“นี่ไม่ใช่รหัสผ่านของมนุษย์ยุคปัจจุบัน… แต่มันคือลายนิ้วมือทางความคิดที่ถูกถอดรหัสออกมาจากคลื่นสมองของฉันเองเมื่อสิบปีก่อนต่างหาก”
เซย์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องแล็บใต้ดินชั้นที่เจ็ด แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาด
กระทบเข้ากับกรอบแว่นโลหะและนัยน์ตาที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ข้อมูลบนหน้าจอหลักยังคงกะพริบเตือนตัวอักษรสีแดงฉาน
**[รหัสผู้ใช้งาน: SEI-000 | สถานะ: ยืนยันตัวตนสำเร็จ - ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, ตัวฉันเอง]**
ประโยคสั้นๆ นั้นสร้างความปั่นป่วนในระบบประสาทของเซย์ยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับป้อมปืนกลอัตโนมัติหรือความผิดพลาดของอัลกอริทึมคำนวณเวลาเสียอีก ข้อความนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ แต่มันถูกฝังไว้ในโครงสร้างรากฐานของฐานข้อมูลหลัก (Root Directory) ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในอดีตเสียด้วยซ้ำ
“แปลกมาก…” เสียงใสแต่ทุ้มนุ่มของอีฟดังขึ้นเบาๆ เธอก้าวเท้าลอยเหนือพื้นราวสิบเซนติเมตร ร่างโปร่งแสงสีฟ้าครามของเธอกำลังก้มลงสำรวจแผงวงจรควอนตัมที่ถูกปิดตายมานานนับทศวรรษ “คลื่นความถี่ที่ใช้ปลดล็อกเมื่อครู่มีความหนาแน่นตรงกับรูปแบบการทำงานของสมองคุณในภาวะจำศีล… เซย์ ดูเหมือนว่าคุณไม่ได้เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกอย่างที่ความทรงจำของคุณบอกหรอกนะ”
เซย์หันไปมองอาจารย์สาวคู่คิด แววตาของเธอยังคงนิ่งสงบแต่แฝงไว้ด้วยประกายความกังวลที่ปิดไม่มิด ในฐานะนักฟิสิกส์อัจฉริยะที่ถูกกักเก็บจิตสำนึกไว้ในรูปแบบโฮโลแกรม อีฟคือผู้เดียวที่เข้าใจความซับซ้อนของมิติเวลาและเส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่บิดเบี้ยวนี้ดีที่สุด
“ถ้าผมเคยมาที่นี่ ทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะครับอาจารย์?” เซย์ถามพร้อมกับเลื่อนนิ้วเรียวยาวผ่านแป้นพิมพ์แสงเพื่อตรวจสอบบันทึกย้อนหลัง (System Logs) ข้อมูลทุกอย่างถูกเข้ารหัสซ้อนกันถึงเจ็ดชั้นด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งที่เขาเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง — มันคือภาษาที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันก็ยังไม่สามารถแปลความหมายได้
“เพราะ ‘เวลา’ กำลังเล่นตลกกับเรายังไงล่ะครับ หรือพูดให้ถูกก็คือ… คุณในอนาคตอาจจะพยายามส่งข้อความบางอย่างกลับมาหาคุณในอดีต เพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” อีฟวิเคราะห์พลางใช้ปลายนิ้วโปร่งแสงแตะลงไปที่อากาศเบื้องหน้า หน้าจอข้อมูลนับร้อยก็ขยายใหญ่ขึ้นแสดงผังโครงสร้างของห้องแล็บแห่งนี้
ห้องแล็บที่ไร้ร่องรอย — ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย พื้นที่เบื้องหน้าของพวกเขาคือห้องปฏิบัติการลับขนาดมหึมาที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพังของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีแห่งชาติ ไม่มีฝุ่นเกาะแม้แต่น้อย พื้นผิวโลหะผสมไทเทเนียมยังคงเงางามราวกับเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อวาน ทั้งที่ระบบระบายอากาศหลักหยุดทำงานไปตั้งแต่สิบปีก่อนอย่างไร้สาเหตุ
ไร้ร่องรอยการเข้าออก ไร้ร่องรอยการเสื่อมสลาย และไร้ซึ่งร่องรอยของผู้คน
“เราต้องเดินหน้าต่อครับ” เซย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สมองของเขาเริ่มคำนวณความน่าจะเป็นของเส้นทางข้างหน้า “ถ้าประตูห้องควบคุมหลักเปิดออกด้วยรหัส SEI-000 นั่นหมายความว่าห้องวิจัยลับชั้นในสุดต้องมีคำตอบบางอย่างเกี่ยวกับการ Time Loop ที่เรากำลังเผชิญอยู่แน่”
