เสียงแก้วแชมเปญคริสตัลกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับนับแสนดวงที่ประดับประดาอยู่ทั่วคฤหาสน์ลอยฟ้า "แกรนด์พาราไดซ์" ใจกลางมหานครหลวง พื้นที่จัดงานกว้างขวางระดับร้อยไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความฝัน กลีบกุหลาบนำเข้าจากต่างประเทศนับล้านดอกถูกโปรยปรายลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่บินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า เสียงดนตรีบรรเลงจากวงออร์เคสตราชั้นนำขับกล่อมบรรยากาศให้หรูหราจนแทบหยุดหายใจ
นี่คือค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ทว่า... ศูนย์กลางของสายตาทุกคู่ในค่ำคืนนี้ไม่ได้อยู่ที่เหล่าเซเลบชื่อดัง นักธุรกิจพันล้าน หรือข้าราชการระดับสูงที่ต่างพากันก้มหัวนอบน้อม แต่มันกลับพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปเนื้อดี และหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างสง่างาม
"คีย์... คนเยอะขนาดนี้ ฉันยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยค่ะ... เอ๊ย รู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยนะครับ" รินกระซิบเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น มือเรียวบางที่เกาะแขนแกร่งของคีย์ไว้สั่นน้อยๆ เธอมองไปรอบงานด้วยความทึ่ง เหล่าเศรษฐีที่เคยเชิดใส่เธอและคีย์เมื่อสมัยยังเป็นพนักงานต๊อกต๋อย ตอนนี้กลับยืนเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอคอยโอกาสเข้ามาโค้งคำนับเพียงไม่กี่วินาที
คีย์ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองฝูงชนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างแท้จริง มือหนากุมมือบางของรินไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
"ไม่ต้องกลัวหรอกรินครับ วันนี้คือวันที่พวกมันทุกลมหายใจอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรา... จำวันที่เราโดนพวกมันไล่ตะردออกจากร้านอาหารหรูได้ไหมครับ? วันนี้ ผมจะให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอนมันเป็นอย่างไร"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของคีย์ทำให้รินใจเต้นแรง เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มที่รักสุดหัวใจคนนี้ ผู้ชายที่ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาพลิกชะตาชีวิตด้วยระบบปริศนา จนกลายเป็นราชาที่กุมเศรษฐกิจทั้งโลกไว้ในกำมือ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้างาน
"หลบไป! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาขวางทางฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
ธันวาปรากฏตัวขึ้นในสภาพที่ชุดสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดจากการอดนอนและสติที่ใกล้หลุดลอย เขาถูกการ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสกัดกั้นไว้ไม่ให้เข้ามาประชิดตัวคีย์และริน
บรรยากาศในงานที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบลงในพริบตา ทุกสายตานับพันคู่หันไปจับจ้องที่ผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
ธันวาหอบหายใจหนักหน่วง เขากวาดสายตามองความอลังการตรงหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดร้าวราน บริษัทของครอบครัวเขาเพิ่งล้มละลายไปเมื่อช่วงบ่าย หุ้นทุกตัวดิ่งลงเหวอย่างไร้สาเหตุ ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัด และธนาคารทุกแห่งปฏิเสธการให้กู้ยืม นรกบนดินที่แท้จริงได้กลืนกินชีวิตของเขาจนหมดสิ้นแล้ว และต้นตอของหายนะทั้งหมด... ก็ยืนยิ้มเยาะเขาอยู่ตรงหน้านี้เอง
"คีย์!" ธันวาตะโกนสุดเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น "แก... แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน! แกใช้วิธีสกปรกอะไรถึงทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้!"
