ฝุ่นละอองสีทองที่ลอยละลิ่วอยู่กลางห้องสมุดศิลป์ยามวิกาล ดูคล้ายกลุ่มดาวพเนจรที่หลงทางอยู่ในจักรวาลจำลองอันเงียบงัน ทว่าสำหรับรินแล้ว อนุภาคพวกนั้นไม่ใช่ความโรแมนติก แต่มันคือตัวแปรขัดขวางความแม่นยำระดับทศนิยมสี่ตำแหน่งที่เธอกำลังคำนวณลงบนแท็บเล็ตคู่ใจ
"ถ้าเธอยังใช้สายตาวิเคราะห์ความน่าจะเป็นแบบนั้นมองหน้าฉัน อีกสามวินาทีต่อมา โครงสร้างโมเดลกระดาษความสูงสองเมตรครึ่งนี่ได้ล้มครืนลงมาทับหัวเราจริงๆ แน่ ยัยตัวแสบ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความขี้เล่นแต่มือไม้กลับทำงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำดังขึ้นจากอีกฟากของโครงสร้างไม้ไผ่ คีย์กำลังใช้เทปกาบกล้วยเสริมความแข็งแรงให้กับฐานรองรับน้ำหนัก โดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยซ้ำ แต่รินรู้ดีว่าเขากำลังอมยิ้ม—รอยยิ้มที่เหมือนอัลกอริทึมปริศนาซึ่งรันผ่านระบบความคิดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ประโยคท้าทายบ้าบิ่นในคืนก่อน
*“ทีนี้... เธอจะเลือกกดรีเซ็ตระบบ หรือจะจับมือฉันแล้ววิ่งหนีไปด้วยกันล่ะ แม่ยอดอัจฉริยะ?”*
ประโยคสั้นๆ ประโยคนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหน่วยความจำสำรองของเธอ มันไม่ใช่คำถามเชิงตรรกะที่หาค่าคำตอบได้จากฐานข้อมูลของโรงเรียน แต่มันคือการกระทำที่บังคับให้รินต้องยอมก้าวเท้าออกจากเซฟโซนอันปลอดภัยของตัวเอง เพื่อมานั่งจมฝุ่นอยู่บนพื้นห้องสมุดศิลป์จนเลยเที่ยงคืน ร่วมกับเด็กหนุ่มผู้ใช้สัญชาตญาณนำทางชีวิตคนนี้ ในโปรเจกต์งานศิลป์ผสมผสานวิศวกรรมที่ใช้ตัดสินชะตากรรมการจบการศึกษาของพวกเขาทั้งคู่
รินถอนหายใจเบาๆ ปิดหน้าจอแท็บเล็ตลงเพื่อตัดสัญญาณรบกวนทางความคิด แล้วหันมาพิจารณาชิ้นงานตรงหน้าอย่างจริงจัง
โปรเจกต์นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการในระบบว่า *“การผสานความขัดแย้งระหว่างรูปทรงเรขาคณิตและอิสระแห่งอารมณ์”* แต่ในความเป็นจริง มันคือการทดสอบขั้นสูงสุดจาก ดร.อรินทร์ ผู้ต้องการพิสูจน์ว่า สมการตรรกะอันไร้หัวใจของเขาสามารถควบคุมแม้กระทั่งความงามทางศิลปะได้ หากใครทำคะแนนตก ศาสตราจารย์ผู้เย่อหยิ่งคนนั้นก็จะใช้มันเป็นข้ออ้างในการดึงตัวรินเข้าสู่โปรแกรมวิจัยลับของสถาบันทันที—โปรแกรมที่เธอไม่มีวันหวนกลับ
"ฉันไม่ได้คำนวณความน่าจะเป็นอย่างไร้เหตุผลนะคะคีย์" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียաբร้อยแต่แฝงความดื้อรั้นตามแบบฉบับของเธอ "โครงสร้างฐานรองรับน้ำหนักด้านขวาของนายมีค่าความเบี่ยงเบนอยู่ที่ 4.2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราปล่อยไว้แบบนั้น แรงโน้มถ่วงจะดึงให้โครงสร้างทั้งหมดพังทลายลงในมุมองศาที่คำนวณไว้เป๊ะๆ ตอนที่คณะกรรมการสิบคู่ออกมาพรีเซนต์งานในวันพรุ่งนี้"
คีย์หยุดมือ เขาวางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งและดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความท้าทาย
"งั้นเหรอ?" เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนรินต้องเผลอกลั้นหายใจ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของจิตรกรหนุ่ม—กลิ่นสีอะคริลิกจางๆ ผสมกับความอบอุ่นสะอาดตา "แต่เธอรู้ไหมริน... บางที ศิลปะมันไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบระดับสี่ตำแหน่งทศนิยมหรอกนะ มันต้องการความผิดพลาดที่งดงามต่างหากล่ะ"
"ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการควบคุมนะคะ" รินเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้ "ทุกระบบต้องมีระบบสำรองเสมอ..."
