กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษสาเคลือบสารเคมีราคาแพงลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องประชุมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่กลิ่นอายเหล่านั้น หากแต่เป็นรอยเปื้อนสีเทาอมม่วงขนาดเท่าเหรียญบาทที่ประทับเด่นหรี่อยู่บนปกแฟ้มผลงานออกแบบคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงของรินรดา
"คุณทำบ้าอะไรลงไปคะ!"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนตวัดขึ้นทันทีที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองความเสียหายบนงานศิลป์ที่เธอใช้เวลาอดหลับอดนอนปั่นมันติดต่อกันสามคืนสามวัน รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรียวคิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม มือบางกำด้ามปากกาในมือแน่นจนข้อต่อปล้อนขาวโพลน
ร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย พายัพค่อย ๆ ยกแก้วพลาสติกบรรจุชาไทยสีส้มอิฐขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมช้อนมองเจ้าของเสียงแว้ด ๆ ด้วยแววตาระรื่นชวนประสาทกิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทที่ส่งตรงมาจากนรกวิศวะ
"อุ๊ย มือลื่นน่ะครับ... เอ้ย มือลื่นค่ะ คุณดีไซเนอร์คนสวย" พายัพจงใจเปลี่ยนสรรพนามกลางคันเมื่อเห็นคิ้วเรียวขมวดหนักกว่าเดิม "พอดีผมเพิ่งออกจากช็อป ภาควิชาเราใช้กาวอีพ็อกซี่ผสมสีฝุ่นทำงานโครงสร้าง ล้างยังไงก็ไม่ออกหรอกครับ ทำใจเถอะ"
"นี่คุณ! ตาบอดหรือว่าสมองมีปัญหาคะ ถึงได้แยกไม่ออกว่าโต๊ะนี้มีไว้ประชุมโปรเจกต์สหวิชาการ ไม่ใช่พื้นที่เอาขยะเคมีมาวางเรี่ยราด!" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะยาวตัวกลาง ร่างระหงสั่นเทาด้วยความโกรธ เธอมองไอ้ผู้ชายเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีคราบกาวเปรอะเปื้อนสมชื่อนามปากกาของฉันไม่มีผิด—เกียร์เปื้อนกาวใจอะไรนั่นคงเป็นฉายาความซกมกของคณะนี้สินะ
พายัพหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความยวนกวนจนน่าหมั่นไส้ เขาวางแก้วชาไทยลงกระแทกกับโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานหนักลอยแตะจมูก แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นที่ชวนสะกิดใจในทางลบ... มันคือกลิ่นของความอันตรายชัด ๆ
"ถ้าสมองผมมีปัญหา คุณคงไม่ถูกท่านคณบดีจับมาเข้าคู่ทำโปรเจกต์ 'โครงสร้างแฟชั่นบูรณาการ' กับเด็กวิศวะโยธาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างผมหรอกนะครับ รินรดา" พายัพจงใจเน้นชื่อเธอทีละพยางค์ น้ำเสียงทุ้มพร่าใกล้ชิดเกินความจำเป็น "อีกอย่าง... งานของคุณน่ะ มันแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เดินได้ ถ้าไม่ได้คราบกาวของผมช่วยแต้มสีสัน ป่านนี้กรรมการคงให้ตกตั้งแต่รอบพรีเซนต์แรกแล้วมั้งครับ"
"ปากเสีย!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มวาวโรจน์ด้วยความเจ็บใจ "งานของฉันผ่านเวทีประกวดระดับประเทศมาแล้วสามปีซ้อน อย่าเอามาตรฐานวิศวกรสมองกลวงอย่างคุณมาวัดรสนิยมของฉันค่ะ!"
"อ้าว ๆ ปากเก่งแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักคนสมองกลวงคนนี้ตอนทำโปรเจกต์ไม่รู้ตัวนะครับ" พายัพยักไหล่กวน ๆ พร้อมกับหยิบกระดาษทิชชูเปียกขึ้นมาเช็ดโต๊ะหน้าตาเฉย ราวกับสิ่งที่เขาทำลายไปเมื่อครู่เป็นเพียงแค่เศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ
เหตุการณ์ตึงเครียดในห้องประชุมถูกจุดชนวนขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามา อาจารย์ประจำวิชาเล่นตลกอะไรถึงได้จับขั้วตรงข้ามอย่างเธอ—ดีไซเนอร์สาวผู้รักความสมบูรณ์แบบและเกลียดความสกปรกเข้าไส้—มาแต่งงานทางวิชาการร่วมกับนายวิศวะปากร้ายจอมกวนประสาทคนนี้
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอนั่งลงที่เดิม ยืดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยมาลาดุจพญาเทครัว แม้ในใจจะอยากหยิบกรรไกรตัดผ้ามาจิ้มคอหอยอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดก็ตาม
"เรามีเวลาแค่สองเดือนในการสร้างโครงสร้างรันเวย์ที่ต้องรับน้ำหนักชุดผ้าไหมแก้วแปดสิบกิโลกรัมของคุณให้ได้ และบอกไว้ก่อนนะพายัพ... ถ้าโครงสร้างของคุณพังลงมากลางงาน ฉันจะเอาเหล็กเส้นพวกนั้นไปฟาดหัวคุณคนแรกแน่"
พายัพเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธอย่างพินิจพิเคราะห์ เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูจนรินรดาขนลุกซ่า
"รับรองว่าแข็งแรงพอที่คุณจะกระโดดทับได้ทั้งตัวเลยครับ... คุณดีไซเนอร์"
บรรยากาศในห้องประชุมกำลังคุคุกด้วยสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบอีกชุดใหญ่ ทว่าเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสะอาดตา
"รินครับ ประชุมเสร็จหรือยัง พอดีผมซื้อเค้กสตรอว์เบอร์รีร้านโปรดมาฝาก..."
เสียงนุ่มทفของคินน์ เพื่อนสนิทหนุ่มหล่อที่แอบตามรินรดามาตาน้ำตานั่นเองที่หยุดสงครามย่อย ๆ ลงได้ชั่วขณะ ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะหันไปยิ้มรับ พายัพที่นั่งเงียบมานานก็แค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าคินน์ด้วยรังสีอำมหิตที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
"แฟนเหรอครับ?" พายัพถามเสียงห้วนจัด สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูนโดยที่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิดกับผู้ชายหน้าหวานคนนี้ขึ้นมาตงิด ๆ
"ไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ!" รินรดาแหวใส่ทันควันพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินหนี
แต่ก่อนที่รินรดาจะเดินผ่านเก้าอี้ของพายัพ มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการทำงานช่างก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของวิศวกรหนุ่มอย่างจัง กลิ่นกายสะอาดเจือความดิบเถื่อนปะทะเข้ากับปลายจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ
พายัพก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัวในระยะประชิด
"อย่าเพิ่งไป... ยังเคลียร์เรื่อง 'รอยเปื้อน' บนโต๊ะกับบนตัวคุณไม่เสร็จเลยครับ ดีไซเนอร์"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความปั่นของนายวิศวะคนนี้นะคะ!
ดีไซน์เนอร์สุดเนี๊ยบขอเรียบกับวิศวะสายปั่น•ตอนที่ 1
เมื่อความเป๊ะมาเจอกับความปั่น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดเนี๊ยบขอเรียบกับวิศวะสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
