“ที่นี่น่ะหรือที่พวกเจ้าเรียกว่าสมบัติล้ำค่า?”
เสียงแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของป้าสะใภ้จาง นางยืนกอดอกแน่นในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ สายตาคู่เล็กแหลมคมกวาดมองไปรอบพื้นที่รกร้างเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสมเพช “ซินเอิน สวนส้มของพ่อแม่เจ้าที่ตายไปน่ะ มันกลายเป็นป่าช้าวัชพืชไปนานแล้ว เจ้าจะเอาอะไรมากินกัน? ดินแห้งๆ นี่หรือจะปลูกอะไรขึ้น หรือเจ้าหวังจะขายมันทิ้งแล้วเอาเงินหนีกลับเข้าเมืองไปหาผัวใหม่?”
ซินเอินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางดงหญ้าคาที่สูงระดับเอว มือเรียวบางของนางกำด้ามจอบเหล็กแน่นจนขึ้นข้อขาว นางไม่ได้หันไปมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังป่าวประกาศความชั่วร้ายของตัวเอง แต่กลับก้มลงมองดินสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะขาดสารอาหารจนไร้ชีวิตชีวา ทว่าในห้วงลึกของจิตใจ นางกลับสัมผัสได้ถึง ‘ความสั่นไหว’ บางอย่างที่ตอบสนองต่อเมล็ดพันธุ์โบราณในมิติลับของนาง
“ป้าสะใภ้จางคะ ที่นี่จะเป็นสมบัติล้ำค่าหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างท่านต้องมาห่วงใยค่ะ” ซินเอินเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่หนักแน่นจนอีกฝ่ายชะงัก “ที่ดินผืนนี้มีโฉนดชื่อข้า ข้าจะปลูกต้นไม้หรือจะปล่อยให้มันร้าง ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าของที่ ถ้าท่านไม่มีธุระอะไรนอกจากมาเห่าหอนถากถางข้า ก็เชิญกลับไปเถอะค่ะ กลิ่นปากของท่านมันทำให้บรรยากาศสดชื่นตรงนี้เสียไปหมด”
“แก! อีเด็กเหลือขอ!” ป้าสะใภ้จางหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “ดี! อยากจะอยู่ที่นี่จนอดตายก็ตามใจ อย่าได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากบ้านข้าก็แล้วกัน!”
ร่างท้วมเดินกระแทกส้นเท้าจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงสาปแช่งที่ค่อยๆ จางหายไปในสายลม ซินเอินถอนหายใจยาว นางทิ้งตัวลงนั่งบนคันนาที่เต็มไปด้วยเศษซากกิ่งไม้ มือสัมผัสกับผืนดินที่ดูเหมือนจะไร้ความหวัง ในใจนึกถึงห้องครัววิเศษและคลังเมล็ดพันธุ์โบราณที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ หากนางสามารถนำของดีเหล่านี้ออกมาใช้โดยไม่ให้ใครจับพิรุธได้ สวนส้มร้างแห่งนี้จะต้องกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นางหลับตาลง สมาธิจดจ่อไปที่จิตใต้สำนึก ทันใดนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของดินชุ่มชื้นและดอกส้มก็พวยพุ่งขึ้นมาในจมูก นางรับรู้ได้ว่า ‘มิติ’ ของนางพร้อมจะทำงานแล้ว ทว่าในขณะที่กำลังจะหยิบเมล็ดพันธุ์ส้มสายน้ำผึ้งเกรดพิเศษออกมาเตรียมเพาะปลูก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดูคุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางทิศของไร่ชาข้างบ้าน
กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นเครื่องเทศเข้มข้นลอยมาแตะจมูก ซินเอินลืมตาขึ้นทันที และภาพที่เห็นก็ทำให้นางถึงกับต้องเลิกคิ้ว
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเทาเข้ม สวมหมวกสานปีกกว้างกำลังยืนอยู่ตรงข้ามกับนาง ในมือของเขาถือปิ่นโตชั้นสเตนเลสที่ยังคงมีไอความร้อนพวยพุ่งออกมา เขาคือ ‘ไป๋หย่งคัง’ ชายหนุ่มเจ้าของไร่ชาข้างบ้านผู้เงียบขรึมจนคนทั้งหมู่บ้านต่างพากันเกรงขาม ทว่าในตอนนี้ สายตาที่เขามองมายังนางนั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าประหลาด
