เศษไม้ของคานหลังคาโรงเตี๊ยมที่ถูกพลังกระบี่เฉือนขาดปลิวว่อนคละคลุ้งไปทั่วราตรี ท่ามกลางละอองฝุ่นสีขาวที่ตลบอบอวล เงาร่างนับสิบในชุดดำสนิทปักลวดลายอสูรโลหิตต่างพุ่งทะยานลงมาจากมุมมืดรอบทิศทาง คมมีดและกระบี่อาบยาพิษนับร้อยเล่มทอประกายวาววับสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งตรงมายังจุดที่ไป๋อวิ๋นเฟยยืนหยัดอยู่อย่างพร้อมเพรียง ไอร้อนจากจิตสังหารแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงรากับตกอยู่ในห้วงนรกภูมิ
"สำนักมารมารล้างผลาญ... ฝีมือพวกเจ้าตกต่ำลงจนต้องใช้หมาหมู่รุมทึ้งเหยื่อในที่ลับตาคนเช่นนี้เชียวหรือ?"
ไป๋อวิ๋นเฟยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเย้ยหยัน แม้รอบกายจะถูกรายล้อมด้วยยอดฝีมือระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสูงสุด แต่เขากลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มือขวาประสานเข้ากับด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง ท่วงท่าสง่างามดั่งพญาอินทรีผยองฟ้า
"ไป๋อวิ๋นเฟย! วันนี้คือวันตายของเจ้า จงส่งคัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์มาเสีย มิฉะนั้นร่างของเจ้าจะมิเหลือแม้แต่ชิ้นเดียวให้สุนัขแทะ!" หัวหน้านักฆ่าคนหนึ่งแผดเสียงคำรามลั่น ประกายแสงสีแดงฉานระเบิดออกจากร่างจนเกิดเป็นคลื่นพลังกระแทกพื้นไม้จนแตกละเอียดเป็นจุล
ฉับพลันนั้นเอง อุณหภูมิรอบกายก็พลันลดฮวบลงอย่างเฉียบพลัน เกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าครามโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าราวกับหิมะกลางฤดูร้อน เงาร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวออกมาจากความว่างเปล่า มู่หรงชิงหลันยืนสงบนิ่งอยู่บนขอบหน้าต่างที่พังทลาย มือเรียวดุจหยกขาวร่ายรำกระบี่น้ำแข็งในมือวาดเป็นค่ายกลดารา ปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่ของเหล่านักฆ่าทั้งหมดไว้ในชั่วพริบตา
"หนวกหูยิ่งนัก... คนกลุ่มนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองดีกว่า หรือว่าฝีมือของเจ้ามันขึ้นสนิมไปเสียแล้ว หรืองัวเงียจนชักกระบี่ไม่ออกกันแน่?" มู่หรงชิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับเหลือบมองชายหนุ่มด้วยหางตาอย่างมีความหมาย
ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะร่อ "แม่นางมู่... วาจาเจ้ายังคงคมกริบไม่แพ้กระบี่น้ำแข็งในมือเลยนะ ระวังเถอะ หากเจ้าออกตัวแรงเกินไป ข้าจะไม่มีโอกาสได้โชว์ฝีมือให้เจ้าประทับใจเสียเปล่าๆ"
"ไร้สาระ!" มู่หรงชิงหลันสะบัดข้อมือเบาๆ ค่ายกลน้ำแข็งระเบิดเสียงดังสนั่น แช่แข็งขาทั้งสองข้างของนักฆ่าแถวหน้าจนขยับเขยื้อนไม่ได้ในทันที
ทว่าเหล่านักฆ่าจากสำนักมารมารล้างผลาญหาใช่คนไร้ฝีมือ พวกมันแผดเสียงคำรามพร้อมกัน รีบโคจรพลังปราณมารระเบิดน้ำแข็งออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ คมกระบี่สีโลหิตหวีดหวิวตัดผ่านอากาศพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของไป๋อวิ๋นเฟยในเสี้ยววินาทีที่ช่องว่างเปิดออก
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดนิ่ง...
ไป๋อวิ๋นเฟยหุบยิ้มกวนประสาทลงในพริบตา แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งลับจนกล้าแกร่ง พลังปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากจุดตันเถียนแผ่ขยายออกรอบกายจนเกิดเสียงลมปราณคำรามกึกก้องดั่งอัสนีบาต
*ชิ้ง!*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังประสานกันกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของพญามารที่ต้องมนต์สะกด แสงกระบี่สีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านความมืดมิด ตัดผ่านเงาร่างของนักฆ่าแถวหน้าผู้หนึ่งในแนวนอนอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างนั้นชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะแยกออกเป็นสองส่วนและสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีทองท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของสหายร่วมสำนัก
"นี่คือ... วิถีกระบี่อะไรกัน!" หัวหน้านักฆ่าหน้าซีดเผือด ความหวาดกลัวพุ่งทะลุขั้วหัวใจเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับฟ้าดินที่ถาโถมเข้ามา
"วิถีกระบี่ที่ไร้ผู้ต่อต้าน... และพวกเจ้า ก็มิคู่ควรแม้แต่จะเป็นหินลับกระบี่ของข้า!"
ไป๋อวิ๋นเฟยสะบัดข้อมือวาดกระบี่เป็นวงโค้งกลางอากาศ ปรากฏภาพเงากระบี่นับพันเล่มพรั่งพรูออกมาราวกับห่าฝนอัสนี พุ่งทะยานเข้าประหัตประหารเหล่านักฆ่ามารล้างผลาญอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมทั่วราตรี เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผนังไม้ของโรงเตี๊ยมจนกลายเป็นสีชาด ภายในเวลาเพียงไม่ถึงลมหายใจ เหล่านักฆ่ายอดฝีมือร่วมสิบชีวิตต่างล้มฟุบลงจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ เหลือเพียงหัวหน้านักฆ่าที่คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันอันมหาศาล
มู่หรงชิงหลันเก็บกระบี่น้ำแข็งเข้าฝักอย่างสง่างาม นางก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย "ดูเหมือนว่า... รอยแผลในอดีตของเจ้า จะถูกชำระล้างด้วยเลือดของพวกมันไปได้ส่วนหนึ่งแล้วสินะ"
ไป๋อวิ๋นเฟยเก็บกระบี่ลงฝักด้วยกิริยาที่ราบเรียบ นัยน์ตาทอดมองออกไปไกลโพ้นยังขอบฟ้าเบื้องหน้าที่มีแสงสีเงินประหลาดทอประกายขึ้นอย่างกะทันหัน "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น... บัญชีแค้นในอดีต ข้าจะทวงคืนให้ครบทุกตารางนิ้ว"
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬหนาทึบอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงหน้าโรงเตี๊ยมอย่างรุนแรงจนพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
พร้อมกันนั้น เงาร่างของบุรุษลึกลับผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางสายฟ้า พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณระดับ "ราชันเซียน" ที่กดทับจนลมหายใจของทั้งคู่แทบหยุดชะงัก และประโยคแรกที่เอ่ยออกมาจากปากของมัน ทำให้สีหน้าของไป๋อวิ๋นเฟยเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในทันที...
---
*ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ*
- **ลั่วอสูรหมื่นภูผา**
กระบี่ทะยานฟ้าท้าบัญชาสวรรค์•ตอนที่ 3
วิถีกระบี่ที่ไร้ผู้ต่อต้าน
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าบัญชาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!