ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 1

ย้ายเข้าห้องมรณะ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอับชื้นของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและกลิ่นอับของฝุ่นผงที่หมักหมมมาแรมปีตีเข้าจมูกของฌานทันทีที่ผลักบานประตูไม้สีลอกร่อนให้เปิดออก ห้องพักหมายเลข 404 ของ ‘ศุภLAD 24 อพาร์ตเมนต์’ ไม่ได้กว้างขวางอย่างที่นายหน้าปากหวานโฆษณาไว้ มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบ ๆ ที่มีหน้าต่างบานกระทุ้งเก่าคร่ำครึ มองออกไปเห็นเพียงผนังปูนทึบของตึกฝั่งตรงข้ามที่กั้นขวางแสงตะวันจนแทบไม่เหลือความสดใส สำหรับทายาทตระกูลหมอผีที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเพราะ “ไร้ซึ่งพลัง” อย่างเธอ... ห้องเช่าราคาถูกติดดินแห่งนี้คือทางเลือกเดียวที่กระเป๋าแบน ๆ จะพยุงไหว ฌานวางกระเป๋าเดินทางใบโตลงกับพื้นเสียงดังทึบ เธอถอนหายใจยาวเหยียด ปัดกวาดฝุ่นที่เกาะตามไหล่เสื้อยืดสีดำตัวเก่งด้วยความหงุดหงิด ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว วอลเปเปอร์ลายดอกไม้โบราณลอกร่อนเป็นแผ่น เผยให้เห็นคราบปูนด่างดวงคล้ายแผนที่โลก รอยแตกร้าวบนผนังด้านทิศตะวันตกยาวเหยียดราวกับรอยแผลเป็น ก๊อกน้ำในห้องน้ำส่งเสียงหยดติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่น่ารำคาญใจ “ให้ตายเถอะ สภาพแบบนี้เรียกว่าห้องเช่า หรือสุสานร้างกันแน่” ฌานพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบฉายแววหยันหยาด เธอไม่ได้กลัวผีอย่างที่คนตระกูลอื่นหวาดกลัว ปัญหาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องวิญญาณอาฆาต แต่เป็นเรื่องเงินในบัญชีที่มีตัวเลขสามหลักต่างหาก พลัน ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดผ่านต้นคอ ทั้งที่หน้าต่างและประตูห้องปิดสนิท ไร้ซึ่งลมธรรมชาติ ปล่อยให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมกันอย่างไม่มีสาเหตุ ฌานชะงักกุนซือในหัวสมองสัญชาตญาณนักปราบผีที่หลับใหลมานานกระตุ้นเตือน เธอไม่ได้หันขวับไปทันที แต่เลือกที่จะยืนนิ่ง สังเกตเงาสะท้อนบนกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่เหนืออ่างล้างหน้าเก่า ๆ ในเงาสะท้อนนั้น... นอกจากร่างสูงเพรียวของเธอเองแล้ว ยังมีเงาร่างระหงของใครอีกคนยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง! เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวสลวยคลอเคลียลาดไหล่บาง ผิวขาวซีดราวกระดาษสาตัดกับริมฝีปากสีแดงจัดราวกับกลีบกุหลาบอาบยาพิษ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือดุร้าย แต่มันกำลังโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังเธอผ่านกระจกเงา ฌานหันขวับกลับไปทันที ความเร็วระดับนักกีฬาฝึกหัดไม่ช่วยอะไรเมื่อพบว่าพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหลังเธอนั้น... ไม่มีใครยืนอยู่เลย มีเพียงอากาศว่างเปล่า และความหนาวเหน็บที่ยังคงเกาะกุมผิวเนื้อ “ย้ายเข้ามาวันแรก ก็ต้อนรับกันด้วยวิชากระจกสะท้อนเงาเลยงั้นเหรอ? ฝีมือตกนะเนี่ย เจ้าของห้องคนเก่า” ฌานพูดลอย ๆ ออกไป น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความระอาใจเจืออยู่จาง ๆ “แหม... รู้ด้วยเหรอคะว่าฉันเป็นเจ้าของห้องคนเก่า?” เสียงกระซิบหวานหยดย้อยดังขึ้นข้างใบหู ชิดเสียจนลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดลาดไหล่ ฌานสะดุ้งสุดตัวโดยไม่ตั้งใจ เธอหมุนตัวกลับพร้อมเหวี่ยงศอกใส่ต้นเสียงเต็มแรงตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว *หมับ!