“อย่าเพิ่งขยับค่ะ ดีไซเนอร์ริน... รอยเปื้อนตรงปกเสื้อของคุณ มันฟ้องชัดเจนเลยนะคะว่าคุณไม่ได้ระวังตัวเอาเสียเลย”
ปลายนิ้วหนาสัมผัสลงบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านของรินรดาอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกาวอีพ็อกซี่และฝุ่นปูนบางเบา ลอยอวลอยู่ปลายจมูกจนคนตัวเล็กต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ รินรดาเบี่ยงตัวหนIทันที ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี นัยน์ตากลมโตที่เคยซ่อนความตกใจไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา บัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด
“ถอนมือออกไปเลยนะคะ คุณพายัพ! แล้วก็เลิกทำตัวรุ่มร่ามกับฉันเสียที เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะ!”
พายัพหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความกวนประสาทปรากฏขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมกริบทอดมองท่าทีพยศของคนตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่ ทั้งที่ตัวสั่นเทาด้วยความเคืองโกรธ เขายังคงยืนขวางทางออกเดียวของห้องสตูดิโอแฟชั่นเอาไว้ ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วน ช่างตัดกับความเนี้ยบกริบของดีไซเนอร์สาวประเภทที่ว่าเข็มขัดต้องตรงกับสีรองเท้าเสียจริง
บนโต๊ะทำงานตัวยาวของรินรดา เอกสารพรีเซนต์โปรเจกต์จบการศึกษากระจัดกระจายเล็กน้อยจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ คราบสีอะคริลิกสีน้ำเงินเข้มที่กระเด็นมาจากงานเพนต์เสื้อผ้าของเธอกลายเป็นประเด็นที่วิศวกรหนุ่มจงใจหยิบยกมาแซو
“ไม่สนิทก็ทำให้สนิทได้นี่คะ... อีกอย่าง งานโครงสร้างแฟชั่นโชว์มหาลัยปีนี้ คณะเราต้องจับคู่กันนะรินรดา คุณจำกฎของคณะไม่ได้หรือไง” พายัพเอ่ยเสียง ราบเรียบ แต่แฝงแววตาท้าทายที่ทำเอารินรดากำหมัดแน่น
“จำได้ค่ะ! และฉันก็จัดตารางเวลาทุกอย่างไว้เป๊ะหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างให้คนชอบแหกกฎอย่างคุณมาป่วนหรอกนะคะ”
รินรดาคว้าแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมากดเปิดหน้าจออย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอตารางเวลาที่ถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบแบบนาทีต่อนาที ไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน เธอหันหน้าจอเข้าหาหน้าอกแกร่งของอีกฝ่ายเพื่อตอกหน้าให้หงายเงิบ
“นี่ค่ะ ตารางงานของฉัน... วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาแปดโมงเช้าถึงสิบโมงตรงคือเวลาตรวจแบบแปลนโครงสร้าง ห้ามเลท ห้ามคุยเรื่องนอกงาน และที่สำคัญที่สุด...” เธอยกนิ้วชี้ขึ้นขู่ “ห้ามแตะต้องตัวฉันเกินความจำเป็นค่ะ!”
พายัพก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอ ดวงตาคมกวาดสายตาอ่านข้อความยิบย่อยนับสิบข้อที่รินรดาร่างขึ้นมาด้วยความพิถีพิถัน เขาสEพยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้มเนียนจนคนตัวเล็กใจกระตุกวูบ
“กฎเหล็กสิบข้อ... โห ชีวิตคุณนี่น่าเบื่อเป็นบ้าเลยนะคะ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบข้างใบหู “แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่คิดจะทำตามสักข้อเดียวล่ะ คุณจะทำยังไง”
“คุณพายัพ!” รินรดาตวาดแว้ด ดวงตาสั่นระริกด้วยความเหลืออด “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ! งานนี้คืออนาคตของฉัน ถ้าคุณยังทำตัวไร้ระเบียบแบบนี้ ฉันจะไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนพาร์ርเนอร์กับอาจารย์เดี๋ยวนี้แหละค่ะ!”
คำขู่ของเธอไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย พายัพกลับหัวเราะร่ออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ
“ไปฟ้องอาจารย์เลยค่ะ เชิญตามสบาย... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า รายชื่อคู่โปรเจกต์น่ะ ล็อกเอาไว้ตั้งแต่วันจับฉลากแล้ว และระบบมันก็ฟ้องอยู่ว่า ‘พายัพ’ คนนี้ คือวิศวกรเพียงคนเดียวในคณะที่คำนวณน้ำหนักชุดเหล็กสิบกิโลกรัมของคุณไม่ให้หล่นมาทับขาหักคาแคטวอล์กได้”
รินรดาชะงัก คำพูดของเขาจี้ใจดำเธอเข้าอย่างจัง ชุดฟินนาเล่ในคอลเลกชันจบการศึกษาของเธอทำจากโครงสร้างลวดเหล็กดัดผสมผ้าไหมแก้วน้ำหนักมาก ซึ่งเธอไม่มีความรู้เรื่องวิศวกรรมโครงสร้างพอที่จะทำให้มันตั้งตระหง่านบนรันเวย์ได้โดยไม่พับ
เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ รู้สึกพ่ายแพ้ให้กับความจริงที่เถียงไม่ออก
“งั้นก็... อยู่ในขอบเขตของงานก็พอค่ะ” รินรดาปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิทและเป็นทางการที่สุด เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกคืนความมั่นใจ “พรุ่งนี้แปดโมงตรง หน้าตึกสถาปัตย์ ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ”
พายัพเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
“แปดโมงเช้ามันเช้าไปสำหรับวิศวกรสายปาร์ตี้อย่างฉันค่ะ... เปลี่ยนเป็นเที่ยงตรง ที่โรงอาหารคณะวิศวะฯ ดีกว่า พร้อมกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เผื่อเราจะได้ ‘ดีไซน์’ ความสัมพันธ์ให้มันกลมกลืนขึ้น”
“ไม่ค่ะ! ฉันไม่ไปกินข้าวกับคุณแน่—”
“ถ้าคุณไม่มา... พรุ่งนี้ฉันอาจจะคำนวณโครงสร้างชุดเหล็กของคุณผิดพลาด จนมันกลายเป็นกรงขังดีไซเนอร์สาวสุดเนี๊ยบแทนที่จะเป็นชุดแฟชั่นโชว์ก็ได้นะคะ” เขาเอ่ยหน้าตาเฉย ทว่าน้ำเสียงจริงจังจนรินรดาถึงกับอ้าปากค้าง
“คุณ... คุณมันคนเผด็จการที่สุด!”
