เซียนเวทไร้สังกัดกับระบบลงทัณฑ์ผู้โอหัง•ตอนที่ 8

บททดสอบจากความอิจฉา

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
แก้วคริスタルเจียระไนราคาแพงระยับถูกกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิทจนเกิดเสียงดังสนั่น หยาดไวน์สีแดงเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะเนื้อดีราวกับรอยเลือดที่สาดกระเซ็น บรรยากาศภายในห้องประชุมลับชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางมหานครเวทมนตร์อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นอายของความเกลียดชังที่ถูกบ่มเพาะมาอย่างยาวนาน "พวกเราปล่อยให้มันลอยนวลมามากพอแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความริษยาของชายหนุ่มในชุดสูดสั่งตัดพิเศษเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววเจ้าเล่ห์กวาดมองหน้าบรรดาทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่และผู้นำกิลด์ระดับแนวหน้าที่นั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะ เขาคือ "วาลคีรี" ทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งตระกูลอัคคีสวรรค์ ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำและดูแคลนเรนในวันที่ชายหนุ่มยังเป็นเพียงผู้เล่นไร้สังกัด รอบกายของวาลคีรีเต็มไปด้วยกลุ่มคนชั้นสูงที่ต่างพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องต้องกัน พวกเขาคือกลุ่มคนที่กุมอำนาจและเม็ดเงินมหาศาลในโลกแห่งเกมออนไลน์และเวทมนตร์หลอมรวมนี้ แต่ทว่า... ความยิ่งใหญ่ของพวกเขากำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มคนเดียว "ฉันเห็นด้วยกับวาลคีรี" หญิงสาวผมบลอนด์ทองสวมเครื่องประดับเพชรระยิบระยับเอ่ยเสริม เธอคือ "เอเลน่า" รองหัวหน้ากิลด์มังกรฟ้า ผู้มีใบหน้าสวยงามหยาดเยิ้มแต่กลับซ่อนความอكุศลไว้ภายใน "เด็กนั่นมันอวดดีเกินไปแล้ว แค่ผ่านดันเจี้ยนระดับตำนานด้วยตัวคนเดียวได้ ทำเป็นเก่งกล้าท้าทายอำนาจของพวกเรา ถ้าปล่อยให้มันเติบโตไปมากกว่านี้ ชื่อเสียงและผลประโยชน์นับพันล้านที่พวกเราผูกขาดไว้คงพังทลายลงแน่" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อชื่อของ "เรน" ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ทุกคนในห้องนี้ต่างรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเวทอิสระธรรมดาอีกต่อไปแล้ว หลังจากเหตุการณ์ประกาศศักดาครั้งล่าสุด เรนได้กลายเป็นหนามยอกอกที่พวกเขากำจัดอย่างไรก็ไม่หลุด ในมุมมืดของห้องประชุม มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่ง เธอกอดอกมองกลุ่มคนผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ลูเซีย... อดีตหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งผู้สละทุกอย่างเพื่อมาอยู่เคียงข้างเรน ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของเธอบ่งบอกถึงความสมเพชเวทนาอย่างชัดเจน "พวกท่านกำลังประชุมเรื่องการปล้นมดปลวกตัวหนึ่งด้วยความหวาดกลัวกันอยู่หรือครับ น่าสมเพชเสียจริง" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของลูเซียแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ทำให้วาลคีรีหันขวับมามองด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ลูเซีย! เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาดูถูกพวกเราแบบนี้! อย่าลืมนะว่าเธอเองก็เคยเป็นถึงหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้กลับลดตัวไปเป็นแค่ผู้ติดตามของไอ้เศษสวะไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้น น่าขายหน้าสิ้นดี!" วาลคีรีตบโต๊ะลุกขึ้นยืน ประชิดตัวด้วยความเดือดดาล ลูเซียเพียงแค่ปรายตามองชายหนุ่มด้วยหางตา รอยยิ้มบนเรียวปากสีชาดไม่ได้จางหายไปแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นปัดเส้นผมสีเงินสลวยของตนเองอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง "เศษสวะอย่างที่พวกท่านเรียก... คือคนที่ทำให้พวกท่านต้องมานั่งประชุมเครียดกันจนหัวฟูในห้องสี่เหลี่ยมนี้ไม่ใช่หรือครับ?" ลูเซียเน้นย้ำคำว่า 'ครับ' เพื่อตอกย้ำความจริงอันน่าเจ็บปวด "พวกท่านกลัว... กลัวว่าอำนาจปลอมๆ ที่สร้างขึ้นมาจะพังทลายลงด้วยมือของเขาคนเดียว น่าสมเพช เสียเวลาเปล่าเสียเปล่าครับ วาลคีรี" "นังสารเลว!" เอเลน่าทนฟังไม่ไหว เธอลุกขึ้นชี้หน้าลูเซียด้วยความโกรธจัด "คิดว่ามีไอ้เรนหนุนหลังแล้วจะทำเป็นอวดดีได้เรอะ! แผนการกำจัดมันในค่ำคืนนี้ถูกเตรียมไว้หมดแล้ว ทั้งกองกำลังระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์ และไอเทมต้องห้ามที่พวกเราทุ่มเงินซื้อมาเพื่อฆ่ามันโดยเฉพาะ! ต่อให้มันเก่งมาจากไหน ก็ต้องกลายเป็นแค่เถ้าธุลีใต้ฝ่าเท้าของพวกเราอยู่ดี!" สิ้นเสียงของเอเลน่า บรรยากาศภายในห้องก็ยิ่งทวีความกดดันมากขึ้น วาลคีรีหัวנסลั่นด้วยความสะใจ เขากลับมานั่งลงที่เดิม ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ถูกต้อง... เอเลน่าพูดถูก" วาลคีรีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ในเมื่อเจรจาไม่ได้ และมันไม่ยอมก้มหัวให้ ทางเดียวที่เราจะรักษาความสงบสุขของโลกใบนี้ไว้ได้ คือการลบชื่อ 'เรน' ออกจากระบบไปตลอดกาล... ไม่ว่าเขาจะหลบอยู่ที่ไหน ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า กองกำลังนับร้อยจะเข้าปิดล้อมและบดขยี้เขาให้แหลกคามือ" ลูเซียไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับหลับตาลงเบาๆ คล้ายกับกำลังรอคอยฉากการแสดงละครสัตว์ที่น่าขันที่สุดในชีวิต "พวกท่านช่างโง่เขลาและน่าสมเพชเสียจริง..." ลูเซียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสสีไพลินคู่นั้นเปล่งประกายความเย้ยหยันออกมาอย่างเด่นชัด "พวกท่านคิดจริงๆ หรือครับว่า... คนที่กุมอำนาจแห่งระบบลงทัณฑ์ที่แท้จริง จะถูกพวกมดปลวกอย่างพวกท่านบดขยี้ได้ง่ายๆ?" วาลคีรีขมวดคิ้วแน่น รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากท่าทีที่นิ่งสงบเกินไปของผู้หญิงคนนี้ หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของโรงแรมก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก! *ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!* แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องสว่างวาบไปทั่วห้องประชุม พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมขนาดมหักษ์ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกอาคารแสดงให้เห็นกองกำลังระดับท็อปนับร้อยคนที่พวกเขาส่งไปจัดการเรน กำลัง... คุกเข่าลงกับพื้นทีละคน ทีละคน... ราวกับถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับจนขยับเขยื้อนไม่ได้! และท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่าน พื้นดินและอากาศรอบตัวแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก วาลคีรีหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้านั้นผ่านหน้าจอ "มะ... เป็นไปไม่ได้! มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมลับถูกแรงดันเวทมนตร์มหาศาลกระแทกจนแหลละเอียดเป็นผุยผง เศษกระจกนับพันชิ้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะหยุดนิ่ง และร่วงหล่นลงพื้นราวกับสายฝน เงาร่างของเรนก้าวเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับเสียงกลองแห่งความตาย ดวงตาสีรัตติกาลของเขาชำเลืองมองกลุ่มคนชั้นสูงที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่มุมปากของชายหนุ่มจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้หัวใจหยุดเต้น "ได้ยินว่าพวกคุณ... กำลังตามหาผมอยู่ใช่ไหมครับ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทไร้สังกัดกับระบบลงทัณฑ์ผู้โอหัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%