“บอกฉัน... รินรดา ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร!”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยคุ้นเคยดังกรีดแทงบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก กาย ธนวินท์ ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงระคนความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ร่างสูงใหญ่ที่เคยผลักไสเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับยืนขวางทางเดินของเธอไว้ด้วยสายตาที่ราวกับจะแผดเผาให้เป็นจุล
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก แต่มันไม่ได้ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไป ความเจ็บปวดนับร้อยนับพันที่เขาเคยฝากไว้ หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนใหม่—ผู้หญิงที่ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และจะไม่ยอมก้มหัวให้ความไร้เหตุผลของใครหน้าไหนทั้งสิ้น
นิ้วเรียวสวยภายใต้แหวนเพชรดีไซน์เก๋ไก๋กระชับสายกระเป๋าหนังราคาแพงในมือมั่น เธอก้มลงมองเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักที่กำลังเกาะขาเธอแน่น ดวงตากลมโตใสแป๋วและแพขนตางอนยาวราวกับถอดแบบมาจากใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ช่างเป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้เสียจริงๆ แต่แล้วอย่างไรล่ะ ในเมื่อสิทธิ์ขาดในตัวเด็กคนนี้ เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจค่ะ คุณธนวินท์” รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเยືือกเย็นและห่างเหินอย่างชัดเจน
กายขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน สายตาคมกวาดมองเด็กน้อยสลับกับใบหน้าของอดีภรรยาที่ดูสวยสง่าและแพรวพราวขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หล่อนไม่ใช่รินรดาคนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและรอคอยความสนใจจากเขาในอดีตอีกแล้ว เธอในตอนนี้คือ ‘ริน’ ดีไซเนอร์จิวเวลรี่มือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงแฟชั่น ผู้หญิงที่เดินเข้ามาในงานนิทรรศการอัญมณีระดับประเทศด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และเกือบจะเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ... ถ้าหากว่าเขาไม่สังเกตเห็นเด็กผู้ชายคนนี้เสียก่อน
“เด็กคนนี้... อายุเท่าไหร่” กายเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาจับจ้องไปที่เด็กน้อยที่กำลังซุกหน้าลงกับข้อพับขาของมารดาอย่างหวาดระแวง
“สามขวบค่ะ” เสียงหวานตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ไร้ซึ่งความลังเลหรือพิรุธใดๆ “และฉันคิดว่าเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่มีความจำเป็นต้องมารายงานให้อดีตสามีที่หย่าขาดกันไปแล้วได้รับรู้หรอกนะคะ”
คำว่า ‘อดีตสามีที่หย่าขาด’ บาดลึกเข้าโสตประสาทของชายหนุ่มราวกับคมมีด กายรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตย้อนกลับมาทับซ้อน—วันที่เธอยื่นใบหย่าให้พร้อมกับแววตาที่ตายด้าน วันที่เขาใจร้ายและโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็นคุณค่าของผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจ และสามปีที่ผ่านมา... เขาก็ต้องชดใช้ความผิดพลาดนั้นด้วยความโดดเดี่ยวและความว่างเปล่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ไม่มีแม้แต่เงาของเธอคอยต้อนรับ
แต่สิ่งที่เขากำลังเห็นในตอนนี้มันรุนแรงเกินกว่าจะปล่อยผ่าน เด็กผู้ชายที่มีดวงตาเรียวรี จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึกแบบเดียวกันกับเขาพิมพ์เป๊ะ เด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว!
“ริน... เธอซ่อนเขาไว้จากฉันอย่างนั้นเหรอ” กายก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่สนสายตาของผู้คนที่เริ่มหันมามอง เขายื่นมือหมายจะคว้าแขนเรียว แต่รินรดากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาดุและเตือนภัยออกไปอย่างชัดเจน
“ถอยไปค่ะ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” เธอกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก “แล้วก็กรุณาใช้สมองคิดดูให้ดีนะคะว่า สิทธิ์ในการซ่อนตัวหรือปกป้องลูก มันควรจะเป็นของใคร ในเมื่อคนที่เอ่ยปากไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย... คือคุณ”
คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง กายหน้าชาดล ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาอยากจะแก้ตัว อยากจะเอ่ยคำขอโทษที่ค้างคามานานแสนนาน แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคออยู่ทำให้คำพูดเหล่านั้นติดอยู่แค่ลำคอ
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังคุกรุ่นและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ เด็กชายตัวน้อยที่เงียบมานานก็ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของรินรดา ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจชายแปลกหน้าชุดสูทเนี้ยบที่กำลังทำหน้าตาน่ากลัวใส่คุณแม่ของตน ก่อนที่ริมฝีปากเล็กๆ จะขยับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาหัวใจแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มถึงกับกระตุกวูบ
“คุณลุงขา... หน้าตาบึ้งจังเลย แม่บอกว่าคนหน้าบึ้งแก่เร็วนะคะ”
เสียงเล็กๆ นั้นทรงพลังยิ่งกว่าหมัดหนักๆ เสียอีก กายชะงักง้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินเสียงของเด็กน้อยชัดๆ น้ำเสียง จังหวะจะโคน และความกล้าหาญที่แสดงออกมาทางแววตานั้น... มันถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดาก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างปกป้อง มือเรียบลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเด็กชายเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะและความเยียบเย็น
“ได้เวลาที่ฉันกับลูกต้องกลับแล้วค่ะ หวังว่าเราคงไม่ต้องบังเอิญมาเจอกันอีกนะคะ... คุณธนวินท์”
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้กายยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยภาพของอดีตและอนาคตที่เพิ่งเดินผ่านเขาไปเมื่อครู่
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังก้าวเท้าเดินพ้นพ้นเขตประตูจัดแสดงงานอัญมณี ส้นสูงสีนู้ดของเธอก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อมีร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้ พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์
“รินครับ กลับกันเลยไหม ผมสั่งคนเตรียมรถไว้แล้ว... เอ๊ะ น้องกวินง่วงนอนหรือยังครับเนี่ย?”
เสียงทุ้มและอ่อนโยนของ ‘ภาคิน’ นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของกาย และเป็นชายหนุ่มผู้เข้ามาเติมเต็มความอบอุ่นในชีวิตของรินรดาตลอดสองปีที่ผ่านมา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
กายที่เดินตามหลังมาเพื่อจะรั้งตัวอดีตภรรยาไว้ ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าคือรินรดาส่งยิ้มหวานละมุนให้กับภาคิน—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และมือหนาของภาคินที่ยื่นไปลูบหัวลูกชายของเขาอย่างสนิทสนม ราวกับคนทั้งสามเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ!
ดวงตาคมกริบของกายวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
ลูกของเขากำลังจะถูกผู้ชายคนอื่นแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา... และภรรยาเก่าที่เขาเคยทอดทิ้ง บัดนี้กำลังเดินควงแขนอยู่กับศัตรูหัวใจที่อันตรายที่สุดของเขาเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
* * * * *
**"ลูกกวาดสีรุ้ง"**
ขอโทษที...พื้นที่หัวใจฉันยกเลิกการจองไปแล้ว•ตอนที่ 2
สามปีที่ผ่านไป
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พื้นที่หัวใจฉันยกเลิกการจองไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