“เห็นเจ้าไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า” ไป๋หย่งคังเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาเดินเข้ามาใกล้จนนางได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาจากตัวเขา “ในนี้คือเนื้อตุ๋นหัวไชเท้าใส่ขิงร้อนๆ กินเสียหน่อยเถอะ ร่างกายจะได้มีแรง”
ซินเอินรับปิ่นโตมาด้วยความงุนงง “คุณหย่งคัง... เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นที่ท่านต้องเอาอาหารมาให้ข้าทุกวันนะคะ”
ไป๋หย่งคังไม่ได้ตอบในทันที เขาวางจอบอีกอันที่เขาพกติดตัวมาลงบนพื้นดินข้างๆ นาง ก่อนจะก้มลงถอนหญ้าคาต้นหนึ่งที่ขึ้นรกชัฏออกอย่างง่ายดายด้วยมือเปล่า “ข้าก็แค่เห็นว่าเจ้าเป็นเพื่อนบ้านที่ ‘น่าสนใจ’... และข้าเองก็ไม่ค่อยชอบกลิ่นวัชพืชพวกนี้เท่าไหร่ มันทำให้ไร่ชาของข้าดูไม่สดใส”
เขาปรายตามองสวนส้มร้างของนางด้วยสายตาที่ดูแฝงความนัย “ถ้าเจ้าทำไม่ไหว... บอกข้าได้นะ ข้าว่าง”
ซินเอินมองชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าให้ตนอย่างขยันขันแข็ง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและการเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ดูจะเลือนหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก นางเปิดปิ่นโตออก กลิ่นหอมของอาหารรสเลิศฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่นกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ยังต้องชะโงกหน้าลงมามอง
ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่เริ่มก่อตัวขึ้นนั้น เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวน เสียงของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ดูไม่เป็นมิตรดังแทรกเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแสยะ
“นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็แม่สาวน้อยเจ้าของที่ดินคนใหม่นี่เอง!” หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ดูเหมือนอันธพาลประจำถิ่นเดินเข้ามา พร้อมกับลูกน้องอีกสามคนที่ถือไม้พลองในมือ “ป้าสะใภ้จางบอกว่าที่ดินผืนนี้มีของดีฝังอยู่ใต้ดิน... พวกเรามาเพื่อช่วย ‘ขุด’ ให้เจ้าเอง!”
ไป๋หย่งคังหยุดชะงักจากการถอนหญ้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังซินเอินไว้มิด แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“ถอยไป” ไป๋หย่งคังเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนพวกอันธพาลถึงกับชะงัก “ก่อนที่พวกเจ้าจะไม่ได้เดินกลับออกไปจากที่นี่ด้วยขาของตัวเอง”
ซินเอินมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มข้างบ้านด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หัวใจนางเต้นแรงกว่าที่เคยเป็นมา หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นางไม่เคยคาดฝันมาก่อน? สวนส้มแห่งนี้... ดูเหมือนจะมีความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่นางคิดไว้เสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับซินเอินในก้าวแรกที่เข้มข้นนี้นะคะ!
ส้มสายน้ำผึ้งกับพี่ชายข้างบ้านที่ชอบส่งกับข้าวมาให้•ตอนที่ 1
ก้าวแรกในสวนส้มร้าง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ส้มสายน้ำผึ้งกับพี่ชายข้างบ้านที่ชอบส่งกับข้าวมาให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
