ปลายมีดสั้นเล่มคมกริบจ่อห่างจากลำคอของผมไม่ถึงนิ้ว กลิ่นอายคาวเลือดและหยาดเหงื่อเจือจางในอากาศอับชื้นของห้องนอนเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ขอบตาของหญิงสาวเบื้องหน้าแดงก่ำ ร่างเพรียวบางในชุดหนังสีเข้มเต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจากการต่อสู้ แต่แววตากลับดุดันราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก
"เจ้าเป็นใคร... เหตุใดข้าจึงมานอนอยู่บนเตียงของเจ้าได้"
เสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขามเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับแรงกดของคมมีดที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ผิวหนัง เรย์กะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสนัยน์ตาที่ยังคงพร่ามัวจากการข้ามผ่านมิติอันยาวนาน เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในฐานะอكرอดีตนักโบราณคดีที่เคยขุดคุ้ยความลับใต้ซากปรักหักพังมรณะมาค่อนชีวิต ความตายมักเป็นแขกรับเชิญที่มาเยือนอย่างไร้มารยาทเสมอ
เรย์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกอย่างช้าๆ ส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความสุภาพและความจริงใจออกไป เพื่อลดทอนความระแวงของอีกฝ่าย
"ใจเย็นก่อนครับ คุณผู้หญิง... ผมชื่อเรย์ เป็นแค่เจ้าของสวนคนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาดูแลพื้นที่รกร้างแห่งนี้เมื่อคืน ส่วนคุณ... ถ้าผมเดาไม่ผิดจากร่องรอยเวทมนตร์ธาตุลมที่หลงเหลือบนเสื้อผ้าและบาดแผลเหล่านั้น คุณน่าจะเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะแถบชายป่าหมอกทมิฬเมื่อยามดึกสินะครับ"
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ความทรงจำของนางขาดหายเป็นช่วงๆ จำได้เพียงการต่อสู้ที่ดุเดือด แสงสีฟ้าครามระเบิดออก และตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนอนอยู่บนฟูกนุ่นเก่าๆ ภายในบ้านพักไม้ชั้นเดียวหลังนี้โดยไร้รอยขีดข่วนเพิ่มเติม แถมแผลฉีกขาดยังถูกพันธนาการด้วยผ้าสะอาดและยาสมุนไพรชั้นดี
นางลดมีดลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงทิ้งน้ำหนักไว้ที่ปลายเท้าพร้อมปะทะได้ทุกเมื่อ "เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไร... แล้วเหตุใดข้าจึงไม่ตาย"
"เพราะผมใช้สมุนไพรรากเงินหกแฉกผสมกับน้ำค้างบริสุทธิ์ทาแผลให้คุณครับ มันเป็นสูตรโบราณที่ช่วยสมานเนื้อเยื่อได้ดีเยี่ยม... แต่อันที่จริง สิ่งที่คุณควรใส่ใจในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องผมหรอกครับ" เรย์ปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่ขึ้นฝ้าหนา ทัศนียภาพภายนอกถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาจัดจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน แต่วัตถุเคลื่อนไหวหลายสิบเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้รั้วไม้ไผ่ทีละน้อย กลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร
ติ๊ง!
เสียงสังเคราะห์ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเรืองรองที่เด้งขึ้นตรงหน้า
[ระบบฟื้นฟูอารยธรรมโบราณและเกษตรกรรมอัจฉริยะ ทำงาน!]
[ตรวจพบภัยคุกคามระดับ D: ฝูง "เงาทมิฬกระหายเลือด" (จำนวน 42 ตัว) กำลังรุกรานอาณาเขตฟาร์ม!]