* ข้อมือเรียวเล็กถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศ ฝ่ามือที่จับกุมเธอเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง แต่กลับเหนียวแน่นราวกับคีมเหล็ก ฌานเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อพบว่าร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาววินเทจปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน ใบหน้าของหล่อนห่างจากเธอไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกมะลิผสมกลิ่นอายความตายลอยอบอวลแตะจมูก “มือหนักใช่เล่นเลยนะคะ คุณหมอผีสาว” ผีสาวเจ้าของร่างโปร่งแสงระเรื่อแย้มยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่พยายามขู่ฟ่อใส่เสือ ฌานกัดฟันกรอด พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น แรงกดทับยิ่งแน่นขึ้น ริน—ผีสาวห้องข้างๆ (หรืออาจจะเป็นผีเจ้าถิ่นประจำห้องนี้) เอียงคอมองเธอด้วยแววตาสำรวจ ราวกับกำลังประเมินสินค้าลดราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต “ปล่อย” ฌานสั่งเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาดุจคมมีดจ้องมองตรงไปยังดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “นี่ห้องฉัน ค่าเช่าฉันก็จ่ายแล้ว อย่ามาล้ำเส้น” “ห้องคุณเหรอคะ?” รินหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินแต่กลับสร้างความยะเยือกไปถึงไขสันหลัง “แปลกจัง ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นสัญญาขายห้องนี้ให้ใคร... อ๊ะ หรือว่าฉันความจำเสื่อมกันแน่นะ?” “ถ้าความจำเสื่อมก็ไปหาหมอซะ แต่ลืมไป... เธอเป็นผีนี่นะ คงต้องไปยมโลกแทนที่จะเป็นโรงพยาบาล” ฌานสวนกลับทันควัน ปากเก่งไม่เป็นรองใคร แม้สถานการณ์จะเป็นรองเห็น ๆ “แล้วก็เลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะแกะสักที ฉันเหนื่อยจากการย้ายของ อยากพักผ่อน ถ้ารู้จักมารยาท ช่วยสลายตัวไปเงียบ ๆ ก่อนที่ฉันจะลงยันต์ไล่ผีใส่หน้าเธอ” รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนริมฝีปากแดงจัดขยายกว้างขึ้นไปอีก หล่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ฌานเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป “ลงยันต์งั้นเหรอคะ?” รินกระซิบเสียงพร่า แววตาระยิบระยับด้วยความท้าทาย “ไหนล่ะพลังของทายาทตระกูลหมอผีชื่อดัง? เท่าที่ฉันเห็น... บนตัวคุณตอนนี้ มีแต่กลิ่นอายความอับโชคกับความจนตรอกต่างหากล่ะคะ” คำพูดจี้ใจดำกระแทกเข้ากลางอกฌานอย่างจัง ใบหน้าสวยคมนิ่งงัน แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ปมในอดีตที่เธอพยายามซ่อนไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยวิญญาณสาวตนนี้อย่างง่ายดาย ก่อนที่ฌานจะได้ทันอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนใด ๆ เสียงเคาะประตูดังปัง ๆ สามครั้งติดก็สะท้อนก้องขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งที่ตะโกนลอดเข้ามาจากด้านนอก “เฮ้ยห้อง 404! เงียบ ๆ หน่อยเว้ย คนจะหลับจะนอน! ถ้ายังส่งเสียงโวยวายกันอีกรอบ ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาอนาจารห้องข้าง ๆ แล้วนะเว้ย!” ฌานชะงัก หันไปมองประตูห้องสลับกับร่างของผีสาวที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้า เมื่อเธอหันกลับมามองที่เดิม... ร่างระหงของรินก็หายวับไปกับตา ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก ทิ้งไว้เพียงความเย็นยะเยือกที่ยังคงลอยวนอยู่รอบกาย และเสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากผนังห้องฝั่งทิศตะวันออก—ห้องที่ติดกับห้องของเธอนั่นเอง ฌานเม้มปากแน่น กำมือเป็นหมัดหลวม ๆ ด้วยความคับ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางเปิดประตูลึกลับบานนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%