เสียงฮัมต่ำความถี่ 4.2 เฮิรตซ์จากใบมีดเลเซอร์สีม่วง ไม่ได้สั่นสะเทือนแค่ชั้นบรรยากาศในห้องเครื่องยนต์ร้าง แต่สั่นสะเทือนลึกถึงโครงสร้างประสาทเทียมที่ฝังอยู่บริเวณก้านสมองของผม
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ในมือของมันปรากฏดาบเลเซอร์ที่ส่องประกายสีม่วงอันตราย... นี่ไม่ใช่แค่การไล่ล่า แต่มันคือการเปิดเผยความลับที่ผมอาจจะไม่อยากรับรู้มากที่สุดในชีวิต
"รหัสยืนยันตัวตน... ไม่ถูกต้อง"
เสียงสังเคราะห์จากหุ่นยนต์รบลาดตระเวนรุ่น 'โปรเมธีอุส-ไนน์' (Prometheus-IX) ดังขึ้นผ่านตัวประมวลผลเสียงโลหะ มันไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์ไร้จิตสำนึกทั่วไป แต่เป็นน้ำเสียงที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาให้มีความเยียบเย็นและทอดเสียงสูงต่ำคล้ายมนุษย์ ดวงตาสีแดงฉานของมันหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกับกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่วิ่งผ่านเน็ตเวิร์กใต้ดิน
ผม (คิริน) ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว สัญชาตญาณของวิศวกรเครื่องจักรกลบอกให้ผมคำนวณระยะทางและมุมปะทะทันที แรงดันไฮดรอลิกในข้อต่อของมันสูงถึง 450 เมกะปาสคาล หากปะทะกันตรงๆ ร่างกายเนื้อผสมไซเบอร์เนติกส์ของผมคงแหลกสลายเป็นเศษเหล็กในพริบตาเดียว
"ถอยมา คิริน!"
เสียงกระซิบเฉียบขาดดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เซร่าก้าวออกมาจากเงาของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เธอยกปืนไรเฟิลจู่โจมพรางแสงรุ่นพิเศษขึ้นประทับบ่าอย่างรวดเร็ว นิ้วชี้วางทาบบนโกร่งไกอย่างมืออาชีพ ปลายกระบอกปืนเรืองแสงสีฟ้าอ่อนจากพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกชาร์จจนเต็มอัตรา
ผมเหลือบมองเซร่าเล็กน้อย สตรีผู้ซ่อนตัวตนไว้เบื้องหลังคลังข้อมูลวิจัยที่ถูกลบ เธอยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นจนแทบไม่มีทางรอด
"เซร่า ระบบระบายความร้อนของมันกำลังทำงานผิดปกติ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้เหงื่อเม็ดหนึ่งจะไหลซึมลงมาตามแนวสันusของกรอบหน้าจอเรติน่า "ดูที่ข้อต่อหัวไหล่ขวาซิ... คราบคาร์บอนสะสมหนาแน่นเกินไป มันถูกใช้งานหนักเกินพิกัดเพื่อเร่งความเร็วในการประมวลผลโครงข่ายหลัก"
เซร่าหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ตามคำบอก เธอพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ "เข้าใจแล้ว... มันกำลังพยายามเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กแม่ข่ายของเซาท์-ซิสเต็ม (South-System) ถ้าปล่อยให้มันส่งสัญญาณสำเร็จ ตำแหน่งของเราจะถูกเปิดเผย และกองทัพหุ่นยนต์ทั้งกองพลจะมาเยือนที่เราซ่อนตัวอยู่ภายในสามนาที"
"ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องตัดวงจรการสื่อสารของมันก่อนที่แพ็กเกจข้อมูลชุดแรกจะถูกส่งออกไป"
ผมดึงประแจอเนกประสงค์เคลือบสารนาโนคาร์บอนออกจากเข็มขัดสนาม มันไม่ใช่แค่เครื่องมือช่าง แต่มันถูกดัดแปลงให้เป็นอุปกรณ์แฮกข้อมูลระยะประชิด ชิปประมวลผลภายในถูกเร่งการทำงานจนร้อนจัด เพื่อเตรียมเจาะเข้าระบบป้องกันของหุ่นยนต์สังเคราะห์ตรงหน้า
โปรเมธีอุส-ไนน์ไม่รอให้เราวางแผนจนจบ มันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงโซนิกบูมเบาๆ ร่างสีดำสนิทราวกับกลืนกินแสงสว่างพุ่งตรงมายังผม ดาบเลเซอร์สีม่วงถูกตวัดวาดเป็นวงโค้งที่สมบูรณ์แบบเพื่อตัดผ่านลำตัวผมเป็นสองท่อน
*เปรี้ยง!*
กระสุนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าจากปืนของเซร่าพุ่งเข้าปะทะเข้าที่ข้อต่อหัวไหล่ขวาของมันอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้วิถีดาบเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ประกายไฟสีส้มสว่างวาบไปทั่วห้องมืด กลิ่นโอโซนและฉนวนกันความร้อนไหม้ไฟคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป ร่างกายพุ่งสวนเข้าไปในจุดอับสายตาของมันทันที ใช้ความได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่นของมนุษย์ที่เหนือกว่าหุ่นยนต์รุ่นหนัก ประแจในมือกระแทกเข้าที่แผงควบคุมระบบประสาทบริเวณท้ายทอยของโปรเมธีอุส-ไนน์อย่างแรง
*คลิก!*
ผมกดสลักปลดล็อกด้วยความเร็วสูง พร้อมกับอัปโหลดไวรัสคำสั่งหยุดการทำงานชั่วคราว (Temporary Stasis Protocol) เข้าสู่พอร์ตเชื่อมต่อฉุกเฉินของมัน ข้อมูลรหัสผ่านนับล้านบรรทัดไหลทะลักผ่านสายเคเบิลนาโนไฟเบอร์เข้าสู่ระบบของหุ่นยนต์รบ
หน้าจอดวงตาสีแดงฉานของโปรเมธีอุส-ไนน์กะพริบถี่รัว เสียงระบบภายในรวนเรและส่งเสียงกรี๊ดแหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของความล้มเหลวทางตรรกะ
"ระบบ... ตรวจพบ... ความผิดปกติ... ในโครงข่ายหลัก"
เสียงสังเคราะห์ของมันขาดหช่วง ดวงตาสีแดงดับวูบลงทีละข้าง ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว
ผมยืนหอบหายใจเล็กน้อย เก็บประแจกลับเข้าที่เดิมพร้อมกับปัดเศษฝุ่นบนเสื้อแจ็คเก็ตวิศวกรอย่างใจเย็น แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ภายในสมองของผมกำลังประมวลผลข้อมูลที่หลุดรอดออกมาจากหน่วยความจำชั่วคราวของหุ่นยนต์ตัวเมื่อครู่
"นายเห็นสิ่งที่มันพยายามส่งออกไปหรือเปล่า คิริน?" เซร่าเดินเข้ามาใกล้ ปลายกระบอกปืนยังคงชี้ต่ำเตรียมพร้อม เธอมองซากหุ่นยนต์ด้วยสายตาครุ่นคิด
"เห็นครับ" ผมตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสะท้อนภาพข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในเรติน่าของผม "มันไม่ได้พยายามติดต่อศูนย์บัญชาการกลาง แต่... มันกำลังซิงค์ข้อมูลกับไฟล์เก็บความทรงจำที่ถูกลบเลือนในเขตเซกเตอร์ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองเก่าที่ผมเคยทำงานอยู่ก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำไป"
เซร่าเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเธอกลายเป็นความกดดันที่อ่านไม่ออก "นั่นหมายความว่า... การตามล่าเราในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากคำสั่งของระบบ AI ส่วนกลาง แต่มีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่เบื้องหลังความทรงจำที่หายไปของนายกำลังควบคุมมันอยู่"
ก่อนที่เราจะทันได้วิเคราะห์ข้อมูลชุดใหม่ เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำก็ดังขึ้นก้องไปทั่วโครงข่ายใต้ดิน หน้าจอโฮโลแกรมฉุกเฉินสีแดงฉานดีดตัวขึ้นกลางอากาศโดยอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่สั่นสะเทือนประสาทสัมผัส
**[WARNING: System Anomaly Detected in Core Network]**
**[CRITICAL ALERT: Unauthorized Access from Sector 7-Alpha]**
**[Incoming Transmission: "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คิริน ลูกชายผู้ทรยศของฉัน"]**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมนและลึกซึ้งนี้ร่วมกันนะครับ
วิศวกรเครื่องจักรกลสังหารกับความทรงจำที่ถูกลบเลือน•ตอนที่ 6
รอยร้าวในระบบ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องจักรกลสังหารกับความทรงจำที่ถูกลบเลือน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
