บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 23

สัญญาใจในคืนฝนพรำ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
หยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่างห้องพักสำนักงานวิจัยร่วงหล่นลงมาเป็นทางยาว ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังเวลาในโลกของผู้มีชีวิตและโลกอีกฟากฝั่งเข้าหากัน ศรัณย์ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ เป็นจังหวะความถี่สม่ำเสมอตามหลักการคำนวณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าปรากฏกราฟแสดงผลความหนาแน่นของพลังงานวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในรัศมีสามกิโลเมตรจากจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่ "ความถี่ของสนามพลังงานรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการแตกสลายของมิติโดยธรรมชาติค่ะคุณศรัณย์" เสียงนุ่มนวลแต่เจือกระแสความกังวลเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง อาจารย์อรชรในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มกำลังยืนพิจารณาแผ่นยันต์โบราณที่ปักหมุดไว้บนแผนที่จำลองสามมิติ ดวงตาคู่คมที่มักจะสงบนิ่งเสมอในยามปรกติ ขณะนี้กลับสะท้อนภาพแสงไฟนีออนกะพริบจากภายนอก หน้าผากของเธอมีรอยย่นจางๆ บ่งบอกถึงความซับซ้อนของคดีในคืนนี้ที่เกินกว่าการปัดเป่าวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป ศรัณย์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับอาจารย์สาว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสติ แม้ในใจจะรู้ดีว่ากฎทางฟิสิกส์ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติทั้งหมดได้ แต่ทว่า... ทฤษฎีความน่าจะเป็นก็ไม่ได้ห้ามความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอกของเขาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "ถ้าคำนวณจากอัตราการยุบตัวของเขตอาคมที่เราเพิ่งซ่อมแซมไปเมื่อชั่วโมงก่อน แรงดันวิญญาณระดับนี้แปลว่ามี 'ตัวเชื่อม' กำลังพยายามดึงความทรงจำของดวงวิญญาณตกค้างฝั่งนั้นให้ทะลักข้ามมาฝั่งเราครับ... เอ้ย, ค่ะ" ศรัณย์เผลอหลุดคำพูดติดปากแบบเดิมออกไปเล็กน้อยก่อนจะรีบแก้คำพูด พร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาที่รู้ทันของอีกฝ่ายด้วยความประหม่า อาจารย์อรชรหลุดหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาจากริมฝีปากบางคู่นั้น มันช่วยละลายบรรยากาศที่อึมครึมในห้องสี่เหลี่ยมนี้ลงไปได้ถนัดตา เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนและฝนตกโชยมาแตะจมูกของศรัณย์ "คุณนี่นะ... แม้แต่ในเวลาที่สถานการณ์ข้างนอกกำลังตึงเครียดจนน่ากลัว คุณก็ยังไม่วายที่จะเคร่งครัดเรื่องการใช้สรรพนามกับฉันอีก" อาจารย์อรชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตคู่นั้นทอดมองชายหนุ่มด้วยความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุม "แต่ที่คุณพูดมาถูกต้องค่ะ รอบนี้ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยวิญญาณธรรมดา แต่เป็น 'สัญญา' ที่ยังค้างคา และมีเพียงคุณกับฉันเท่านั้นที่จะช่วยคลี่คลายมันได้" ปลายนิ้วเรียวของอาจารย์อรชรแตะลงบนหลังมือของศรัณย์ที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ การสัมผัสที่เรียบง่ายและอบอุ่นนั้นทำให้หัวใจของนักศึกษาหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ความเย็นยะเยือกจากสายฝนภายนอกราวกับถูกปัดเป่าให้หายวับไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากจุดสัมผัสเล็กๆ นั้น ศรัณย์ไม่ได้ดึงมือออก เขากลับพลิกฝ่ามือขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบกุมมือเรียวนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ สายตาของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องทำงาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องฝ่าฟันอันตรายด้วยกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ระยะห่างระหว่าง "อาจารย์ผู้ลึกลับ" กับ "นักศึกษาผู้รอบคอบ" ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ภารกิจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการปิดรอยแยกมิติที่สุสานโบราณ หรือการเจรจากับภูตพรายร้อยปี ทั้งหมดหล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นมากกว่าคู่หู "ผม... ฉันเป็นห่วงคุณค่ะ" ศรัณย์เปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วและจริงจัง ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นฉายแววแน่วแน่ "พลังงานรอบนี้สะท้อนคลื่นความถี่ที่สามารถบั่นทอนพลังปราณของคุณได้โดยตรง ถ้าเราต้องลงไปที่ชั้นใต้ดินของตึกร้างนั้นจริงๆ ฉันอยากให้คุณ... ให้ฉันได้ปกป้องคุณบ้าง" อาจารย์อรชรชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่งดงามที่สุดเท่าที่ศรัณย์เคยเห็นมา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายของการเป็นผู้สอนและผู้เรียน แต่มันคือรอยยิ้มของคนสองคนที่ยอมเปิดประตูหัวใจให้แก่กันท่ามกลางโลกอันมืดมน "เด็กโง่..." เธอพึมพำเบาๆ "ฉันมีชีวิตอยู่มานานเกินกว่าจะคาดคิด แต่เพิ่งจะมีครั้งนี้แหละค่ะที่รู้สึกว่า... การมีใครสักคนคอยคำนวณความเสี่ยงและห่วงใยกันในเวลาเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่ไม่เลวเลย" ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็วจนทำลายบรรยากาศอันน่าประทับใจนั้นลง ทันใดนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องก็กะพริบติดๆ ดับๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบอุปกรณ์ตรวจจับพลังงานวิญญาณที่ดังสนั่นหวั่นไหว หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เคยแสดงกราฟปกติ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่ไม่อาจถอดรหัสได้ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS นอกเหนือฐานข้อมูล] [เป้าหมาย: ตึกร้างหมายเลข 13 - เขตอาคมถูกละเมิดโดยบุคคลที่สาม] [คำเตือนพิเศษ: ดวงวิญญาณต้นกำเนิดของสัญญาในอดีตกำลังลืมตาตื่น และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่] ศรัณย์ผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและหน้าที่ของนักสืบสวนคดีลี้ลับทำงานเต็มพิกัด เขารีบหยิบกระเป๋าใส่อุปกรณ์ยันต์และเครื่องมือวัดคลื่นพลังงานขึ้นมาสะพายไหล่ ก่อนจะหันไปสบตากับอาจารย์อรชรที่ตอนนี้ดวงตากลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยความพร้อมในการต่อสู้ "ดูเหมือนว่า 'เจ้าของสัญญา' ในคืนฝนพรำนี้ จะไม่อยากรอให้เราเดินไปหาเขาที่ตึกร้างแล้วล่ะค่ะ" อาจารย์อรชรกล่าวพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปรากฏสายสิญจน์เรืองแสงสีทองอร่ามพันธนาการอยู่รอบข้อมือของเธอ ศรัณย์พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ มือขวาจับด้ามปากกาอาคมที่สลักลวดลายทางฟิสิกส์ควอนตัมแน่น ขณะที่มือซ้ายเอื้อมไปกุมมือของอาจารย์สาวไว้มั่นเพื่อส่งผ่านความเชื่อมั่นและพลังใจให้แก่กันและกัน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างสีดำทะมัดทะแมงนับสิบร่างที่พุ่งทะยานผ่านสายฝนเข้ามาภายในห้อง มุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์มนาจะทำได้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เติบโต และลุ้นระทึกไปพร้อมกับศรัณย์ในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%