เข็มวินาทีบนนาฬิกาข้อมือของศรัณย์ไม่ได้กำลังเดินไปข้างหน้า... แต่มันกำลังหมุนทวนเข็มอย่างบ้าคลั่ง
เสียง 'ติ๊กต่อก' แหลมสูงที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ไม่ได้มาจากกลไกฟันเฟืองทางกายภาพ หากแต่เป็นเสียงสะเทือนของโครงสร้างกาลเวลาที่กำลังฉีกขาดออกจากกัน ท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างริมท่าเรือเก่า กลิ่นอับชื้นของน้ำทะเลผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กคาวคลุ้งรุนแรงเสียจนศรัณย์ต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก แว่นตากรอบโลหะของเขาขึ้นฝ้าบางๆ จากหอบหายใจที่ถี่กระชั้น แต่ดวงตาสองข้างกลับเบิกกว้าง จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสติที่รวบรวมไว้จนถึงขีดสุด
"อย่าก้าวเท้าซ้ายนะคะศรัณย์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับสายลมลอดผ่านช่องหน้าต่างดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของอาจารย์อรชรที่แตะลงบนหัวไหล่ขวาเพื่อดึงรั้งตัวเขาไว้
ศรัณย์หยุดชะงัก รองเท้าผ้าใบสีขาวที่เกือบจะเหยียบลงบนรอยร้าวสีม่วงอมฟ้าบนพื้นคอนกรีตชะงักค้างกลางอากาศ เขากวาดสายตาคำนวณระยะทางอย่างรวดเร็วด้วยหลักฟิสิกส์ประยุกต์—รอยร้าวเบื้องหน้าไม่ใช่รอยแตกธรรมดา แต่มันคือจุดบรรจบของมิติที่ความหนาแน่นของเวลาเป็นศูนย์ หากก้าวพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ร่างกายของพวกเขาอาจถูกฉีกออกเป็นเศษเสี้ยว และกระจัดกระจายไปอยู่ในห้วงเวลาที่แตกต่างกันนับร้อยปี
"ผมคำนวณอัตราการขยายตัวของรอยแยกแล้วครับ... เอ๊ย, ค่ะ" ศรัณย์เผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคย แต่รีบแก้คำพูดในใจทันทีเมื่อหันไปสบตากับดวงตาคู่คมของหญิงสาว "อัตราการขยายตัวเร่งขึ้นสามเปอร์เซ็นต์ทุกๆ สิบวินาที แสดงว่าพลังงานต้นกำเนิดที่ซ่อนอยู่ข้างในไม่ได้เสื่อมถอย แต่มันกำลัง 'สูบ' พลังงานจากภายนอกเข้าไปเพื่อเปิดประตูบานใหญ่ต่างหาก"
อาจารย์อรชรพยักหน้าน้อยๆ แววตาสีดำสนิทสะท้อนแสงเรืองรองจากรอยแยกมิติ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ในยามที่สถานการณ์รอบตัวกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เธอกลับดูสงบนิ่งราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ไม่ใช่สนามรบแห่งกาลเวลา
"ฉลาดมากค่ะ สมกับที่เป็นนักศึกษาคณะฟิสิกส์ผู้รอบคอบของดิฉัน" อาจารย์อรชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอกของศรัณย์ลงได้ครึ่งหนึ่ง "แต่ทฤษฎีอย่างเดียวอาจไม่พอในเขตแดนสนธยานี้นะคะ... สิ่งที่เรากำลังจะเผชิญไม่ใช่แค่วิญญาณอาฆาตทั่วไป แต่เป็น 'เงาของอดีต' ที่เจ้าบ้านใช้บิดเบือนกฎแห่งกรรม"
มือเรียวบางของอาจารย์ยกขึ้นวาดกลางอากาศ วงอักขระโบราณสีทองสว่างวาบขึ้นในความมืด ขับไล่ไอเย็นเยียบที่พยายามกัดกินปลายนิ้วของศรัณย์ออกไป พลังปราณอุ่นร้อนไหลเวียนเชื่อมต่อระหว่างเขากับเธอผ่านปลายด้ายสีแดงจางๆ ที่ร้อยรัดข้อมือไว้—นี่คือกลยุทธ์ที่พวกเขาฝึกฝนร่วมกันมานาน การผสานระหว่าง 'ตรรกะและโครงสร้างพลังงาน' ของศรัณย์ กับ 'อาคมปรับสมดุลและรากฐานโบราณ' ของอาจารย์อรชร
โกดังร้างค่อยๆ บิดเบี้ยว ผนังปูนกะเทาะหลุดร่วง ลอยค้างเติ่งกลางอากาศอย่างไร้แรงโน้มถ่วง ภาพบรรยากาศของท่าเรือเมื่อห้าสิบปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างเลือนราง เสียงเรือเหล็กคำราม เสียงกSรีดร้องของคนงาน และกลิ่นอเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ศรัณย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เขายกแว่นขึ้นเช็ดอย่างใจเย็น แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผม แต่นัยน์ตาหลังเลนส์กลับฉายแววแน่วแน่
"ถ้าความทรงจำเหล่านี้คือเครื่องกีดขวาง... เราก็แค่ต้องถอดรหัสความเจ็บปวดของพวกมัน เพื่อเปิดทางผ่าน" ศรัณย์พึมพำกับตัวเอง
เขาก้าวเท้าออกไปอีกครั้ง คราวนี้เหยียบลงบนจุดรับน้ำหนักที่คำนวณไว้แล้วอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวของชายหนุ่มสอดประสานกับจังหวะการร่ายอาคมของอาจารย์อรชร ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในใจกลางรังของศัตรู ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างวินาทีที่โลกมนุษย์ลืมเลือน
เบื้องหน้าพวกเขาคือแท่นหินสีดำสนิท มีเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทย้อนยุคยืนหันหลังให้ ร่างนั้นสั่นเทาเล็กน้อย พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังลอยมาจากทุกทิศทุกทาง—
"ยินดีต้อนรับ... สู่จุดจบที่พวกเธอไม่มีวันหาทางกลับออกไปได้"
เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ว่างเปล่าไร้ดวงตา แต่มีรอยแยกสีม่วงฉานเปิดกว้างอยู่กลางหน้าผาก พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ที่ดังสะท้อนก้องกังวานในหัวของศรัณย์จนแทบระเบิด:
*[คำเตือน: ตรวจพบ 'บอสใหญ่แห่งแดนสนธยา' กำลังปลุกเขตอาคมกลืนกินวิญญาณ... และบุคคลที่สามซึ่งไม่ควรมีตัวตนในประวัติศาสตร์ กำลังก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหลังของพวกคุณแล้ว...]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความมืด และเติบโตไปพร้อมกับศรัณย์และอาจารย์อรชรในบทนี้นะคะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 24
การเดินทางสู่แดนสนธยา
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!