ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในเรือนร้าง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่ผสมปะปนกับกลิ่นสาบสุนัขป่าข้างนอก... นั่นคือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหลินฟางเซียนให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน ความเจ็บแปลบราถูกเหล็กเผาไฟทาบทับที่บริเวณลำคอและแผ่นหลัง รุกเร้าสติสัมปชัญญะให้คืนกลับมาอย่างรวดเร็ว นางไม่ใช่แพทย์ทหารหญิงหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กำลังลาดตระเวนอยู่บนแนวชายแดนอันหนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว... ความทรงจำอันกระจัดกระจายราวกับเศษกระจกแตกละเอียด พุ่งเข้าชนสมองราวกับกระแสน้ำป่า ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องพยัคฆ์... สตรีผู้ถูกตบแต่งเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมือง ก่อนจะถูกขับไสให้มาอยู่อย่างยากไร้ใน "เรือนร้างท้ายจวน" แห่งนี้ และเพิ่งจะสิ้นลมหายใจไปเมื่อยามสามที่ผ่านมาเพราะพิษไข้และความตรอมใจ "แม่นางท่านนี้... ใกล้จะหมดลมแล้วกระมัง ข้าว่าพวกเราเอาผ้าห่มผืนสุดท้ายนี่ไปแลกสุรากับพ่อบ้านหลี่เสียเถอะ อยู่ไปก็มีแต่รอวันเน่าเปื่อย" เสียงแหบแห้งของหญิงวัยกลางคนผู้สวมชุดบ่าวรับใช้สีหม่นดังขึ้นที่มุมห้อง หล่อนกำลังใช้สายตาดุดันและไร้ซึ่งความเคารพกวาดมองร่างที่นอนอยู่บนเตียงไม้ผุกร่อน โดยมีบ่าวชายอีกคนยืนพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างกาย หลินฟางเซียนมิได้เอ่ยสิ่งใด นางเพียงแค่ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่คมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบสงบ กวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว มุ้งเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น คานไม้ที่ผุกร่อน และกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทุกอย่างล้วนตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่า นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีผู้พ่ายแพ้ในเกมอำนาจของยุคสมัยโบราณเสียแล้ว "พวกเจ้า... กำลังพูดถึงสิ่งใดอยู่หรือ?" เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย แต่ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกระแสอำนาจบางอย่างที่ทำเอาบ่าวรับใช้ทั้งสองถึงกับชะงักกึก หญิงรับใช้ชราหันกลับมามองด้วยความตกตะลึง นางคิดว่าฮูหยินผู้นี้คงสิ้นใจไปตั้งนานแล้ว เหตุใดตอนนี้แววตานั้นจึงดูน่ากลัวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อเช่นนี้เล่า? "ฮะ... ฮูหยิน ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ?" หญิงรับใช้เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความประชดประชันในทันที เมื่อตั้งสติได้ "ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว เจ้าค่ะ จะได้รู้ว่าเสบียงในเรือนนี้หมดเกลี้ยงมาสามวันแล้ว หากท่านยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็จงคลานไปขอเศษอาหารที่โรงครัวใหญ่ด้วยตนเองเถอะ พวกบ่าวอย่างพวกข้าไม่มีหน้าที่ต้องมาปรนนิบัติคนใกล้ตายเช่นท่านหรอกนะเจ้าคะ!" หลินฟางเซียนไม่โต้เถียง นางใช้มือข้างที่ยังมีเรี่ยวแรงยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่นางมิได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นสัมผัสรอยช้ำรอบลำคอที่เกิดจากการถูกกระทำก่อนหน้านี้ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างแผ่วเบา ยุค 70-80 ของโลกใบโน้นนางยังเคยผ่านมาได้ นับประสาอะไรกับยุคโบราณที่ผู้คนใช้เล่ห์เหลี่ยมฆ่าฟันกันด้วยรอยยิ้มเล่า? "เจ้าชื่ออะไรนะ?" หลินฟางเซียนเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนน่าขนลุก หญิงรับใช้ชราขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดที่นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือร้องไห้คร่ำครวญเหมือนเช่นเคย "ข้าชื่อป้าเฉิน! เป็นบ่าวที่ท่านอ๋องส่งมาดูแล... เอ้ย มาเฝ้าดูความสงบเรียบร้อยที่นี่! หากท่านยังมีเรี่ยวแรงมาไต่ถามชื่อข้า สู้เอาแรงไปคิดหาทางประทังชีวิตตัวเองไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ?" "ป้าเฉิน..." หลินฟางเซียนทวนชื่อนั้นช้าๆ ก่อนจะก้าวลงจากเตียงช้าๆ แม้เรียวขาจะสั่นเทา แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงสง่างามราวกับสนกลางเหมันต์ นางก้าวเข้าไปหาบ่าวรับใช้ทีละก้าว ท่วงท่าการเดินนั้นมิใช่สตรีอ่อนแอในเรือนหลัง