เศรษฐีหน้าใหม่กับเกมมิ่งกิลด์ที่ล่มสลายใน 30 วัน•ตอนที่ 1

มหาเศรษฐีผู้แสวงหาความท้าทาย

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
"ใบประกาศยุบกิลด์... แปะไว้ตรงนี้มาสามวันแล้วสินะครับ" เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในสำนักงานกิลด์ 'ฟีนิกซ์โซล' ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองจนติดอันดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ 'อาเธอร์เลีย' แต่ในเวลานี้ มันกลับเหลือเพียงฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งคว้างในแสงแดดสลัวจากหน้าต่างบานเก่าที่เต็มไปด้วยคราบหยากไย่ ลินิน อดีตหัวหน้ากิลด์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบคมและฝีมือการต่อสู้เป็นเลิศ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังขาดวิ่น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเอกสารสีขาวบนโต๊ะไม้โอ๊กด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความพยายามตลอดสามปี... สหายร่วมรบที่ทยอยกดปุ่มออกจากกิลด์ทีละคน... และเงินทุนสำรองก้อนสุดท้ายที่ละลายหายไปกับค่าบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์กิลด์รายเดือน ทั้งหมดพังทลายลงด้วยคำว่า 'ความจน' ในโลกเสมือนจริง ความเก่งกาจในเกมไม่เคยช่วยให้อิ่มท้องหรือจ่ายค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ได้ นี่คือสัจธรรมที่เธอเพิ่งตระหนักรู้ในวันที่สายเกินไป ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายภวังค์ความคิดของหญิงสาว ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ในยามที่กิลด์กำลังจะล่มสลายและถูกตราหน้าว่าเป็น 'กิลด์ขอทาน' เช่นนี้ จะมีใครหน้าไหนเสียเวลามาเคาะประตูห้องเธอกันอีก "เชิญครับ..." เธอเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงแหบพร่า บานประตูไม้สักเก่าถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดี ท่าทางนิ่งAขรึมแต่ทว่าแฝงไปด้วยความมั่นใจในทุกย่างก้าว ใบหน้าคมคายรับกับดวงตาคมกริบที่กวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินมูลค่าทุกตารางนิ้ว คินน์... ชายหนุ่มผู้เพิ่งก้าวขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ระดับพันล้านในโลกความเป็นจริง หลังจากการปิดดีลธุรกิจพลังงานสะอาดครั้งประวัติศาสตร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ในสายตาของเขาเวลานี้ เกม 'อาเธอร์เลีย' หาใช่เพียงความบันเทิงฆ่าเวลา หากแต่มันคือสนามรบแห่งใหม่ที่เขาต้องการพิสูจน์สัจธรรมที่ว่า... *เงินสามารถซื้อได้ทุกสิ่ง แม้กระทั่งปาฏิหาริย์* "คุณคือหัวหน้ากิลด์ฟีนิกซ์โซล... ลินิน ใช่ไหมครับ?" คินน์เอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่มั่นคงก้องกังวานไปทั่วห้อง ลินินลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ เธอมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง แม้ชุดสูทราคาแพงจะบอกชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนยากไร้ แต่คนระดับนี้มักไม่ชายตาแลกิลด์ใกล้ตายเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่า... จะมาซ้ำเติม "ใช่ค่ะ... เอ่อ ใช่ครับ ฉันเอง" ลินินเกือบหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นการแต่งกายและรัศมีที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา เธอจึงรีบปรับคำพูดให้เป็นทางการ "คุณเป็นใคร และมีธุระอะไรกับกิลด์ที่กำลังจะปิดตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้?" คินน์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชำเลืองมองใบประกาศยุบกิลด์ที่วางอยู่ ก่อนจะริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของหญิงสาว "ผมชื่อคินน์ครับ... และผมสนใจที่จะซื้อกิลด์นี้" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางวันแสกๆ ลินินเบิกตากว้าง อะדרค้างไปชั่วขณะ สมองของเธอประมวลผลไม่ทัน