"แล้วระบบหัวใจของเธอล่ะ... มีระบบสำรองไว้รับมือกับฉันบ้างไหมล่ะตอนนี้?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้ามาชนกำแพงตรรกะที่รินสร้างไว้พอดิบพอดี หัวใจเจ้ากรรมในอกกระตุกวูบอย่างแรงราวกับกราฟสัญญาณชีพที่รวนเร เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ห้องสมุดยามดึกนี้ค่อนข้างเย็นเฉียบ
นี่ไม่ใช่บั๊กของระบบ... รินบอกตัวเองด้วยความตื่นตระหนก แต่มันคือปฏิกิริยาทางเคมีที่เธอไม่อาจควบคุมสูตรคำนวณใดๆ ได้เลย
ก่อนที่รินจะได้ทันหาคำตอบมาโต้แย้งเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของเด็กสาวอัจฉริยะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะก้าวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสมุดศิลป์ ประตูบานไม้สักโบราณค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงร่างสูงสง่าในชุดสูทเนี้ยบกริบของ ดร.อรินทร์ ที่ยืนกอดอกมองมาทางพวกเขาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นและสายตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความสมเพชเจือความคาดหวัง
"ดูเหมือนพวกเธอจะสนุกกับการเล่นขายของกันมากสินะครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศเงียบงันลงอย่างราบคาบ ดร.อรินทร์กวาดสายตามองโครงสร้างงานศิลป์ตรงหน้าด้วยความรังเกียจระคนเยาะหยัน "โมเดลโครงสร้างที่เต็มไปด้วยรอยต่อบิดเบี้ยว และเด็กสาวอัจฉริยะที่ยอมลดตัวมานั่งคลุกฝุ่นกับพวกนอกคอก... น่าผิดหวังจริงๆ ริน เธอเกือบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้วเชียว"
รินสะดุ้งเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยอันน่าอึดอัดจากการถูกควบคุมบงการเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าราวกับมีโซ่ตรวนล่องหนมารัดรึง
แต่ก่อนที่รินจะทันก้าวถอยหลังไปสู่กรอบระเบียบอันปลอดภัย คีย์กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นจัดของเขาส่งผ่านความมั่น and ความกล้าหาญเข้ามาในกระแสเลือดของเธออย่างดื้อดึง คีย์ก้าวขึ้นมาบังร่างของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบจ้องมองอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลด้วยรอยยิ้มเยาะที่ไร้ความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
"อย่าเพิ่งด่วนตัดสินสิครับ ดร.อรินทร์..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานและทรงพลัง "เพราะถ้างานชิ้นนี้พังลงตามที่ท่านคำนวณไว้... ผมยินดีจะพาเธอนี่หนีออกจากระบบบ้าๆ ของท่านไปตลอดกาล แต่ถ้ามันยืนหยัดอยู่ได้ล่ะก็..."
คีย์หันมามองริน แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างล้นปรี่ที่ส่งตรงมาถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"...เธอต้องเป็นคนเลือกเอง ว่าจะเชื่อตรรกะของท่าน หรือจะเชื่อหัวใจของตัวเอง"
ฉับพลันนั้น หน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะก็เกิดประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยดัง *ติ๊ง!* ขึ้นในหัวของริน พร้อมกับข้อความอักษรสีแดงสดที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์พลิกผันระดับ SSS - "เส้นแบ่งเขตแห่งโชคชะตา"]**
**[ภารกิจหลัก: ยืนหยัดเคียงข้างคีย์ หรือ ยอมจำนนต่ออัลกอริทึมของ ดร.อรินทร์]**
**[เวลาที่เหลือในการตัดสินใจ: 00:10 วินาที...]**
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกจินตนาการนี้นะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับเธอ•ตอนที่ 8
ภารกิจโปรเจกต์งานศิลป์
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!