ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 18

เสียงสะท้อนจากใจ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"คุณคิดว่าการรื้อถอนตึกเก่าที่มีรอยร้าวระดับวิกฤต มันต่างจากการพยายามซากความรู้สึกที่เราทำลายไปเองกับมือตรงไหนคะ, คุณคินน์" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่บนชั้นสถาปัตยกรรมของบริษัท ไพรม์ เอ็นจิเนียริ่ง บรรยากาศรอบตัวไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานที่สาดส่องลงมากระทบกับโต๊ะกระจกใสเงาวับ ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ พิมพ์รตา đứngนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าผนังกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของเธอในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ดูทรงพลัง เด็ดเดี่ยว และไร้ซึ่งความเปราะบางที่เขาเคยเหยียบย่ำในอดีต คินน์ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเครียด ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งผยองและเย็นชา บัดนี้กลับแดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง เขามองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าพอจะอยู่ในสายตา—ด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกมีดนับพันเล่มกรีดแทะหัวใจ "พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากลำคอแห้งผากของเขา มันแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ปิดไม่มิด "ผม... ขอโทษ" "คำขอโทษเหรอคะ?" พิมพ์รตากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา เธ่อย่างสามขุมเข้าไปใกล้เขา ช้าๆ ทว่ามั่นคง ส้นสูงกระทบกับพื้นกระเบื้องเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งการพิพากษา "คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าคำขอโทษสามพยางค์ไร้ค่าของคุณ จะสามารถซ่อมแซมรอยร้าวในโครงสร้างชีวิตที่พังทลายลงเพราะความหยิ่งยโสของคุณได้?" คินน์กลืนก้อนความขื่นขมลงคอ เขาจำได้ดี... วันที่เธอหอบเอกสารหย่ามาวางตรงหน้าพร้อมกับดวงตาที่แห้งผامةและรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดในโลก วันนั้นเขาเลือกที่จะเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้เยื่อใยโดยไม่แม้แต่จะฟังคำอธิบายใดๆ เพราะความมั่นใจในตรรกะอันโง่เขลาของตัวเอง ว่าเธอคงเป็นฝ่ายผิดพลาดในเกมธุรกิจครั้งนั้น แต่ความจริงอันโหดร้ายเพิ่งกระจ่างชัดเมื่อไม่นานมานี้... ว่าผู้หญิงที่เขาทำร้าย คือคนที่ปกป้องเขาจากเบื้องหลังมาตลอด "ผมรู้ว่าผมมันโง่..." คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความลืมตัว ดวงตาคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มือหนายื่นออกหมายจะแตะลงบนไหล่บอบบาง แต่พิมพ์รตาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา "อย่าแตะต้องฉัน!" เธอตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่สั่งสมมานาน "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว คินน์! คุณจำไม่ได้เหรอคะว่าคุณเป็นคนผลักไสฉันออกไปเอง ในวันที่ฉันต้องการที่พึ่งมากที่สุด... คุณเลือกที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี!" "แต่ผมรักคุณ!" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง คินน์หายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เขายอมจำนนต่อความรู้สึกที่กัดกินวิญญาณตัวเองมาเป็นแรมปี "พิมพ์... ผมรักคุณ ได้ยินไหม? ผมรักคุณมาตลอด แม้กระทั่งในวันที่เราหย่ากัน... ผมแค่... ผมแค่ไม่รู้จะจัดการกับอีโก้บ้าๆ ของตัวเองยังไง" พิมพ์รตาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาและถูกห่อหุ้มด้วยเกราะน้ำแข็งมาเนิ่นนานกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรงต่อคำว่า 'รัก' ที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตคู่ แต่แล้ว... ความทรงจำอันเจ็บปวดและคราบน้ำตาในอดีตก็ไหลย้อนกลับเข้ามาซัดสาดจนสติกลับคืนมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในน้ำเสียง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "ความรักของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลกกับชีวิตที่พังไปแล้วของฉันค่ะ, คุณคินน์" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ อีกต่อไป "คุณเก็บคำว่ารักนั้นไว้ไปบอกตัวเองในกระจกเถอะค่ะ ว่าคุณมันน่าสมเพชแค่ไหนที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก ต้องเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างกายชาดิกเมื่อตระหนักได้ว่า ทุกคำพูดของเธอคือความจริงอันเจ็บปวดที่เขาไม่มีสิทธิ์แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินชายหนุ่มจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงหัวคิกคักสดใสของเด็กน้อยวัยกำลังซนก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูห้องประชุมที่เปิดแง้มไว้ "คุณแม่ขา... น้องไปป์หิวน้ำแล้วครับ ทำไมคุณแม่คุยกับลุงคนนี้นานจังเลยล่ะฮะ" ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่จมูกโด่งรั้นและโครงหน้าด้านข้าง... กลับเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนจนน่าตกใจของวิศวกรหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้า คินน์หันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดตุ๊กตาวิศวกรตัวโปรด ทั่วทั้งร่างของเขาแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลลมหายใจสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า... อายุของเด็กน้อย... และดวงตาคู่นั้น มันตรงกับวันที่พวกเขาแยกทางกันพอดิบพอดี พิมพ์รตาหน้าถอดสี เธอก้าวเข้าไปคว้าตัวเด็กน้อยเข้ามาหลบไว้ข้างหลังทันที พร้อมกับส่งสายตาดุดันและหวาดระแวงไปยังอดีสามี "เด็ก... เด็กคนนี้..." คินน์พึมพำเสียงสั่นพร่า มือหนายกขึ้นชี้ไปที่เด็กชายตัวน้อย ขณะที่หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ "พิมพ์... นี่มันหมายความว่ายังไง? ลูก... ลูกของเราเหรอ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่านี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%