“หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ เจ้ายังจะกล้าสบตาพวกเราอยู่อีกหรือ เซเรน?”
เสียงของมหาปราชญ์เอลาริออนดังก้องไปทั่วโถงวิหารศักดิ์สิทธิ์ แต่มันไม่ได้ทำให้คนถูกกล่าวหาหวั่นไหว แม้หยาดเลือดจะไหลซึมจากแผลฉกรรจ์ที่ข้างขมับลงมาตามกรอบหน้าเรียวสวย
เซเรนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยเปล่งประกายด้วยสติปัญญา บัดนี้กลับหม่นแสงลงคล้ายท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่นิ่งสนิทจนน่าขนลุก
“หลักฐาน?” เซเรนทวนคำ พลางกวาดสายตามองเหล่าผู้อาวุโสที่เคยเรียกเขาว่า ‘ศิษย์รัก’ และ ‘ความหวังของนครเวทมนตร์’ บัดนี้คนเหล่านั้นกลับหลบสายตาเขาเหมือนสุนัขที่กลัวความจริง “พวกท่านไม่ได้ต้องการหลักฐาน ท่านแค่ต้องการคนรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของพิธีกรรมปิดผนึก—และข้าคือแพะรับบาปที่สะดวกที่สุดใช่หรือไม่?”
“หุบปาก!” มือขวาของสภาตบลงบนบัลลังก์หิน “เจ้าใช้เวทมนตร์ต้องห้ามจนทำลายเขตอาคม! ผู้คนมากมายต้องบาดเจ็บเพราะความยโสของเจ้า!”
เซเรนไม่ตอบโต้ เขาเพียงแต่มองลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งฝูงชนที่เขาเคยปกป้องกำลังโห่ร้องสาปแช่ง ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ที่รอยแผลที่ไหล่ แต่มันคือความว่างเปล่าในอกที่ถูกกรีดคว้านโดยคนที่เขาไว้ใจที่สุด
“ข้าถูกเนรเทศ...” เซเรนพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับจะสลายไปในอากาศ “ดี... ในเมื่อที่นี่ไม่มีความยุติธรรม ก็ไม่มีค่าพอให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิตอีกต่อไป”
ทันทีที่ประกาศิตเนรเทศถูกลงอาทิตย์ ตราประทับแห่งคนบาปก็ถูกตีลงบนหลังมือของเขา ไอความร้อนแผดเผาเนื้อเยื่อจนเกิดกลิ่นไหม้ เซเรนกัดฟันแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องสักแอะ เขาพยุงร่างกายที่อ่อนแรงเดินโซเซออกจากวิหาร ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความสมเพชและรังเกียจ
โลกภายนอกนครเวทมนตร์คือขุมนรกแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยไอปีศาจที่กัดกินทุกสรรพชีวิต เซเรนเดินไปได้ไม่ไกล ร่างกายที่ถูกพิษจากตราประทับก็ทรุดฮวบลงบนผืนทรายสีเลือด ความหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระดูกสันหลัง
เขารู้ดีว่าตนเองกำลังจะตาย... แต่นั่นคือสิ่งที่เขารอคอย
ทว่า ในวินาทีที่เปลือกตาหนักอึ้งใกล้จะปิดสนิท แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงบนอากาศรอบข้าง ผืนทรายที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นสะเทือน กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคยพุ่งเข้าปะทะผัสสะ มันไม่ใช่ความตายที่พรากชีวิต แต่เป็นความมืดมิดที่โอบอุ้มทุกอย่างเอาไว้
“น่าสมเพชนัก... จอมเวทผู้หยิ่งทะนง ต้องมาจบชีวิตในที่พ้นทางแบบนี้งั้นรึ?”
