บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 3

กฎข้อที่หนึ่งของไสยเวท

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศดูจะเข้มข้นขึ้นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง ศรัณย์กลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งคว้าขอบเสื้อคลุมของอรชรไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ในใจจะพยายามตะโกนบอกตัวเองว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียง 'ภาพลวงตาจากความต่างศักย์ของพลังงาน' แต่ร่างกายของเขากลับสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ พยาบาลในชุดสีขาวเปื้อนคราบเลือดก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์ เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นกระเบื้องดัง *แปะ... แปะ...* ราวกับน้ำหนักตัวที่ไม่มีจริง รอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนเกือบถึงใบหูนั้นไม่สมมาตร ราวกับหนังบนใบหน้าถูกดึงรั้งด้วยแรงมหาศาลจากภายใน "อย่ามองที่ใบหน้าของเธอ" เสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นของอรชรดังขึ้นข้างหู มือเรียวบางของหญิงสาวเอื้อมมาปิดตาเขาอย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "อาจารย์ครับ... นั่นคืออะไร" ศรัณย์กระซิบถาม เสียงของเขาสั่นพร่า "นั่นคือ 'เศษเสี้ยวแห่งความเจ็บปวดที่ตกค้าง' ศรัณย์ จำกฎข้อแรกของไสยเวทให้ขึ้นใจนะคะ" อรชรไม่ได้ถอนมือออก แต่กลับกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับกำลังสอนวิชาฟิสิกส์ในห้องเรียน "กฎข้อที่หนึ่ง: ทุกสิ่งในโลกวิญญาณมีพลังงานรองรับเสมอ ไม่มีผีตนไหนที่มีตัวตนขึ้นมาได้โดยปราศจาก 'แหล่งกำเนิดพลัง' และพยาบาลคนนี้... กำลังหิวโหย" ทันใดนั้น อรชรสะบัดมือเบาๆ ในอากาศ เกิดประกายไฟสีครามวาบขึ้นราวกับไฟฟ้าสถิต เธอไม่ได้ใช้อาคมที่ซับซ้อน แต่เป็นการ 'ปัดรบกวน' มวลพลังงานตรงหน้า "ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว วางเท้าให้มั่นคง หายใจเข้าลึกๆ แล้วพิจารณาความร้อนที่ฝ่าเท้าของคุณ" อรชรสั่ง ศรัณย์ทำตามโดยไม่ลังเล เขาสัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนจากพื้นดินขึ้นมาตามรองเท้า นี่คือทฤษฎีการต่อสายดินที่อาจารย์เคยสอน เขาพยายามดึงสติกลับมาที่หลักการทางวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนภาพผีสาวที่น่าสยดสยองให้กลายเป็นเพียง 'กลุ่มก้อนพลังงานที่ไหลเวียนผิดปกติ' เมื่อเขามองผ่านเลนส์ของตรรกะ ร่างพยาบาลที่เคยน่าหวาดกลัวกลับเริ่มสั่นไหวและจางลง "เธอเป็นเพียงภาพจำลองที่ถูกกระตุ้นด้วยความกลัวของมนุษย์" ศรัณย์พึมพำ ดวงตาของเขาเริ่มกลับมาเป็นประกายแห่งความรอบคอบ "ถ้าเธอมีแหล่งกำเนิดพลังงาน... งั้นก็ต้องมี 'จุดศูนย์กลาง' ที่จ่ายพลังให้เธออยู่ในรัศมีนี้" อรชรยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ฉลาดมากค่ะ" ขณะที่เธอกำลังจะก้าวไปข้างหน้า ประตูลิฟต์ตัวเดิมก็ปิดลงด้วยเสียงดังสนั่นกึกก้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ แต่แล้วศรัณย์ก็สังเกตเห็นบางอย่าง... บนพื้นกระเบื้องตรงที่พยาบาลตนนั้นยืนอยู่ มีตัวเลขบางอย่างถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ สีแดงฉาน '404... ไม่ใช่แค่เลขห้อง' ศรัณย์ย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่รอยเลือด มันไม่ได้เย็นเฉียบอย่างที่คิด แต่มันอุ่น... อุ่นเหมือนอุณหภูมิร่างกายมนุษย์จริงๆ "อย่าแตะมัน!" อรชรร้องเตือน แต่สายไปเสียแล้ว ทันทีที่ปลายนิ้วของศรัณย์สัมผัสเลข 4 ตัวสุดท้าย พื้นที่ตรงหน้าเขาก็พลันบิดเบี้ยวเหมือนคลื่นในสระน้ำ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากโถงโรงพยาบาลเป็นห้องผ่าตัดที่เงียบสงัด อุปกรณ์การแพทย์วางระเกะระกะ และที่กลางห้อง... หญิงสาวในชุดพยาบาลคนเดิมกำลังนั่งก้มหน้าอยู่ข้างเตียงผ่าตัดที่ว่างเปล่า "คุณเป็นใคร" ศรัณย์ถาม น้ำเสียงของเขานิ่งสงบขึ้นอย่างประหลาด เขาหยิบเครื่องมือคำนวณพลังงานขนาดจิ๋วที่ประดิษฐ์ขึ้นเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พยาบาลสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ครั้งนี้เธอยิ้มไม่กว้างเท่าเดิม แต่นัยน์ตาของเธอเป็นสีดำมืดมิดไร้แวว "ฉันคือ... บันทึกที่ยังเขียนไม่จบ" เธอยื่นมือที่สั่นเทามายังศรัณย์ ในมือของเธอมีแฟ้มประวัติคนไข้ที่ถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่ง ศรัณย์มองสบตาอรชรที่ยืนอยู่ข้างหลังเพื่อขอคำปรึกษา แต่อรชรกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง เธอไม่ได้มองพยาบาล แต่มองไปที่กำแพงด้านหลังของห้องผ่าตัด "ศรัณย์... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" อรชรตวาดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยใช้มาก่อน "นั่นไม่ใช่ดวงวิญญาณตกค้างธรรมดา แต่นี่คือ 'รอยแยก' ที่เชื่อมต่อกับมิติที่ลึกกว่านั้น... มีบางอย่างกำลังตามหาเราผ่านทางช่องว่างนี้!" ศรัณย์ชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นตัวเลขบนแฟ้มที่พยาบาลยื่นมาให้ มันไม่ใช่ตัวเลขคนไข้ แต่มันคือวันและเวลา... ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับ 'วินาทีนี้' ในปัจจุบัน ก่อนที่เขาจะทันได้อ่านข้อความทั้งหมด เสียงระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็ดังขึ้นในหัวของเขา เป็นเสียงสังเคราะห์ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน *[แจ้งเตือน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ—คลาส SSS: 'ผู้เฝ้าประตูแห่งความทรงจำที่ถูกลบ']* *[คำเตือน: เวลาในพื้นที่นี้ถูกล็อคไว้ คุณมีเวลา 60 วินาทีก่อนที่มิติจะยุบตัวลงสู่สภาวะศูนย์]* *[ภารกิจฉุกเฉิน: จงเลือก... จะปลดปล่อยบันทึกของเธอ หรือถูกกลืนหายไปพร้อมกับความจริงที่ไม่มีใครเคยรับรู้]* ขณะที่ศรัณย์กำลังจะคว้าแฟ้มนั้น ร่างกายของเขาก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากอย่างแรงจากด้านหลัง เงาดำขนาดใหญ่ค่อยๆ คืบคลานออกมาจากความว่างเปล่าหลังห้องผ่าตัด มันไม่ใช่ผี แต่มันคือ 'ความมืด' ที่กัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า และนัยน์ตาสีทองคู่หนึ่งก็ลืมขึ้นท่ามกลางความมืดมิดนั้น... จ้องมองมาที่ศรัณย์ด้วยความกระหาย! นภากระซิบผีหวังว่านักอ่านทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวย่างใหม่ของศรัณย์ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%