สองศิษย์อาจารย์ก้าวเดินไปตามทางเดินยาวที่ทอดยาวเข้าสู่ความมืดมิด บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของเซย์เอง เวิลด์บิลดิ้งของสถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม ระบบความปลอดภัยรอบตัวไม่ใช่กลไกฟิสิกส์ธรรมดา แต่เป็นการใช้สมการคณิตศาสตร์ขั้นสูงในการสร้างสนามพลังงาน หากผู้บุกรุกก้าวเท้าผิดไปแม้แต่เซนติเมตรเดียว ร่างกายจะถูกสลายกลายเป็นอนุภาคควอนตัมในทันที
ทว่า ด้วยความสามารถในการมองโลกเป็นสมการของเซย์ ทำให้เขาสามารถอ่านรูปแบบความน่าจะเป็นของสนามพลังเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงไปจึงราบรื่นราวกับมีแผนที่นำทางที่สมบูรณ์แบบ
“ระวังซ้ายมือสามสิบองศาครับ” อีฟเตือนขึ้นทันทีเมื่อเซย์กำลังจะก้าวผ่านเสาโลหะต้นหนึ่ง
เซย์หยุดชะักทันที ปลายนิ้วก้อยของเขาเฉียดผ่านลำแสงเลเซอร์สีแดงเข้มที่ซ่อนอยู่ใต้คลื่นความถี่ต่ำไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร หากสัมผัสโดนแม้แต่น้อย สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตคงดังสนั่นไปทั่วทั้งฐาน
“ขอบคุณครับอาจารย์ เกือบไปแล้วจริงๆ” เซย์ถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
“อย่าเพิ่งวางใจไปเลยครับเซย์…” อีฟหันขวับมามองที่ปลายสุดของทางเดิน สีหน้าของเธอกลายเป็นจริงจังขึ้นมาในทันที “ระบบตรวจจับพลังงานชีวภาพกำลังรายงานว่า… มีสัญญาณชีพอื่นนอกจากเราอยู่ในห้องควบคุมชั้นในสุด”
เซย์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในสถานที่ที่ถูกปิดตายและไร้ร่องรอยผู้คนมานานนับทศวรรษ ใครกันที่จะรออยู่ข้างในนั้น? หรือว่า… การเดินทางย้อนเวลานี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ข้ามผ่านมา?
พวกเขาทั้งสองก้าวมาหยุดอยู่หน้าประตูบานยักษ์ที่ทำจากโลหะผสมพิเศษ สัญลักษณ์รูปสมการคณิตศาสตร์ที่สลักไว้บนบานประตูค่อยๆ เรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นทีละนิด ราวกับกำลังรับรู้ถึงการมาเยือนของผู้เป็นเจ้าของแท้จริง
เซย์ยกมือขึ้น วางฝ่ามือลงบนแผงสแกนชีวมิติโดยไม่ลังเล แสงสีฟ้าสาดส่องลงบนฝ่ามือ เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดมหมหาสارหมุนวนดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน ประตูห้องควบคุมค่อยๆ แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าจากภายในที่ลอดออกมา
ทว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังบานประตูนั้น กลับไม่ใช่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์โบราณอย่างที่เซย์คาดคิด…
แต่มันคือเงาร่างหนึ่งที่กำลังนั่งหันหลังให้พวกเขาอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารสีดำสนิท บนโต๊ะทำงานเบื้องหน้าของเงาร่างนั้น มีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งวางอยู่ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่แสดงผลกราฟฟิกการพังทลายของเส้นเวลาทั่วทั้งจักรวาล
และก่อนที่เซย์จะทันได้เอ่ยปากทักทาย ร่างบนเก้าอี้ตัวนั้นก็ค่อยๆ หมุนกลับช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเซย์เย็นเฉียบลงในพริบตา — เพราะใบหน้าของชายคนนั้น… คือตัวเขาเองในวัยที่ร่วงโรยและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสงครามข้ามเวลา!
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกเรานะ เซย์…” ร่างเงานั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แหบพร่าและคุ้นเคยอย่างยิ่ง พร้อมกับหน้าจอระบบที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมเสียงแจ้งเตือนระดับ SSS ที่ดังกระหน่ำขึ้นในหัวของเซย์
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความขัดแย้งของกาลเวลาขั้นวิกฤต - เป้าหมายการกำจัดตัวตนเริ่มต้นขึ้นแล้ว]**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติเวลาและสมการอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมแห่งอนาคตกับอาจารย์สาวผู้ไร้ตัวตน•ตอนที่ 5
ห้องแล็บที่ไร้ร่องรอย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกับอาจารย์สาวผู้ไร้ตัวตน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!