ซื้อกิลด์ใกล้เจ๊งเนี่ยนะ? ชายคนนี้สติยังดีอยู่หรือเปล่า? "คุณพูดเล่นอะไรของคุณ?" ลินินเค้นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "คุณก็เห็นใบประกาศนั่นไม่ใช่หรือไง? ฟีนิกซ์โซลมีหนี้สินค้างชำระระบบกว่าห้าล้านเหรียญทองในเกม แถมสมาชิกกิลด์ยังเหลือแค่ฉันคนเดียว... คุณจะซื้อกิลด์ที่ไม่มีอะไรเลยเนี่ยนะ เพื่ออะไร?" "เพื่อความสนุก... และเพื่อความท้าทายครับ" คินน์ตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ "ผมไม่ชอบเริ่มต้นจากศูนย์ ผมชอบเริ่มต้นจาก 'ติดลบ' แล้วใช้เงินฟาดหัวปัญหาให้มันกลับมาอยู่เหนือจุดสูงสุดต่างหาก มันสะใจกว่ากันเยอะ" คำพูดที่ดูเย่อหยิ่งแต่กลับจริงใจอย่างประหลาดทำให้ลินินนิ่งงัน เธอกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกสองจิตสองใจตีรวนอยู่ในอก ด้านหนึ่งคือศักดิ์ศรีที่ร่ำร้องว่าไม่ควรขายวิญญาณให้คนรวยที่มองเกมเป็นแค่ของเล่น แต่อีกด้านหนึ่ง... สำนึกในฐานะคนที่รักกิลด์นี้ยิ่งกว่าสิ่งใดกำลังบอกว่า นี่คือโอกาสเดียวที่จะรักษาบ้านหลังนี้ไว้ได้ "คุณรู้ไหมว่าการจะกู้วิกฤตินี้ มันต้องใช้เงินมหาศาลแค่ไหน?" ลินินถามเสียงเครียด พยายามเตือนสติชายหนุ่ม "ต่อให้คุณรวยมาจากไหน แต่ถ้าบริหารไม่เป็น เงินกองเท่าภูเขาก็ละลายหายไปได้ภายในพริบตา... ความเก่งในเกมมันซื้อกันไม่ได้หรอกนะคุณคินน์" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ กับคำพูดที่เต็มไปด้วยทิฐิของหญิงสาว เขาชอบความดื้อรั้นนี้ มันช่างน่าค้นหาและท้าทายเสียจริง "ความเก่งซื้อไม่ได้... แต่ผมซื้อ 'คุณ' และ 'เวลา' ของทุกคนได้ไม่ใช่หรือครับ?" คินน์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนได้กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพง "เอาล่ะ ลินิน... มาทำสัญญากันเถอะครับ" พูดจบ คินน์ก็ควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองอร่ามที่ปราศจากลวดลายใดๆ นอกจากชิปอัจฉริยะออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท มันคือ 'แบล็กการ์ดไทเทเนียม' วงเงินไม่จำกัดที่ออกให้เฉพาะมหาเศรษฐีระดับท็อปของโลกเท่านั้น เขาวางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ "นี่คือข้อเสนอของผม... สองร้อยล้านบาทเพื่อซื้อกิจการกิลด์ทั้งหมด เคลียร์หนี้สินให้เกลี้ยงภายในห้าวินาที และเงินเดือนล่วงหน้าอีกสิบล้านสำหรับตำแหน่ง 'รองหัวหน้ากิลด์' ของคุณ" คินน์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมประกายแสงวาบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ว่ายังไงครับ คุณจะยอมร่วมมือกับเศรษฐีหน้าใหม่คนนี้ เพื่อตบหน้าพวกที่เคยดูถูกพวกเรา หรือจะปล่อยให้กิลด์นี้ตายไปพร้อมกับความภาคภูมิใจจอมปลอมกันแน่?" ลินินมองบัตรสีดำสนิทตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มท้าทาย หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก สัญชาตญาณกรีดร้องว่านี่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเล่นเกมของเธอ นิ้วเรียวยาวของคินน์เลื่อนไปแตะที่เครื่องอ่านบัตรไร้สายพกพาที่เชื่อมต่อกับระบบเกมโดยตรง ดวงตาสีเข้มมองตรงมาที่เธอราวกับจะสะกดให้เธอยอมจำนน "สาม... สอง..." เสียงทุ้มนับถอยหลังอย่างใจเย็น ขณะที่นิ้วเรียวเตรียมจะกดอนุมัติการทำธุรกรรมระดับโลกที่สั่นสะเทือนไปทั้งเซิร์ฟเวอร์ ทันใดนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมระบบเกมที่ติดตั้งไว้มุมห้องก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนเตือนภัยสีแดงฉานที่ดังลั่นห้อง— *[แจ้งเตือนระบบ: กิลด์ 'ดราก้อนฟิวรี่' นำโดย เซน กำลังเคลื่อนพล 500 คน มุ่งหน้ามายังพื้นที่สำนักงานกิลด์ฟีนิกซ์โซล เพื่อทำการยึดครองพื้นที่ขั้นเด็ดขาดในอีก 3 นาทีข้างหน้า!]* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกิลด์มาสเตอร์เอสคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีหน้าใหม่กับเกมมิ่งกิลด์ที่ล่มสลายใน 30 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%