"คุณจะยืนจ้องผมเป็นรูปปั้นหินกรีกโบราณอีกนานไหมครับ หรือต้องให้ผมเอาค่าตัวคิวละล้านห้ามาแปะหน้าผากคุณถึงจะรู้สึกตัวว่านี่มันห้องทำงาน ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ แต่แฝงรอยยิ้มกวนประสาทของพายุ ลากคณินหลุดออกจากภวังค์ความสับสนในเสี้ยววินาที สถาปนิกหนุ่มกะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ที่ซุปตาร์ตัวแสบพุ่งเข้ามาดึงตัวเขาให้พ้นวิถีของลังกระดาษที่หล่นลงมาจากชั้นวางอย่างหวุดหวิด ยังคงทิ้งร่องรอยความอุ่นวาบไว้ที่ต้นแขนข้างซ้าย
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กุมแน่นเมื่อครู่... มันร้อนเสียจนผิวเนื้อบริเวณนั้นราวกับถูกไฟลน
คณินเม้มริมฝีปากแน่น ดึงสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเนียบเฉียบตามสไตล์สถาปนิกผู้บ้างานทันที เขาขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะกวาดสายตามองซุปตาร์หนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"ถ้าเวลาว่างของคุณมันเหลือเฟือจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ผมแนะนำให้เอาไปทบทวนบทละครเรื่องใหม่ หรือไม่ก็ไปหาวิธีเดินแบบที่ไม่ทำให้ข้อเท้าแพลงดีกว่าครับ คุณพายุ" คณินสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ส่วนเรื่องลังกระดาษนี่... ผมจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนซุปตาร์ระดับประเทศเอาตัวเข้ามาเสี่ยงให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหรอกครับ"
พายุเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันทีราวกับถูกอกถูกใจเสียเต็มประดา ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขาสกาวก้าวเข้าไปประชิดตัวคณินอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันเย็นชาที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา
"เป็นห่วงผมก็บอกตรงๆ สิครับ สถาปนิก... หน้าตาคุณตอนตื่นตระหนกเมื่อกี้มันฟ้องชัดเจนเลยนะว่ากลัวผมหัวร้างข้างแตก" พายุโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนคณินต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "อีกอย่าง... ข่าวหน้าหนึ่งผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอกครับ สนใจแค่ว่า... คนแถวนี้จะใจหายจนเป็นลมล้มพับไปก่อนได้งานออกแบบตึกใหม่หรือเปล่ามากกว่า"
คำพูดที่เจือความเจ้าเล่ห์และสายตาที่มองมาอย่างลึกซึ้ง ทำให้คณินรู้สึกเหมือนหัวใจที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่กลับมากระหน่ำเต้นรัวอีกครั้งอย่างไม่รักดี ปากร้ายใจอ่อน... นี่คือคำนิยามที่เพื่อนร่วมงานมักจะใช้เรียกเขา แต่วันนี้เขากำลังพบว่ากำแพงความเยือกเย็นที่สร้างมานานนับปี กำลังถูกผู้ชายคนนี้พังทลายลงทีละน้อยด้วยความกวนประสาทที่หาตัวจับยาก
"อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยครับคุณพายุ ผมก็แค่มองหน้าคุณเพราะกำลังคิดอยู่ว่า... ถ้าซุปตาร์เกิดอุบัติเหตุในออฟฟิศผมขึ้นมาจริงๆ ผมจะต้องเสียเวลาเคลียร์เอกสารประกันภัยเพิ่มอีกกี่ร้อยแผ่นต่างหาก" คณินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องมองกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "เพราะฉะนั้น กรุณาถอยหลังไปสามก้าว แล้วไปนั่งเงียบๆ ที่โซฟาโน่นครับ ผมมีเวลาอีกแค่สามชั่วโมงในการเคลียร์แบบแปลนชุดนี้ให้เสร็จ"
พายุหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสะท้อนอยู่ในความเงียบของห้องทำงานกว้าง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความขัดเขิน แม้เจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนมันด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเพียงใดก็ตาม ซุปตาร์หนุ่มรู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ... แต่ไฟดวงนี้ช่างเย้ายวนจนเขาไม่อาจละสายตาได้เลย
"ปากเก่งเสียจริงนะสถาปนิก..." พายุพึมพำเสียงเบา ทว่าแฝงความจริงจังวับวามอยู่ในแววตา "แต่รู้ไหมครับว่า... ยิ่งคุณทำเป็นดุ ยิ่งคุณทำเป็นไล่ผมให้ออกห่าง... มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า..."
ซุปตาร์หนุ่มจงใจเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งสอง คณินเผลอจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อIนคำพูด โดยลืมตัวไปชั่วขณะว่าพวกเขากำลังยืนใกล้กันเกินความจำเป็น
"...ว่าคุณกำลังกลัว" พายุพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนสถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงักงัน
"ผมไม่ได้..."
"อย่าเถียงผมเลยครับ" พายุเอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มละมุนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "คนอย่างคุณ... ปากบอกว่ารำคาญ แต่สายตากลับคอยมองตามผมตลอดเวลา คนอย่างคุณ... ปากบอกว่าอยากให้ผมไปไกลๆ แต่พอลำบากเมื่อไหร่ ก็เป็นผมทุกทีที่คุณยอมให้เข้ามาใกล้... จริงไหมครับ?"
คำพูดที่ราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้คณินรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้น ความโกรธปนความอายพุ่งพล่านขึ้นมาจนสมองตื้อตัน เขาอ้าปากจะตอกกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุดเท่าที่จะนึกออก เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกที่กำลังทรยศเขา
ทว่า... ก่อนที่เสียงทุ้มแข็งกระด้างจะได้หลุดออกจากริมฝีปากของคณิน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทดีไซน์เนี๊ยบ ทว่าสีหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเร่งรีบ เธอคือผู้จัดการส่วนตัวของพายุที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
"พายุ! อยู่นี่จริงๆ ด้วย!" ผู้จัดการสาวหอบหายใจรัว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นซุปตาร์หนุ่มยืนประชิดตัวกับสถาปนิกหนุ่มในระยะประชิด เธอชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะรีบละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! คุณหญิงแม่ของคุณ... บุกมาที่ตึกนี้แล้วค่ะ!"
พายุหุบยิ้มทันที แววตากวนประสาทแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับคณินที่ผละถอยหลังออกจากซุปตาร์หนุ่มโดยอัตโนมัติ หัวใจของเขากลับมากระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
หยุดกวนประสาทที ผมจะทำงาน!•ตอนที่ 3
อย่าหมาใส่ผมได้ไหม
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดกวนประสาทที ผมจะทำงาน! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