คีย์ไม่แม้แต่จะชายตามองตรงๆ เขาค่อยๆ ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะปรายตามองอดีตคุณหนูผู้ตกอับด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเหยียบย่ำ
"วิธีสกปรกงั้นหรือครับธันวา?" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าเกรงขาม "โลกธุรกิจไม่มีคำว่าสกปรกหรอกครับ มีแค่คำว่า 'มีเงิน' กับ 'ไม่มีเงิน' ก็เท่านั้น... และบังเอิญว่า ตอนนี้ผมมีเงินมากพอที่จะซื้อชีวิตของแกได้ทั้งชีวิต แถมยังทอนเงินให้เอาไปซื้อโลงศพได้อีกหลายโลงด้วยนะครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่แขกเหรื่อ เหล่ามหาเศรษฐีต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าปริปากเข้าข้างธันวาเลยสักคน เพราะในโลกยุคนี้ อำนาจของคีย์คือสัจธรรมที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
ธันวากัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินอาบแก้ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าคีย์และรินท่ามกลางสายตาผู้คนนับพัน เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
"ฉัน... ฉันขอร้องล่ะคีย์..." เสียงของธันวาสั่นเครือ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและความหยิ่งยศใดๆ อีกต่อไป "ยกโทษให้ฉันเถอะ... อยากได้อะไรฉันยอมให้หมดแล้ว ขอแค่คืนบริษัทให้ครอบครัวฉัน..."
รินมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบ เธอจำได้ดีว่าตอนที่เธอกับคีย์ลำบาก ธันวาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขาอย่างไรบ้าง แต่ด้วยจิตใจที่อ่อนโยน เธอจึงหันไปมองหน้าคีย์เบาๆ พร้อมกับกระตุกชายเสื้อเขาเล็กน้อย
คีย์สัมผัสได้ถึงความลังเลในใจของคนรัก เขายื่นมือไปโอบเอวบางของรินเข้ามาแนบชิด รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายเมื่อหันมามองเธอ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นคมกริบราוחใบมีดโกนเมื่อหันกลับไปมองคนที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
"ความเมตตาของผมมีราคาแพงมากนะครับธันวา..." คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สะกดทุกชีวิตให้หยุดหายใจ "และที่สำคัญ... มือของแกไม่มีค่าพอที่จะมาแตะต้องภรรยาของผมตั้งแต่แรกแล้ว"
คีย์โบกมือเพียงครั้งเดียว การ์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้าไปหิ้วปีกธันวาลากออกไปจากงานทันท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ค่อยๆ เงียบหายไปในความมืดมิด
เสียงเพลงบรรเลงต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความหรูหราและเสียงหัวเราะกลับมาครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง คีย์หันมาสบตากับริน รอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอนั้นแตกต่างจากความเด็ดขาดเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหิร
"จบปัญหาตัวน่ารำคาญแล้วนะครับคนดี ต่อไปนี้ ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาทำร้ายเธออีกแล้ว" คีย์กระซิบชิดริมหีบปากบาง
รินยิ้มทั้งน้ำตา เธอซบหน้าลงกับอกแกร่งของคีย์ด้วยความรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขที่สุดในชีวิต
ทว่า... ในจังหวะที่คีย์กำลังจะก้มลงประทับรอยจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนของหญิงสาวเพื่อปิดฉากค่ำคืนอันสมบูรณ์แบบนั้นเอง หน้าจออินเตอร์เฟซสีฟ้าใสของระบบเปย์คลั่งก็เด้งขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ!]
[ตรวจพบการพยายามเจาะเข้าระบบควบคุมคฤหาสน์จากบุคคลภายนอก!]
[ระดับการคุกคาม: สูงสุด (ระดับวิกฤต)]
[คำเตือน: วงเงินในบัญชีหลักถูกล็อกชั่วคราวเนื่องจากความผิดปกติของโครงข่ายการเงินระดับโลก!]
คีย์ชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อเขารู้ว่า... เกมนี้ยังมีคนกล้าเล่น "นอกกติกา" กับเขา
ติ๊ด!
เสียงแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับการดับวูบลงของแสงไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ลอยฟ้า ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีดำทมิฬ และเสียงใบคอปเตอร์รบขนาดใหญ่หลายลำกำลังบินฝ่าเมฆพายุตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 29
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!