เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระเบิดขึ้นกลางลานกว้างหน้าดันเจี้ยนระดับกลาง "มังกรอัคคีคลั่ง" แรงกดดันจากไอเทมระดับตำนานส่องแสงสีม่วงเข้มวาบสะท้อนกับเกราะเหล็กกล้าของ "กิลด์พยัคฆ์ทมิฬ" ฝูงชนนับร้อยยืนดูเหตุการณ์ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักแอนตี้เดียว เมื่อใจกลางลานประลองนั้น ริน กำลังถูกรองเท้าบู๊ตหนาหนักเหยียบย่ำลงบนชายผ้าคลุมของผู้เล่นใหม่ สีหน้าของเธอซีดเผือดแต่แววตากลับฉายความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ แม้ริมฝีปากบางจะถูกกัดจนห้อเลือดก็ตาม
"เด็กใหม่ฝึกหัดอย่างพวกแก คิดจะมาหาเศษเงินจากเขตล่าสัตว์ของกิลด์เราอย่างนั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งดังมาจาก "พยัคฆ์คำราม" หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้สวมชุดเกราะทองคำฝังเพชรพลอยระยิบระยับ เขาคือหนึ่งในสมุนมือขวาที่ธันวาจ้างมาเพื่อกวาดล้างผู้เล่นสายผลิตและผู้เล่นใหม่ที่เป็นพันธมิตรกับคีย์ พยัคฆ์คำรามใช้ดาบใหญ่ในมือเคาะลงกับพื้นหินเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมนุษย์คนหนึ่งให้จมดิน "ถ้าไม่มีเงินค่าคุ้มครองวันละหนึ่งแสนเครดิต ก็ไสหัวออกจากเกมนี้ไปซะ!"
รินเม้มปากแน่น เธอพยายามดันตัวลุกขึ้นยืนแม้จะรู้ว่าสตั๊ดของอีกฝ่ายกดน้ำหนักไว้เต็มแรง มือเรียวบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ "พวกเราเล่นตามกฎของระบบ และนี่คือเขตพื้นที่สาธารณะ... พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาผูกขาดรังแกคนอื่นแบบนี้!"
"กฎเรอะ?" พยัคฆ์คำรามแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ "ในโลกแห่งนี้ เงินและกำลังคือสัจธรรม ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์! ส่วนแก... อีผู้หญิงชั้นต่ำที่เกาะผู้ชายกิน ก็เป็นได้แค่กระโถนท้องพระโรงของไอ้กากคีย์เท่านั้นแหละ!"
สิ้นคำพูดนั้น ฝูงสมุนในกิลด์ก็ส่งเสียงโห่ร้องระเบิดความสะใจออกมาทันที บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความกดดันและความอยุติธรรมที่บีบหัวใจคนดู
ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังกลืนกินทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบก้าวเข้ามาจากขอบชายป่า
*ตึง... ตึง... ตึง...*
จังหวะก้าวเดินนั้นช้า ทว่าหนักแน่นราศีกดทับทุกย่างก้าว จนผู้เล่นรอบข้างต้องโดยอัตโนมัติแหวกทางให้ด้วยความตื่นตระหนก ไอความเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตาสนิทลุ่มลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในพริบตา
"คีย์..." รินอุทานออกมาแผ่วเบา หยาดน้ำ Eสะท้อนอยู่ในหน่วยตาคู่สวยเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน
พยัคฆ์คำรามชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองด้วยสายตาดดูถูกเหยียดหยาม "โอ้... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สวะตัวจริงที่หลบหัวอยู่ในรูนี่เอง นึกว่าจะป๊อดจนมุดแผ่นดินหนีไปซะแล้ว เก่งนักนะที่กล้าประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างกิลด์ฉัน... แกเอาปัญญาที่ไหนมาพูดวะ ไอ้หนู?"