เสียงทุ้มต่ำลึกราวกับมาจากขุมนรกขุมสุดท้ายดังขึ้นข้างใบหู เซเรนฝืนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าคมสันดุจรูปสลักจากหินออบซิเดียน ดวงตาสีทองวาวโรจน์ดั่งเพชฌฆาตที่กำลังจ้องมองเหยื่อชิ้นโปรด
คาลอส... จอมทัพปีศาจที่ทั้งโลกเกรงกลัว
เขาย่อตัวลง มือหนาที่เย็นจัดช้อนร่างของเซเรนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับแน่นหนาเสียจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน รอยยิ้มกระหายเลือดผุดขึ้นที่มุมปากของจอมปีศาจเมื่อเห็นตราประทับบนมือของเซเรน
“พวกมันสลักรอยแผลนี้ลงบนตัวเจ้า... ช่างโง่เขลาเสียจริง” คาลอสก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาตัดกับไอเย็นยะเยือกของดินแดนปีศาจ “เซเรน... ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอด ข้าเห็นทุกหยาดน้ำตาที่พวกมันทำให้เจ้าหลั่งออกมา”
เซเรนพยายามขัดขืนแต่ไร้เรี่ยวแรง “ปล่อย... เจ้าปีศาจโสโครก...”
“ข้าปล่อยเจ้าแน่” คาลอสแค่นหัวเราะ ดวงตาสีทองวาวโรจน์ด้วยความคลั่งไคล้ที่พุ่งทะลุขีดจำกัด “ข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระ... อิสระในกรงทองของข้า ที่ซึ่งไม่มีใครหน้าไหนสามารถแตะต้องเจ้าได้อีก ต่อให้ต้องสังหารทวยเทพหรือเผาทำลายนครเวทมนตร์จนไม่เหลือแม้แต่ธุลี ข้าก็จะทำ... เพียงเพื่อจะครอบครองลมหายใจของเจ้าไว้แต่เพียงผู้เดียว”
จอมทัพปีศาจก้าวเดินท่ามกลางพายุทรายที่ก่อตัวขึ้นราวกับจะยินดีต้อนรับเจ้านายของมัน เซเรนเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตราประทับแห่งคนบาปที่หลังมือของเขาค่อยๆ เลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยรอยสักอักขระสีดำสนิทที่เต้นตุบตามจังหวะชีพจรของคาลอส
นี่ไม่ใช่การช่วยชีวิต... แต่นี่คือพันธะสัญญาเลือดที่ไม่มีวันถอนคืน
ทันใดนั้น คาลอสก็หยุดชะงัก สายตาดุจเหยี่ยวหันไปมองยังเงาดำที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังก้อนหินนับสิบตัว—เหล่านักฆ่าจากนครเวทมนตร์ที่ตามมาเก็บกวาดงานให้สิ้นซาก พวกมันไม่ยอมให้ 'ความลับ' ของสภามีชีวิตรอดกลับไป
คาลอสเพียงแค่ปรายตามอง ก่อนจะยกมือขึ้นข้างหนึ่งด้วยท่าทีเฉื่อยชา “กล้าดียังไง... ที่ทำให้สมบัติของข้าต้องแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่น่าสะอิดสะเอียนของพวกเจ้า”
สิ้นคำกล่าว ร่างของนักฆ่าเหล่านั้นก็ระเบิดออกเป็นละอองเลือดทันทีโดยที่คาลอสไม่ต้องขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว เซเรนมองภาพนั้นด้วยความตระหนก หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบระเบิด เมื่อเขารู้สึกได้ถึงไอพลังงานที่น่าสยดสยองซึ่งไหลทะลักออกจากร่างของจอมปีศาจเพื่อปกป้องเขา
ในตอนนั้นเอง คาลอสก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเบาๆ ที่ตราอักขระบนหลังมือของเขา ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้โลกทั้งใบของเซเรนต้องล่มสลาย
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าหญิงของข้า เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าเจ้าจะยอมหรือไม่ก็ตาม”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความคลั่งไคล้ไปกับ "ไฟเยอร์บลัด" ครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 1
รอยร้าวในนครเวทมนตร์
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!