"หยดน้ำค้างบนกลีบดอกเหมย... ก็ยังไม่น่าเวทนาเท่าหยดน้ำตาที่ถูกกลืนกลับลงคอไปนะคะ, พระชายา"
เสียงกระซิบแหบพร่าประดุจเสียงถอนหายใจของภูตพรายดังลอดผ่านม่านมุ้งแพรโปร่งสีนวล ฟางเซียนสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งห้วงนิทราอันยาวนาน ร่างเพรียวระหงภายใต้ชุดนอนผ้าตี่หงสีมุกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ ความหนาแน่นของความทรงจำในอดีตชาติยังคงเกาะกุมขั้วหัวใจจนเจ็บแปลบ ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเดิมที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด
คืนนี้... ฝนตกหนักอีกแล้ว
สายฝนฤดูวสันต์กระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีนิลของเรือนพักชั้นใน เสียงเม็ดฝนที่โถมเข้าใส่บานหน้าต่างไม้แกะสลักลายหงส์รำพัน ช่างคล้ายคลึงกับค่ำคืนอันหนเหน็บในตำหนักเย็นเมื่อห้าปีก่อนเสียนี่กระไร คืนที่นางถูกบังคับให้ดื่มสุราพิษอุ่นๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสนองพระชายารองผู้เหี้ยมเกรียม และคืนที่ลมหายใจสุดท้ายของโอรสองค์น้อยค่อยๆ ดับสลายไปในอ้อมกอดของนางอย่างไร้ซึ่งความยุติธรรม
ฟางเซียนยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้าย
จังหวะการเต้นของหัวใจระรัวราวกับกลองศึก เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น แสงอสนีบาตวาบผ่านท้องฟ้า ย้อมห้องนอนมืดสลัวให้สว่างวาบด้วยแสงสีขาวโพลนชั่วพริบตา เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
นางไม่ได้ตกใจกลัว... ในโลกนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุด นางได้เผชิญมาหมดแล้ว
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านอ๋องยังไม่ทรงบรรทมอีกหรือคะ?" เสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้จะรู้ดีว่าบุรุษผู้ยืนอยู่ตรงนั้นคือนรบาลผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่คนทั้งราชสำนักต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น
อ๋องเฉินจวินค่อยๆ หันกลับมา แสงสายฟ้าสะท้อนดวงตาคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความเปียกปอน แม้ภายนอกพายุฝนจะโหมกระหน่ำเพียงใดก็ตาม พระองค์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เตียงนอน กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นหอมเย็นของไม้กฤษณาโชยปะทะนาสิก
"เจ้าฝันร้ายอีกแล้ว..." เฉินจวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าแฝงความห่วงใยที่ถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาออกไปหมายจะแตะลงบนพวงแก้มซีดเซียวของนาง ทว่าฟางเซียนกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างนุ่มนวล แต่ทว่าเด็ดเดี่ยว
ความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเยือกเย็นลงไปอีกหลายส่วน
"หม่อมฉันเพียงแต่... คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่ไม่ควรค่าแก่การจดจำเพคะ" ฟางเซียนฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาต้องน้ำค้างแข็ง ทว่าแฝงความขื่นขมจนน่าปวดใจ นางผุดลุกขึ้นนั่ง ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทแผ่สยายคลุมแผ่นหลังบาง "หม่อมฉันเป็นเพียงหญิงสาวผู้มีอดีตแปดเปื้อน ไยท่านอ๋องต้องทรงใส่พระทัยกับความเปราะบางไร้ค่าเช่นนี้ด้วยเล่าคะ"
เฉินจวินหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันคมบ่งบอกถึงความดื้อรั้น พระองค์ไม่ตรัสตอบทันที แต่กลับทรุดพระกายลงนั่งขัดสมาธิบนขอบเตียงอย่างไม่ถือพระองค์ พระหัตถ์แข็งแกร่งเอื้อมไปคว้ามือเรียวบางของนางที่กำลังสั่นเทาเล็กๆ ขึ้นมาจองจำไว้ในอุ้งพระหัตถ์ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ฟางเซียนสะท้อนใจ
"อดีตของเจ้า... ข้าเป็นผู้เข้ามาพลิกฟื้นมันขึ้นมาเองนะ, ฟางเซียน" เฉินจวินตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าในคืนฝนตกเช่นนี้ เจ้ามักจะถูกความทรงจำพวกนั้นตามหลอกหลอน... เจ้ากำลังแบกความแค้นของคนทั้งตระกูลไว้บนบ่าบอบบางคู่นี้คนเดียว ไยจึงไม่ยอมหันมาพึ่งพาแผ่นหลังของข้าบ้างเล่า?"
