กลิ่นโอโซนจากเครื่องฟอกอากาศในห้องสอบสวนเกรดต่ำอบอวลไปด้วยไอของโลหะสนิมและควันบุหรี่ไฟฟ้าที่พยายามปกปิดกลิ่นอับของเมืองชั้นล่าง เอเดนนั่งพิงพนักเก้าอี้เหล็ก ดวงตาคมกริบของเขาสังเกตการเคลื่อนไหวทุกองศาของหญิงสาวที่ถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือแม่เหล็กไฟฟ้าบนโต๊ะตัวตรงข้าม
ดร.มินาไม่ได้ดูหวาดหวั่น เธอเพียงแค่นั่งนิ่ง สายตาของเธอเรียบเฉยเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนความว่างเปล่าออกมา
"ถ้าคุณต้องการจะเค้นเอาความลับเรื่อง 'ไฟล์โครนอส' จากผมล่ะก็ เสียเวลาเปล่านะครับคุณหมอ" เอเดนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำและนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะช็อตทุกคำโกหก "ผมจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเข้ามาเป็นหน่วยควบคุมจิตใจด้วยเหตุผลอะไร"
มินาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มที่ดูราวกับกำลังเวทนาเขา "คุณไม่ใช่คนที่ความจำเสื่อมเพราะอุบัติเหตุหรอกครับเอเดน คุณเป็นคนที่ถูก 'ล้างกระดาน' โดยฝีมือคนในหน่วยงานเดียวกันเอง และนั่นคือเหตุผลที่จิตสำนึกของคุณถึงได้พยายามต่อต้านด้วยการสร้างอาการภาพหลอนขึ้นมา"
เอเดนโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นสังเคราะห์แบบห้องแล็บจากตัวมินาปะทะเข้ากับจมูกของเขา "อย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยจิตวิทยาชั้นต่ำ มินา ข้อมูลในชิปที่ถูกยึดจากห้องพักคุณมีรหัสล็อคระดับอัลฟ่า ถ้าคุณไม่ยอมบอกรหัส ผมจำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรง"
"รุนแรงเหรอครับ?" มินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนเอเดนรู้สึกถึงความผิดปกติในกระแสประสาทของตัวเอง "ลองจ้องเข้าไปในดวงตาของผมสิเอเดน แล้วบอกผมทีว่าคุณเห็นอะไร... คุณเห็นตัวคุณเองที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูสีแดงในความทรงจำที่แตกสลายนั่นหรือเปล่า?"
เอเดนชะงัก ลมหายใจของเขาขัดจังหวะไปชั่วขณะ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนคว้างเมื่อประโยคนั้นหลุดออกมา เขาไม่เคยบอกใครเรื่องประตูสีแดง—มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวความฝันที่เขามักจะเห็นในคืนที่หลับใหล
"คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง" เอเดนกดเสียงต่ำ คมมีดพกถูกหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเพื่อข่มขู่
"เพราะผมคือคนที่ฝัง 'คีย์การ์ด' ไว้ในสมองคุณก่อนที่พวกเขาจะลบความจำคุณทิ้งไปไงล่ะ" มินาเอนตัวเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบแตะกัน "คุณไม่ใช่แค่ผู้คุมเอเดน คุณคือภาชนะบรรจุความทรงจำที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ และตอนนี้... เมื่อผมสัมผัสตัวคุณ รหัสลับนั่นกำลังจะถูกปลดล็อค"
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าหม่นวาบขึ้นจากปลายนิ้วของมินาที่แตะขอบโต๊ะ เธอไม่ได้แตะตัวเขา แต่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เธอปล่อยออกมาส่งผลโดยตรงต่อชิปที่ฝังอยู่ในฐานกะโหลกของเอเดน ภาพเหตุการณ์ที่เลือนรางนับพันฉายวาบขึ้นในมโนภาพของเขา—เสียงปืน เสียงกรีดร้อง และภาพของเขากำลังกดสวิตช์ทำลายล้างหน่วยงานที่เขาเคยรับใช้ด้วยน้ำมือของตัวเอง
เอเดนผงะถอยหลัง ความเจ็บปวดแล่นพล่านผ่านสมองราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาหอบหายใจรุนแรง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมตามไรผม
"นั่นไง... ประตูสีแดงที่ปิดตายอยู่ถูกเปิดออกแล้ว" มินากระซิบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นความอ่อนโยนที่น่าขนลุก "ยังอยากจะจับกุมผมอยู่ไหม หรืออยากจะรู้ความจริงว่า ทำไมคนที่เป็น 'อดีตเจ้าหน้าที่' อย่างคุณ ถึงกลายเป็นอาชญากรที่ถูกตั้งค่าหัวสูงสุดในระบบ?"
มือของเอเดนสั่นเทาขณะหยิบหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลด่วน สิ่งที่ปรากฏบนจอทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ไฟล์ข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับจากหน่วยงานส่วนกลางระบุสถานะล่าสุดของเขา... ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็น 'วัตถุอันตรายที่ต้องกำจัดทิ้งทันที'
เอเดนเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความสับสนที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาหันไปมองกล้องวงจรปิดที่มุมห้องก่อนจะใช้ปืนเลเซอร์ยิงทำลายมันจนระเบิดเป็นจุณ
"เรามีเวลาไม่ถึงห้านาที" เอเดนพูดเสียงเข้มขณะปลดล็อคกุญแจมือให้มินา "ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง เราสองคนคือคนตายที่ยังเดินได้... บอกผมมาเดี๋ยวนี้ ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะกู้คืนตัวตนที่แท้จริงของผมกลับมาได้"
มินาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนเสื้อกาวน์ของเธอเบาๆ ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือแผ่นดิสก์เก่าแก่ที่ดูไม่เข้ากับยุคสมัยนี้เลยแม้แต่น้อย
"กู้คืนเหรอครับเอเดน? คุณเข้าใจผิดแล้ว" เธอมองเขาลึกเข้าไปในดวงตา "เราไม่ได้จะกู้คืนตัวตนเก่าหรอก เราจะสร้างตัวตนใหม่... บนซากปรักหักพังของความจำพวกนี้ต่างหากล่ะ"
ก่อนที่เอเดนจะได้ซักถาม เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งอาคาร ประตูนิรภัยถูกล็อกตายด้วยระบบอัตโนมัติ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังจู่โจมก็หยุดลงที่หน้าห้องสอบสวนพอดี มินายื่นแผ่นดิสก์ให้เขาด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"ประตูบานแรกเปิดแล้ว แต่บานต่อไป... คุณจะต้องเป็นคนเลือกว่าจะเปิดมันด้วยเลือดของใครครับ"
ความมืดของห้องเริ่มถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงฉานจากสัญญาณเตือน เอเดนกำแผ่นดิสก์ในมือแน่น ในขณะที่ลูกบิดประตูห้องสอบสวนค่อยๆ บิดหมุนอย่างเชื่องช้าจากฝีมือของผู้ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
แล้วพบกันในบทถัดไปครับ - ไซเบอร์พังค์2099
รหัสลับดับความทรงจำ: จิตจำลองที่ไม่มีวันตาย•ตอนที่ 2
เมื่อความจำคืออาวุธ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับดับความทรงจำ: จิตจำลองที่ไม่มีวันตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
