กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นเสียยิ่งกว่าหมอกอัสนีในหุบเขาหมื่นอสูร
หยาดโลหิตสีชาดหยดติ๋งลงจากคมกระบี่เหล็กนิลไร้ลวดลาย ทว่าแผ่ไอสังหารเยียบเย็นเสียดกระดูก สะท้อนเงาจันทราสีเลือดบนผืนฟ้าที่ถูกย้อมด้วยกลิ่นอายมักใหญ่ใฝ่สูงของเหล่าผู้ฝึกตนรอบด้าน ไป๋อวิ๋นเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างไม่แยแสต่อล้อมวงอันแน่นขนัดของเหล่าผู้อาวุโสจากนิกายมารโลหิตและสำนักกระบี่ผานกู่ที่แผ่จิตสังหารคุกรุ่นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
"ไป๋อวิ๋นเฟย... เจ้าจนมุมแล้ว"
เสียงคำรามแหบพร่าของ 'เฟิงเทียนฮ่าว' ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่ผานกู่ดังสะท้อนก้องหุบเขา มือเหี่ยวย่นกุมด้ามกระบี่คู่กายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาจดจ้องร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่นของเด็กหนุ่มด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างถึงที่สุด รอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าของเฟิงเทียนฮ่าวกระตุกยามนึกถึงโศกนาฏกรรมเมื่อสามปีก่อน ที่ซึ่งสำนักกระบี่เมฆาอัสนีอันเป็นรากเหง้าของไป๋อวิ๋นเฟยถูกกวาดล้างจนราบคาบด้วยน้ำมือของพวกมัน
ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่กลับก้องกังวานเสียดแทงแก้วหูของคนนับร้อย
"จนมุมงั้นรึ?" เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมกับปัดเศษฝุ่นบนไหล่เบาๆ ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงข้างทาง ไม่ใช่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณนับร้อยชีวิตที่ยืนปิดล้อม "เฟิงเทียนฮ่าว... สามปีก่อน สุนัขแก่ตระกูลเฟิงของพวกเจ้าเหยียบย่ำซากศพพี่น้องร่วมสำนักข้าอย่างไร้ความปรานี วันนี้ ข้า... ไป๋อวิ๋นเฟย ผู้นี้กลับมาเพื่อทวงคืนหนี้เลือด ทวงคืนความยุติธรรมที่ฟ้าดินเมินเฉย... ไฉนข้าจึงต้องเรียกว่าจนมุมเล่า?"
"สามหาว! วาจาสามัญเช่นนี้ยังกล้าเอ่ยถึงความยุติธรรม!" มารโลหิตเฒ่าผู้หนึ่งแผดเสียงตวาด พลังปราณโลหิตสีแดงฉานระเบิดออกจากร่างจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม "ฆ่ามัน! ชิงเคล็ดกระบี่สวรรค์คําหรนมาซะ!"
สิ้นเสียงคำราม เงาร่างนับร้อยก็พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงตั๊กแตนปาทาน ประกายแสงจากศาสตราวุธนับร้อยชิ้นสาดส่องตัดความมืดมิดของหุบเขาหมื่นอสูรจนสว่างวาบ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ไป๋อวิ๋นเฟยดั่งภูเขาถล่มทลาย
ทว่า เด็กหนุ่มหาได้สะท้านสะเทือนไม่
ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวสาดประกายความดุดันทะนงตน วิถีกระบี่ในใจพลุ่งพล่านราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอเวลาซัดสาด เขาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ปลายกระบี่เหล็กนิลชี้ลงพื้น ก่อนที่ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จะระเบิดออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) แผ่ขยายอาณาเขตสิบฟุตเป็นรัศมีแห่งความตาย!
"วิถีกระบี่ที่หนึ่ง... เมฆาตัดสุริยัน!"
ฉับพลัน! แสงกระบี่สีครามเข้มพาดผ่านความมืดดั่งสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ ความเร็วของมันรวดเร็วจนตาเปล่าแทบมองไม่ทัน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังประสานเสียงขึ้นทันที ร่างของยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณสามคนที่พุ่งเข้ามาเป็นแนวหน้าถูกผ่าออกเป็นสองท่อนในคราเดียว โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีเขียวขจีให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือต่างชะงักฝีเท้า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก พวกมันไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีผู้นี้ จะบรรลุขอบเขต 'กระบี่รวมเป็นหนึ่ง' จนถึงขั้นที่สามารถสังหารผู้มีตบะเหนือกว่าได้อย่างง่ายดาย
"ไอ้เด็กเวรนี่... มันซ่อนพลังไว้!" เฟิงเทียนฮ่าวหน้าถอดสี กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว "ตั้งค่ายกลกระบี่สังหารสวรรค์! อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตรอดออกไปเด็ดขาด!"