คำตรัสนี้ประดุจสายน้ำอุ่นที่ไหลรินเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาของนาง ฟางเซียนรู้สึกได้ถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว แต่นางไม่อนุญาตให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอหยดลงมาเป็นอันขาด ในหมากกระดานนี้... ผู้ใดหลั่งน้ำตาก่อน ผู้นั้นคือผู้แพ้
"พึ่งพาหรือคะ?" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันทั้งตนเองและโชคชะตา "หม่อมฉันใช้ชีวิตอยู่ด้วยการล้างแค้นมาตลอดการตื่นขึ้นในร่างใหม่นี้ ทุกย่างก้าวคือการเดินบนคมมีด หากหม่อมฉันพึ่งพาพระองค์... เกรงว่าความแค้นของสกุลหลี่คงกลายเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งในเกมอำนาจของพระองค์ไปเสียเปล่าๆ สิคะ"
"เจ้าเข้าใจข้าเช่นนั้นหรือ?" เฉินจวินเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย พระโอษฐ์หยักแย้มสรวลหยันบางเบา ทว่าแววตากลับล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง "หมากกระดานนี้... ข้าไม่ได้เล่นเพื่ออำนาจ แต่ข้าเล่นเพื่อ 'เจ้า' ตั้งแต่แรกแล้ว"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปราณี ฟางเซียนชะงักงัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ นางจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของอ๋องเฉินจวินในยามนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งดั่งห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางทาง
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใดแก้เก้อ เสียงฝีเท้ารີบร้อนและเสียงเคาะประตูอย่างกระวนกระวายก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือน
"ทูลท่านอ๋อง! พระชายาเอก! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ขันทีจากตำหนักในนำราชโองการด่วนที่สุดมาส่ง... แจ้งว่า ฝ่าบาททรงพระประชวรหนักกะทันหัน และมีรับสั่งเรียกตัวพระชายาฟางเซียนเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
ฟางเซียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนแล่นแปลบเข้ามาในหัว
คืนนี้... ในอดีตชาติ คือคืนที่นางถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าเป็นครั้งแรกหลังจากการเสด็จสวรรคตปริศนาของอดีตจักรพรรดิ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหุบเหวแห่งความตายที่นางไม่มีวันลืม!
เฉินจวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที รัศมีนักรบแผ่ซ่านออกมาราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมตะпบเหยื่อ พระองค์กุมกระบี่ประจำพระองค์แน่น ดวงตาดำมืดสนิทราวกับรัตติกาลไร้ดาว
"หึ... ดูท่าว่าหมากตาแรกที่พวกมันรอคอย จะถูกเดินเร็วกว่าที่คิดเสียแล้วสิคะ" ฟางเซียนเหยียดยิ้มเย็นเยียบ แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดโกน นางลุกขึ้นยืนเคียงข้างชายหนุ่ม จัดชุดอาภรณ์ให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนี้... หม่อมฉันก็จะไปเป็นแขกรับเชิญที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้พวกมันได้ยลโฉมเองค่ะ, ท่านอ๋อง"
เฉินจวินทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชื่นชม หลงใหล และระคนด้วยความกังวล พระองค์เอื้อมพระหัตถ์ไปกุมมือซ้ายของนางไว้แน่นราวกับจะถ่ายทอดพลังทั้งหมดที่มีให้
"ถ้าเช่นนั้น... ก้าวไปกับข้า" อ๋องเฉินจวินตรัสด้วยน้ำเสียงดุดัน ทรงอำนาจ และเด็ดขาด "คืนนี้... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินฟ้า ข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว!"
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองก้าวเท้าเดินออกไปยังประตูห้อง ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมพายุ พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าหน้าตาซีดเซียวผู้หนึ่ง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอันน่าขนลุกและถ้วยกระเบื้องเคลือบสีชาในมือ ที่ส่งกลิ่นหอมหวานประหลาดตลบอบอวลไปทั่วห้อง...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน•ตอนที่ 15
อดีตที่คอยหลอกหลอน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!