[ภารกิจฉุกเฉิน: ปกป้องพื้นที่เพาะปลูกและขับไล่ผู้บุกรุก]
[รางวัล: เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีโบราณแห่งปราชญ์, แต้มความเชี่ยวชาญ +500, ปลดล็อกระบบโรงเรือน]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: พื้นที่ฟาร์มทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตและสูญเสียความทรงจำถาวร]
เรย์ลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ การเปลี่ยนผ่านจากชีวิตนักโบราณคดีผู้เงียบสงบมาสู่การเป็นเกษตรกรในดินแดนแฟนตาซีอันตรายเช่นนี้ดูจะไม่เรียบง่ายอย่างที่วาดฝันไว้เสียแล้ว ระบบนี้ช่างเผด็จการไม่ต่างจากอาจารย์ที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัยเก่าของเขาเลยแม้แต่น้อย
"เจ้ามองอะไร หน้าซีดแล้วหรือไง" เอลาร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อยเมื่อเห็นเรย์นิ่งเงียบไป
เรย์สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง หันกลับมามองนักดาบสาวด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกไปเบื้องหน้า
"เปล่าเลยครับ... แค่กำลังคิดว่า วันแรกของการเปิดฟาร์มของเรา คงจะได้ฤกษ์ 'พรวนดิน' กันครั้งใหญ่เสียแล้วล่ะครับ"
เอลาร่ามองมือที่ยื่นมาสลับกับใบหน้าสงบนิ่งของชายหนุ่ม นางแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ในวินาทีเดียวกัน เสียงคำรามต่ำทุบทำลายรั้วไม้ด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นบนเพดานร่วงกราวลงมา
นักดาบสาวสะบัดข้อมือเรียกดาบยาวสีเงินเล่มมหึมากลับมาถือไว้มั่น ประกายเวทมนตร์สีครามเริ่มหมุนวนรอบคมดาบจนเกิดเสียงหวีดหิว นางปรายตามองเรย์ด้วยหางตา "ถ้าเจ้าตายง่ายๆ ข้าคงต้องเสียเวลาลากศพเจ้าฝังอีกรอบ... อย่ามาเป็นภาระก็แล้วกัน เจ้าสวน"
เรย์ไม่ได้ตอบคำโต้แย้งใดๆ เขาก้มลงหยิบ "จอบเหล็กกล้าขึ้นสนิม" ที่ระบบเพิ่งมอบให้ออกมาจากมุมห้อง น้ำหนักของมันพอเหมาะพอดี และเมื่อเพ่งมองด้วยสายตาของนักโบราณคดี เขากลับมองเห็นอักขระโบราณที่สลักซ่อนอยู่บนเนื้อเหล็กนั้นอย่างชัดเจน—นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำสวนธรรมดา
ตึง! ประตูไม้หน้าบ้านถูกกระแทกจนบานพับหลุดกระเด็น เงามืดรูปร่างบิดเบี้ยวหลายสบตัวพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกลิ่นอายแห่งความตายที่โชยเข้าปะทะจมูก
ในเสี้ยววินาทีที่เอลาร่ากำลังจะพุ่งตัวออกไปรับการโจมตี เรย์กลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อคลุมของนางไว้เบื้องหลัง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
"อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามครับ... ทางซ้ายมือตรงแปลงปลูกแครอทวิญญาณ ผมเพิ่งวาง 'กับดักปุ๋ยหมักชีวภาพความเข้มข้นสูง' ไว้ รอให้พวกมันเหยียบเข้ามาอีกสามก้าว แล้วค่อยระเบิดพลังเวทพร้อมกับที่ผมตอกจอบลงพื้น... แบบนั้นจะประหยัดแรงไปได้โขเลยล่ะครับ"
เอลาร่าชะงักกึก หันขวับมามองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง เมื่อนางกวาดสายตามองออกไปนอกกรอบประตูที่พังทลาย ก็พบกับสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินรกร้าง—ไม่ใช่แค่พวกมันที่กำลังล่าพวกเรา แต่ดินแดนแห่งนี้... กำลังรอคอยที่จะกลืนกินพวกมันต่างหาก
ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด แสงสีทองสว่างวาบก็พลันส่องประกายขึ้นจากใต้พื้นดิน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระลอกใหม่ที่ดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างต่อเนื่อง...
[ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูงลักลอบเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นใน... บอสลับแห่งดันเจี้ยนใต้ดิน 'ราชาเงือกกระดูก' ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ แปลงเพาะปลูกทิศเหนือ!]
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดหน้ากระดาษแรกไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
รหัสลับใต้เงาโบราณกับวิถีชาวสวนสโลว์ไลฟ์•ตอนที่ 1
ฟาร์มร้างในม่านหมอก
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้เงาโบราณกับวิถีชาวสวนสโลว์ไลฟ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