คีย์หยุดยืนห่างออกไปเพียงห้าก้าว เขายังคงไม่พูดอะไร มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตากวาดมองสภาพของรินที่เปื้อนฝุ่นดิน ก่อนที่อุณหภูมิรอบตัวจะลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามพื้นหญ้า บรรยากาศเงียบสงัดลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยเจตนาฆ่าที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
"คุณเจ็บมากไหมครับ... ริน" คีย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นพิเศษ ทว่าแฝงความเฉียบคมที่บาดลึกถึงกระดูกดำ
รินส่ายหัวช้าๆ ฝืนยิ้มบางๆ ให้ "ฉันไม่เป็นไรค่ะคีย์... ระวังตัวด้วย พวกเขามีคนเป็นร้อยแถมไอเทมระดับสูงทั้งนั้น"
คีย์พยักหน้ารับเบาๆ สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกนเมื่อหันกลับไปสบตากับหัวหน้ากิลด์อันธพาล เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว ไม่ได้ตะโกนโวยวาย แต่วิธีที่เขานิ่งเงียบนั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุคลั่ง
"แกมันบ้าไปแล้วหรือไงวะ ถึงกล้าทำท่าทางอวดดีใส่ฉัน!" พยัคฆ์คำรามรู้สึกเสียหน้าเมื่อถูกเมินเฉย เขาเงื้อดาบใหญ่ขึ้นพาดบ่า พลางส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องนับสิบคนพุ่งเข้าล้อมกรอบคีย์ทันที "จัดการมัน! เอาให้พิการคาเท้าแล้วโยนออกจากเขตแดนให้หมดสภาพ!"
พริบตาเดียว ดาบและหอกนับสิบเล่มพุ่งตรงเข้ามาหมายจะบดขยี้ร่างของคีย์ให้แหลกเป็นจุล ผู้เล่นรอบข้างต่างหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ไม่อาจทนดูภาพความโหดร้ายที่จะเกิดขึ้นได้
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา แต่มันไม่ใช่เสียงร่างของคีย์ที่แหลกสลาย... ทว่ากลับเป็นคลื่นพลังสีทองอร่ามที่ระเบิดออกจากตัวของเขาโดยตรง แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างด้วยความเร็วเหนือแสง!
"อ้ーク!" ลูกน้องระดับหัวกะทิของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬนับสิบคนกระเด็นลอยละลิ่วราวกับใบไม้ปลิว แรงกดดันระดับมหาเทพซัดพวกมันกระแทกกับโขดหินจนเลือดพุ่งกระฉูด เกราะระดับตำนานที่เคยภาคภูมิใจแตกละเอียดเป็นผุยผงในเสี้ยววินาที
พยัคฆ์คำรามเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า สีหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้นซาก เมื่อเห็นแถบสถานะของคีย์ที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ...
*เลเวล: MAX | ฉายา: พระเจ้าแห่งมหานครการเงินโลก*
"เป็นไปไม่ได้...! แก... แกใช้โปรแกรมโกงเรอะ?!" พยัคฆ์คำรามแผדเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังกรูดจนสะดุดก้อนหินล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
คีย์ก้าวเดินเข้าไปหาช้าๆ รองเท้าหนังขัดเงาเหยียบลงบนพื้นดินทีละก้าวอย่างมั่นคง เขาก้มมองหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ตอนนี้กำลังนอนหวาดกลัวตัวสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง ราวกับมดปลวกตัวจ้อย
"เกมนี้ไม่มีโปรแกรมโกงหรอกครับ..." คีย์หยุดยืนตรงหน้าพยัคฆ์คำราม รอยยิ้มเยдяเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเลือดเย็น "มีเพียงแค่คนที่มีเงินมากพอจะซื้อทุกสิ่งในโลกใบนี้... รวมถึงชีวิตของพวกแกทุกคนด้วย"
นิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่อากาศเบื้องหน้า หน้าจอโฮโลแกรมสีดำสนิทขนาดยักษ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่องแสงสว่างจ้าสะท้อนใบหน้าของทุกคนที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความช็อกตาค้าง
*[ระบบยืนยันคำสั่ง: ทำลายล้างสถานะกิลด์ 'พยัคฆ์ทมิฬ' และรีเซ็ตทรัพย์สินทั้งหมดเป็นศูนย์]*
*[ยอดเงินที่ต้องชำระ: 50,000,000,000 เครดิต]*
เสียงระบบแจ้งเตือนก้องกังวานไปทั่วเซิร์ฟเวอร์ และก่อนที่พยัคฆ์คำรามจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต นิ้วของคีย์ก็กดลงบนปุ่มยืนยันสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ดังขึ้นกังวานบาดแก้วหู...
*ติ๊ง! — [การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 7
สยบหัวหน้ากิลด์อันธพาล
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!