รอยร้าวที่เกิดขึ้นบนตึกถล่มในอดีต ไม่ใช่ความผิดพลาดของธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุจากความประมาท... แต่มันคือ "ฆาตกรรมทางวิศวกรรม" ที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องปฏิบัติการที่เปิดแง้มไว้ เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสองครั้งอย่างใจเย็น
"ปารณ... เธอat อยู่ข้างในใช่ไหม ฉันเอาเอกสารอนุมัติงบประมาณวิจัยรอบสุดท้ายมาให้..."
เสียงทุ้มต่ำและใจดีของ ดร.ธนา ดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในห้อง พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ในวินาทีนี้... กลับดูน่าขนลุกเสียยิ่งกว่าปีศาจ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปไขปริศนากับปารณและนลินในตอนแรกนี้นะครับ
สถาปัตยกรรมรักลวงตา: ปิดคดีหัวใจนายสถาปนิกปีสาม•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแห่งความเงียบงัน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตยกรรมรักลวงตา: ปิดคดีหัวใจนายสถาปนิกปีสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