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ดีไซเนอร์ริน” พายัพยัก
ไหล่กวนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังให้ เปล่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคออย่างอารมณ์ดีขณะก้าวออกจากสตูดิโอ ทิ้งให้รินรดายืนกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธออยากจะกรีดร้องใส่หน้าคนกวนประสาทคนนี้นัก ถ้าไม่ติดว่าอนาคตของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้ายความรับผิดชอบของเขาละก็ พายัพคงโดนเธอกรร위กใส่จนหัวขาดไปแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันถัดมา ณ ห้องสมุดรวมใจกลางมหาวิทยาลัย สถานที่ที่รินรดามั่นใจนักหนาว่าเป็นเขตปลอดเสียงและความวุ่นวาย เหมาะกับการนั่งเคลียร์สเก็ตช์แบบชุด
รินรดากำลังก้มหน้าก้มตาลงสีชุดราตรีผ้าซาตินสีมรกตอย่างใจจดใจจ่อ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเก็บเป็นมวยเรียบร้อยไร้ที่ติ แว่นสายตากรอบบางสะท้อนแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ บรรยากาศรอบตัวสงบเงียบจนกระทั่งมีเงาร่างสูงโปร่งมาทาบทับลงบนโต๊ะทำงานของเธอ
“แอบมาหลบมุมอยู่ตรงนี้นี่เอง... หาตั้งนานค่ะ ดีไซเนอร์”
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นทำเอารินรดาผงะ เธเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ พายัพยืนค้ำโต๊ะอ่านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม ในมือถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้ว สายตาพราวระยับมองผลงานบนโต๊ะของเธอ
“คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไงคะ! ที่นี่ห้ามส่งเสียงดังนะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่—”
“ก็ตามกลิ่นความเนี๊ยบของคุณมาสิคะ” พายัพถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รออนุญาต เขาวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเธอ แก้วหนึ่งเป็นโกโก้เย็นหวานน้อย ซึ่งเป็นรสชาติโปรดที่รินรดาไม่เคยบอกใคร แต่วิศวกรหนุ่มกลับรู้ดี “เอ้า... ชดเชยที่เมื่อวานคุณไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงกับฉัน”
รินรดามองแก้วโกโก้สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มกวนๆ มาให้ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เธอรีบดึงหน้ากลับมาเป็นโหมดเคร่งขรึมทันที
“ฉันไม่ดื่มของหวานจากคนแปลกหน้าค่ะ และที่สำคัญ เราตกลงกันแล้วนะคะว่าเวลางานจะไม่คุยเรื่องส่วนตัว”
พายัพถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะดึงสติเธอให้หลุดลอย
“รินรดาคะ... เลิกทำตัวเป็นหุ่นยนต์ตั้งโปรแกรมสักทีได้ไหม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “บางครั้ง... กฎที่คุณตั้งขึ้นมา มันก็มีไว้เพื่อแหกไม่ใช่หรือไงคะ”
รินรดาอ้าปากจะเถียง แต่ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแอะ จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงทุ้มของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังชั้นหนังสือ
“รินรดา... อยู่นี่เองเหรอ ฉันเอาเอกสารเบิกงบมาให้— อ้าว พายัพ นายมาทำอะไรตรงนี้”
คินน์ เพื่อนสนิทของรินรดาที่แอบชอบเธอมานานเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะ ดวงตาคมกวาดมองพายัพที่นั่งประชิดตัวรินรดาด้วยสายตาดاษดื่นไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด บรรยากาศรอบตัวในมุมห้องสมุดพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น
รินรดาสบโอกาสรีบดันอกพายัพให้ออกห่างอย่างแรง แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อปรับสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติ ทว่าพายัพกลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือน เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ส่งยิ้มมุมปากท้าทายให้คินน์ที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความหึงหวง
รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าพายายุคนี้กำลังเล่นเกมที่อันตราย และเกมนี้... กำลังจะลุกลามจนเกินกว่าที่เธอจะควบคุมได้เสียแล้ว
เกียร์เปื้อนกาวใจขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของยัยน้องกับพ่อวิศวกรสายปั่นนะคะ!
ดีไซน์เนอร์สุดเนี๊ยบขอเรียบกับวิศวะสายปั่น•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนเนี๊ยบ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดเนี๊ยบขอเรียบกับวิศวะสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