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสสำนักกระบี่ผานกู่สิบสองคนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง อักขระเวทสีทองถูกวาดขึ้นกลางอากาศ เชื่อมต่อพลังปราณของแต่ละคนเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นตาข่ายแสงยักษ์พุ่งเข้ากดทับร่างของไป๋อวิ๋นเฟย แรงกดดันระดับขอบเขตเบิกเนตรสะท้านฟ้ากดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของเด็กหนุ่มส่งเสียงลั่นกรอบ เลิอดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของเขา
แม้บาดเจ็บ แต่รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของไป๋อวิ๋นเฟยกลับยิ่งชัดเจนขึ้น
"ค่ายกลกระจอกเช่นนี้... คิดว่าจะขวางทางกระบี่ของข้าได้หรือ?"
เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก นัยน์ตาทอประกายสีเงินยวง เคล็ดวิชาลับประจำสำนักเมฆาอัสนีถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด ปราณกระบี่รอบกายแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนสีขาวโพลนผสานสายอัสนีคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน
ในวินาทีที่ค่ายกลแสงทองกำลังจะบดขยี้ร่างของเขาลงมานั้นเอง
*เปรี้ยงหรน!*
สายฟ้าสีครามสายหนึ่งผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอกอย่างไร้สาเหตุ พลังงานอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ อุณหภูมิในหุบเขาหมื่นอสูรลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายลงมาจากยอดผาสูงชัน นางลอยตัวลงมาอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเทพธิดาผู้เยือกเย็นหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ ปลายเท้าแตะลงบนยอดไม้อย่างแผ่วเบา มือเรียวบางถือกระบี่น้ำแข็งใสสะอาดที่แผ่ไอเซียนบริสุทธิ์จนผู้คนรอบด้านต้องหายใจติดขัด
มู่หรงชิงหลัน... นางเซียนแห่งวังน้ำค้างเก้าชั้นฟ้าปรากฏกายขึ้นแล้ว!
ดวงตาคู่สวยราวกับหยกสลักกวาดมองสถานการณ์รอบด้านด้วยความเรียบเฉย ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ก่อนที่นางจะปรายตามองไป๋อวิ๋นเฟยที่ยืนเปื้อนเลือดอยู่กลางวงล้อม มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น
"ไป๋อวิ๋นเฟย... เจ้าช่างสร้างความเดือดร้อนได้เก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินเอื้อnเอ่ยออกมา ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาเสียดกระดูกที่ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสนิกายมารถึงกับผงะถอยหลัง
ไป๋อวิ๋นเฟยหันไปมองสตรีผู้มาใหม่ รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้าทันที แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เขาก็ยังไม่วายส่งเสียงหยอกเย้า
"แม่นางชิงหลัน... ลมหนาวอันใดพัดเจ้ามาถึงที่นี่กัน? หรือว่า... เป็นเพราะเจ้าคิดถึงรอยยิ้มอันหล่อเหลาของข้า จนทนอยู่แต่ในวังน้ำค้างไม่ไหว?"
"เจ้าคนปากพล่อย!" มู่หรงชิงหลันขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความขัดเคือง นางตวัดกระบี่น้ำแข็งในมือเบาๆ คลื่นความเย็นยะเยือกพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หน้าอกของเด็กหนุ่มทันทีโดยไม่ลังเล "หากเจ้ายังพูดจาไร้สาระอีกคำเดียว ข้าจะแช่แข็งลิ้นของเจ้าให้กลายเป็นน้ำแข็งประดับพื้นดินเสีย!"
แม้จะปากดีใส่กัน แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของนางเซียนเยือกเย็นกลับพุ่งทะยานเข้ามายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับไป๋อวิ๋นเฟยอย่างไร้รอยต่อ กระบี่น้ำแข็งในมือขวาและกระบี่เหล็กนิลในมือซ้ายของเด็กหนุ่มประสานเข้าหากันอย่างลงตัว แผ่ไอสังหารอันทรงพลังสะท้านสะเทือนฟ้าดินจนเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่ผานกู่และนิกายมารโลหิตถึงกับใบหน้าถอดสีโดยสมบูรณ์
"ชิงหลัน... หันหลังให้ข้าส วันนี้พวกเราจะสับพวกมันให้เป็นหมูบดกันให้หมด" ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะร่าด้วยความฮึกเหิม
"หุบปากไปซะ ไป๋อวิ๋นเฟย... จัดการทางซ้ายของเจ้าให้ดีก็พอ!" มู่หรงชิงหลันเอ่ยเสียงเย็น ทว่าริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มบางเบาที่ยากจะสังเกตเห็น
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อักขระโบราณสีดำสนิทนับพันลอยขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดในรัศมีร้อยลี้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคน
*“ฮ่าๆๆ... คิดหรือว่าพวกเจ้าสองคนจะหนีรอดเงื้อมมือของสำนักเงาสวรรค์ไปได้?”*
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นเหนือยอดไม้ ผู้นำลึกลับสวมหน้ากากอสูรโลหิตก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมกับโบกมือเบาๆ ส่งผลให้กระบี่โบราณเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงตรงเข้าหาหัวใจของมู่หรงชิงหลันด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบโดยไม่มีใครทันตั้งตัว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอมานะครับ
— ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่ทะยานฟ้าท้าบัญชาสวรรค์•ตอนที่ 1
เงากระบี่สะท้อนจันทราโลหิต
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าบัญชาสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!