หากแต่เป็นผู้กุมชะตาชีวิตที่เคยเหยียบย่ำความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "ข้าจำได้ว่า แม้ข้าจะถูกปลดลงเป็นฮูหยินตกยาก แต่ฐานะทางกฎหมายของข้าก็ยังคงเป็น 'พระชายาเอก' ที่พระราชทานโดยฮ่องเต้ การที่บ่าวไพร่กล้าอาจหาญเข้ามาขโมยผ้าห่มและเสบียงของนายหญิง... โทษทัณฑ์ตามกฎมณเณียรบาลของจวนอ๋องคือสิ่งใด เจ้าคงไม่ลืมกระมัง?" ป้าเฉินสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว นางอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง ฮูหยินผู้นี้ปกติแล้วหัวอ่อนและขี้ขลาดตาขาว ยอมให้รังแกมาโดยตลอด เหตุใดวันนี้จึงวาจาร้ายกาจและกดดันผู้คนได้ถึงเพียงนี้! "ท่าน... ท่านขู่ข้าหรือ? คิดว่าตัวเองยังเป็นพระชายาผู้สูงส่งอยู่อีกหรือไง ท่านอ๋องไม่เคยแม้แต่จะชายตามองท่านด้วยซ้ำ สามปีที่ผ่านมานี้ มีใครในเมืองหลวงบ้างที่ไม่รู้ว่าท่านเป็นเพียงอากาศธาตุในจวนแห่งนี้!" ป้าเฉินแค่น หลินฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนั้นกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงไขสันหลัง "อากาศธาตุอย่างงั้นหรือ?" นางก้าวเข้าไปประชิดตัวป้าเฉิน จนอีกฝ่ายต้องผงะถอยหลังชนกับผนังห้อง "ต่อให้ข้าจะเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ตราบใดที่ป้ายทะเบียนประจำตัวของข้ายังไม่ถูกเผาทำลาย และราชโองการสมรสยังไม่ถูกประกาศิตจากราชสำนัก ข้าก็ยังคงเป็นนายหญิงแห่งจวนนี้... และเจ้า ก็เป็นเพียง 'บ่าวชั้นต่ำ' ที่คิดลองดีกับนาย!" *เพี๊ยะ!* เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องร้าง ป้าเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด นางยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่บวมเป่งด้วยความเจ็บปวดและความแค้นเคือง ไม่คาดคิดเลยว่าสตรีที่นอนรอความตายเมื่อครู่จะกล้าลงมือกับนาง! "นัง... นังสารเลว! กล้าดียังไงมาตบข้า!" ป้าเฉินกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว หันไปสั่งบ่าวชายที่ยืนอยู่ข้างหลัง "ไอ้ทึ่ม! ยืนบื้ออยู่ทำไม เข้าไปสั่งสอนมันสิ! ทำให้มันรู้สำนึกเสียบ้างว่าใครคือนายที่แท้จริงในเรือนนี้!" บ่าวชายร่างกำยำย่างสามขุมเข้ามาหาหลินฟางเซียนด้วยสายตาหื่นกระหายและดุดัน มันเตรียมจะใช้มือหยาบกร้านคว้าจับไหล่ของนางเพื่อกดให้คุกเข่าลงกับพื้น ทว่า หลินฟางเซียนกลับมิได้ถอยหนี นางรอจังหวะนั้นอย่างใจเย็น เมื่อมือของอีกฝ่ายยื่นเข้ามาใกล้ นางกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วดั่งปลาไหล พร้อมกับใช้มือเรียวคว้าจับข้อมือของมันบิดไปข้างหลังอย่างแม่นยำและรุนแรง! *กร๊อบ!* เสียงกระดูกลั่นเบาๆ พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นเรือน บ่าวชายไม่คาดคิดว่าคุณหนูในห้องหอจะมีเรี่ยวแรงและทักษะการต่อสู้ที่เฉียบขาดถึงเพียงนี้ หลินฟางเซียนใช้เข่ากระแทกเข้าที่ข้อพับของมันอย่างแรง จนมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา ป้าเฉินหน้าถอดสี ถอยร่นไปจนชิดมุมห้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองปีศาจที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากขุมนรก หลินฟางเซียนสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย นางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็น ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงการปัดเป่าฝุ่นผงบนบ่าเท่านั้น "จำใส่กะโหลกของพวกเจ้าเอาไว้..." หลินฟางเซียนกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตาเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "หากพวกเจ้ายังกล้าเข้ามาล้ำเส้นข้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว คราวหน้า... สิ่งที่จะหักมิใช่แค่กระดูกข้อมือของมัน แต่อาจจะเป็นลมหายใจของพวกเจ้าเอง" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวของบ่าวรับใช้ทั้งสอง ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง... ภายนอกประตูเรือนร้าง กลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและดุดันจนแผ่นดินสะเทือน "ท่านอ๋องเสด็จ!" หลินฟางเซียนชะงักฝีเท้า นางหันไปมองยังประตูไม้ที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์เงิน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวมัจจุราชไร้ความรู้สึก แววตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองเข้ามาภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของนาง พร้อมกับกระบี่ในมือที่ยังคงมีหยดเลือดสดๆ ไหลหยดลงสู่พื้นทีละหยดอย่างน่าสะพรึงกลัว เฉินเว่ยสายลุยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%