“ใครเป็นคนส่งข่าวนี้ออกไป”
น้ำเสียงของคาลอสราบเรียบ ทว่ามันกดทับบรรยากาศภายในห้องประชุมหินผาให้หนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังถล่มลงมา ดวงตาสีโลหิตของจอมทัพปีศาจไม่ได้มองใครเป็นพิเศษ แต่มันกลับกวาดผ่านใบหน้าของเหล่าผู้นำพันธมิตรแต่ละคนที่นั่งตัวสั่นอยู่รอบโต๊ะกลม
เซเรนที่นั่งอยู่ข้างกายเขา สังเกตเห็นนิ้วเรียวยาวของคาลอสที่บีบพนักเก้าอี้จนเนื้อไม้แตกร้าว แม้ชายหนุ่มข้างกายจะพยายามเก็บงำไอสังหารไว้ใต้ใบหน้าที่สุขุม แต่เซเรนรู้ดีว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้นคือพายุที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า หากพบว่าใครคนใดคนหนึ่งกล้าเล่นตลกกับความปลอดภัยของเขา
“ท่านคาลอส... เราทุกคนที่นี่ล้วนสาบานตนแล้ว การที่ข่าวการเคลื่อนทัพผ่านทางลับรั่วไหลออกไป อาจจะเป็นฝีมือของสายลับจากอาณาจักรเทวะที่แฝงตัวเข้ามาหรือเปล่าครับ?” เสียงสั่นเครือของหัวหน้าเผ่าเอลฟ์เอ่ยขึ้น พยายามหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่ตึงเครียด
เซเรนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ของกระเบื้องเคลบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน เขามองสบตาเหล่าพันธมิตรด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “สายลับงั้นหรือครับ? แต่น่าแปลกนะครับ... ข้อมูลชุดนี้มีเพียงพวกเราสิบสองคนที่ได้รับรู้ เมื่อวานเราเพิ่งเปลี่ยนรหัสเวทมนตร์ปิดกั้นเขตแดนไป หากไม่มีคนใน 'คาย' รหัสออกไป ต่อให้เป็นจอมเวทระดับสูงจากอาณาจักรเทวะ ก็ไม่มีทางทะลวงเข้ามาได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คาลอสยกยิ้มที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ดูใจดี มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เห็นเหยื่อติดกับ
“ความซื่อสัตย์เป็นสินค้าที่ราคาแพงเกินไปสำหรับบางคนสินะครับ” คาลอสลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล เขาเดินอ้อมไปด้านหลังของเซเรน มือหนาวางลงบนไหล่บางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องในคราวเดียวกัน “ผมรักสงบนะครับ แต่ถ้าความสงบนั้นต้องแลกด้วยเลือดของคนรักผม... ผมยินดีที่จะทำลายทั้งทวีปนี้ทิ้ง เพื่อหาตัวคนที่ทรยศ”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อคาลอสหยิบตราประทับแห่งพันธสัญญาขึ้นมา แสงสีดำวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าของเหล่าผู้ร่วมประชุม ทุกคนเริ่มหน้าซีดเผือด เมื่อรับรู้ว่าคาลอสกำลังจะบังคับใช้ 'มหาเวทแห่งสัจจะ' ที่จะเปิดเผยความนึกคิดของทุกคนในห้องนี้ผ่านดวงตา
“ถ้าใครคนนั้นยอมรับตอนนี้ ผมอาจจะให้โอกาสตายอย่างสงบ” คาลอสพูดพลางก้าวเดินช้าๆ ไปรอบห้อง “แต่ถ้าต้องให้ผมกระชากจิตวิญญาณออกมาดูเอง... ผมคงไม่อาจรับประกันได้ว่า ร่างกายและจิตวิญญาณของเขาจะยังคงสภาพเดิมหรือไม่”
เซเรนมองดูคาลอสด้วยสายตาที่ซับซ้อน แม้เขาจะโกรธแค้นเรื่องการทรยศ แต่การกระทำของคาลอสที่ดูคลั่งไคล้และพร้อมทำลายล้างทุกอย่างเพื่อเขา มันทั้งทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน ความรักของคาลอสนั้นลึกซึ้งและบ้าคลั่งจนน่ากลัว แต่ก็นั่นแหละ... มันคือสิ่งที่เขาสามารถพึ่งพาได้ในโลกที่ไร้ความปรานีใบนี้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินผู้คุ้มกันก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วผิดปกติ
“ท่านคาลอส! ขออภัยที่รบกวนครับ แต่เกิดเหตุฉุกเฉินที่คุกใต้ดิน... นักโทษที่จับได้เมื่อสัปดาห์ก่อน... จู่ๆ ก็หายตัวไปครับ!”
คาลอสหยุดก้าวเดินทันที ดวงตาสีโลหิตหรี่ลงด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน เขาไม่ได้หันไปมองอัศวิน แต่หันไปสบตากับเซเรนเพียงชั่วครู่ ราวกับจะสื่อสารกันว่า 'นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ'
“หายตัวไป? ในคุกที่มีตราประทับเวทมนตร์ของผมคุ้มกันเนี่ยนะ?” คาลอสแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันไปหาเหล่าพันธมิตรที่เหลืออยู่ “ดูเหมือนว่าหนอนบ่อนไส้ของเราจะไม่ได้ทำงานคนเดียวนะครับ”
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่จุดหนึ่ง... จุดที่ 'ท่านลอร์ดอาเธอร์' ผู้ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของคาลอสยืนอยู่ อาเธอร์ไม่มีท่าทีสั่นสะท้านเหมือนคนอื่น แต่เขากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวและยกยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก
“คาลอส... เจ้าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าข้าก็เป็นคนร่ายมนตร์บทนั้นร่วมกับเจ้า” อาเธอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอาฆาต “การจะปลดปล่อยบางสิ่งที่ถูกจองจำ... ข้าไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ หากข้าเป็นคนสร้างโซ่ตรวนนั้นขึ้นมาเอง”
อาเธอร์ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว แสงสีทองสว่างวาบไปทั่วห้องพันธมิตร ผนังหินผาเริ่มสั่นสะเทือนพร้อมกับค่ายกลที่เคยคุ้มกันทุกคนกลับกลายเป็นกรงขังมหาเวทที่พุ่งเข้าจู่โจมคาลอสและเซเรนจากทุกทิศทาง
“ขอโทษด้วยนะคาลอส แต่มีคนจ่ายราคาสูงกว่าเจ้าเพื่อสิ่งนี้” อาเธอร์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหายตัวไปในม่านหมอกสีทอง ทิ้งไว้เพียงเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วปราสาท
เซเรนกระชับมือคาลอสแน่น รู้สึกได้ถึงไอพลังที่เริ่มทะลักออกมาจากตัวชายหนุ่มข้างกายที่กำลังโกรธจัดถึงขีดสุด เขาหันมามองเซเรนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความคลั่งรัก “เซเรน... จับมือผมไว้ให้แน่น อย่าปล่อยเด็ดขาด วันนี้ต่อให้ต้องล้างบางคนทั้งโลก ผมก็จะลากคอมันกลับมาให้ได้!”
ท่ามกลางเศษหินที่ร่วงหล่นและความโกลาหลที่เกิดขึ้น จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดในมุมห้องที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด... เสียงของคนที่เซเรนมั่นใจว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ... เซเรน... น้องชายที่รัก”
ไฟเยอร์บลัดขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงตอนนี้นะครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 51
ข่าวการทรยศครั้งใหม่
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!