กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงคั่วใหม่คละคลุ้งไปทั่วห้องครัวกว้างของเรือนไผ่ ปลายนิ้วเรียวของตะวันกำลังบรรจงจัดเรียงขนมเปี๊ยะชิ้นเล็กไส้ถั่วไข่เค็มลงบนจานเซรามิกเคลือบสีครามอย่างพิถีพิถัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววมีความสุขอย่างปิดไม่มิด เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังขึ้นจากระเบียงไม้
"ถ้ายังแอบชิมไส้ขนมก่อนจัดใส่จานอีกคำเดียว พี่จะยึดโหลชาอار์เกรย์ที่เพิ่งหมักเสร็จนะคะ"
เสียงหวานเอ่ยดักทางขึ้นทันทีก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคณินจะทันได้ก้าวเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มชะงักมือที่ทำท่าจะหยิบชิ้นขนมเข้าปาก ริมฝีปากหยักยกยิ้มเอ็นดูจนดวงตาคมปลาบอ่อนแสงลง มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคลอแก้มนวลของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา โดยไม่สนใจสายตาคาดโทษเล็กๆ นั้นเลย
"พี่ไม่ได้แอบชิมเสียหน่อย... แค่ตรวจสอบคุณภาพความหวานแทนคุณเชฟต่างหากครับ" คณินตอบเสียงทุ้มต่ำแกมหยอกล้อ นัยน์ตาพราวระยับมองคนตัวเล็กที่ส่งค้อนวงใหญ่ให้ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยค่ะคุณคิน เมื่อวานก็ทีหนึ่งแล้วนะ... บอกว่าชิมเพื่อความมั่นใจ แต่เกือบหมดไปครึ่งถาด" ตะวันวางจานขนมลงบนโต๊ะไม้กวาดสายตาค้อนขวับ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มละมุนจนคนมองใจกระตุกวูบ
บรรยากาศยามบ่ายภายในเรือนไผ่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเรียบง่าย ไม่มีเสียงกดดันจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เคยบีบคั้นหัวใจ ไม่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่คอยเร่งเร้ากำหนดส่งงาน มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นไอธรรมชาติ และเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตะวันในวันนี้ไม่ใช่สถาปนิกผู้เคร่งเครียดคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคนรักของคณิน เป็นเจ้าของรอยยิ้มที่ทำให้สวนชาแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ
คณินไม่รอช้า สวมกอดเอวบางจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดกว้างสูดดมความหอมสะอาดจากตัวคนรักให้ชื่นปอด ตะวันสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณก่อนจะผ่อนคลายลง ปล่อยให้ตัวเองพิงแผ่นหลังเข้ากับอกอุ่นๆ ของอีกฝ่ายอย่างคุ้นชิน มือหนาเอื้อมมาประสานเข้ากับมือเรียว ปลายนิ้วเกี่ยวพันกันแน่นราวกับต้องการย้ำเตือนถึงความมั่นคงในความรู้สึก
"มีความสุขไหมครับ... อยู่ที่นี่กับพี่" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนตะวันรู้สึกวูบวาบไปหมด
ตะวันเอี้ยวคอหันกลับมาสบตา ประกายตาหวานเชื่อมสะท้อนเงาของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน นิ้วเรียวยกขึ้นแตะสันจอด่งคมเบาๆ "ถ้าตอบว่ามีความสุขจนไม่อยากกลับกรุงเทพฯ แล้ว... คุณคินจะเชื่อไหมล่ะคะ"
"พี่เชื่อหมดใจอยู่แล้ว..." คณินกดจูบลงบนขมับบางอย่างทะนุถนอม "เพราะพี่เองก็จินตนาการไม่ออกเลยว่า ถ้าไม่มีรอยยิ้มของตะวันที่นี่ ชีวิตของพี่จะแห้งแล้งขนาดไหน"
บทสนทนาอันเรียบง่ายดำเนินไปท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อม ทั้งคู่ใช้เวลาช่วงบ่ายช่วยกันตัดแต่งกิ่งชาในแปลงเล็กหลังเรือนไผ่ หยอกล้อกันบ้าง พักดื่มน้ำชาทักทายลมหนาวที่พัดโชยมาเป็นระยะ ปลายกิ่งไม้ใบชาที่หลุดร่วงกลายเป็นเครื่องประดับผมชั่วคราวที่คณินจงใจเหน็บให้ตะวัน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากคนตัวเล็กที่วิ่งไล่ตีแขนแกร่งเบาๆ
ความรักของพวกเขาไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มีฉากดราม่าเคล้าน้ำตาเหมือนในนิยายน้ำเน่า แต่มันคือความผูกพันที่หยั่งรากลึกราวกับต้นไผ่ในสวน ที่ยิ่งนานวันยิ่งแข็งแกร่ง ทนทานต่อลมฝน และพร้อมจะเป็นร่มเงาให้กันและกันไปตลอดกาล
กระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มอมแดงสาดส่องผ่านยอดไม้ทอประกายระยิบระยับบนผืนใบชา ตะวันกำลังก้มหน้าเก็บอุปกรณ์ทำสวนใส่ตะกร้าสาน โดยมีคณินยืนมองด้วยสายตาเปี่ยมรัก ทว่าความสงบสุขนั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจดังมาจากทางทางเดินเข้าสวน
"คุณตะวันคะ! คุณคินคะ! แย่แล้ว..."
เสียงร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนกของเด็กสาวคนงานในสวนดังขึ้น พร้อมกับร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดตรงหน้า ทั้งสองหันไปมองเป็นตาเดียว คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะเวลาส่วนตัว ขณะที่ตะวันแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้าทันที
"มีอะไรหรือเปล่าบัว ค่อยๆ พูดก็ได้จ้ะ" ตะวันรีบวางอุปกรณ์ลงแล้วก้าวเข้าไปประคองเด็กสาว
บัวสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเหนื่อยและตื่นเต้น มือบางชี้ไปทางเรือนรับรองด้านหน้า "มี... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาค่ะ แล้วเขา... เขาบอกว่าเป็น..."
ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะพูดจบ ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าเรือนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ ดวงตากวาดตามองรอบบริเวณด้วยความรังเกียจก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของตะวัน
ตะวันยืนตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในอกเมื่อสบตากับผู้มาเยือนอย่างจัง
"ไงจ๊ะ... พี่ชายคนโตของบ้าน กลับมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ซะจนลืมตระกูลไปเลยสินะ ตะวัน"
เสียงแหลมสูงที่เอ่ยทักทายทำเอาคณินก้าวเข้ามาบังร่างของคนรักไว้ด้านหลังทันที นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังผู้หญิงแปลกหน้าที่กล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาจักรของเขา พร้อมกับรหัสลับในใจที่ดังขึ้นเตือนภัยว่า 'พายุ' กำลังจะพัดถล่มเรือนไผ่แห่งนี้แล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับไออุ่นในเรือนไผ่มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนจบนะคะ "หมอกไม้ไผ่"
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 29
วันธรรมดาที่พิเศษ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!