ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 38

รอยแยกของการทรยศ

ผลงานโดย คนมองเมือง
คราบเขม่าดินปืนจาง ๆ บนปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรที่กลิ้งอยู่บนพื้นปูนเปลือย คือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่า ความตายเพิ่งเดินผ่านหัวใจของคีย์ ธันวา ไปด้วยระยะห่างไม่ถึงสิบลมหายใจ กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามวิกาลผสมปนเปไปกับกลิ่นสนิมเหล็กและหยาดเหงื่อ กลิ่นเฉพาะตัวของความตายที่คีย์คุ้นเคยดีตั้งแต่สมัยยังสวมเครื่องแบบหน่วยรบพิเศษ ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป มันไม่ใช่ความตายจากคมกระสุนของศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เป็นรอยกระสุนที่ลั่นไกมาจากเงาของคนที่เขาเคยไว้วางใจที่สุด "นายประเมินความโลภของมนุษย์ต่ำไปนะ คีย์" เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องกังวานในความมืด คีย์ใช้มือข้างหนึ่งกุมบาดแผลฉีกขาดบริเวณสีข้าง เลือดสีแดงเข้มซึมผ่านร่องนิ้ว หยดลงกระทบพื้นปูนทีละหยดอย่างเชื่องช้า แต่นัยน์ตาคมกริบของอดีตสายลับหาได้มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเจ็บปวดระคนสมเพชที่สะท้อนอยู่ภายใต้กรอบแสงสลัวของหลอดไฟนีออนดวงเก่าที่กะพริบใกล้ดับ เขากวาดสายตามองร่างของบุคคลที่ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก "สารวัตรกฤษฎา" นายตำรวจมือปราบผู้รักความยุติธรรมในสายตาประชาชน ผู้ชายที่คีย์เพิ่งส่งแฟ้มลับหลักฐานการทุจริตมูลค่าหลายร้อยล้านให้เมื่อสามชั่วโมงก่อน เพื่อหวังจะใช้เป็นไม้ตายโค่นล้มอิทธิพลมืดของกลุ่มทุนข้ามชาติ "แก... ขายวิญญาณให้พวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่ กฤษฎา" คีย์เค้นเสียงถาม ร่างกายพยายามฝืนยืนหยัดแม้เรี่ยวแรงจะรดรินลงทุกขณะ ลมหายใจหอบกระชั้นแต่แววตายังคงดุดันไม่เปลี่ยน สารวัตรกฤษฎายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคยดูน่าเชื่อถือในคราบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจที่ถือครองในมือ เขาค่อย ๆ ยกปืนพกสั้นขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าผากของคีย์ ปลายกระบอกปืนนิ่งสนิทราวกับมันคืองานศิลปะชิ้นเอก "วิญญาณเหรอคีย์? นายมันพวกโลกสวยที่ติดอยู่กับอุดมการณ์กินไม่ได้ โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขในบัญชีต่างหาก และตัวเลขที่พวกเขายื่นให้ฉัน มันมากพอที่จะทำให้ฉันไม่ต้องก้มหัวให้ใครไปจนวันตาย... รวมถึงนายด้วย" กฤษฎากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉย ราวกับกำลังพูดคุยถึงดินฟ้าอากาศทั่วไป ไม่ใช่การตัดสินชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบของสถาบันจิตวิทยา ดร.รินรดา กำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อสัญญาณจีพีเอสจากนาฬิกาข้อมือของคีย์ เส้นสัญญาณสีแดงบนแผนที่ดิจิทัลหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่พิกัดโกดังร้างริมน้ำมานานเกินกว่าสิบนาทีแล้ว หัวใจของนักจิตวิทยาผู้เยือกเย็นและยึดมั่นในตรรกะกระตุกวูบอย่างผิดปกติ ความรู้สึกหวาดหวั่นที่เธอไม่ได้สัมผัสนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัวในอดีตกำลังไหลย้อนกลับมาเกาะกุมขั้วหัวใจ รินรดาลุกขึ้นยืนทันที มือเรียวคว้ากุญแจรถและปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน สมองของเธอประมวลผลด้วยความเร็วสูง คีย์ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้สัญญาณขาดหายไปเฉย ๆ เว้นเสียแต่ว่า... เขาจะไม่มีโอกาสได้กดปุ่มปิดมันอีกต่อไปแล้ว "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่นะ ธันวา..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกจากห้องด้วยความเร่งรีบ ณ โกดังร้างริมน้ำ ปลายกระบอกปืนของกฤษฎายังคงจ่อตรงมาที่กึ่งกลางหน้าผากของคีย์ ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรนี้ ไม่มีทางที่คนเจ็บสาหัสอย่างคีย์จะหลบพ้น หากเหนี่ยวไก ทุกอย่างจะจบลงทันที ความลับทั้งหมดจะถูกฝังกลบ และสารวัตรกฤษฎาจะกลับไปสวมบทบาทวีรบุรุษผู้ปราบปรามคอร์รัปชันต่อไปอย่างไร้รอยด่างพร้อย "ลาทีนะเพื่อนรัก ขอบคุณสำหรับข้อมูลทั้งหมด มันทำให้งานของฉันง่ายขึ้นเยอะ" กฤษฎาเอ่ยเสียงเรียบ นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดลงบนไกปืน คีย์ไม่ได้หลับตาหนี เขายังคงจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของคนที่ไว้ใจ สมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอดสุดท้าย ในสถานการณ์ที่จนมุมที่สุด สัญชาตญาณดิบเถื่อนของอดีตสายลับทำงานแทนเหตุผล มือข้างที่ไม่ได้กุมแผลค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสวัตถุเย็นเฉียบในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต—เครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่เปิดการทำงานอัตโนมัติไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในโกดังแห่งนี้ "แกคิดว่าฉันจะไว้ใจตำรวจเลวอย่างแกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ เหรอ กฤษฎา?" คีย์แสบยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่เลือดไหลอาบใบหน้า น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ กฤษฎาชะงักไปชั่วขณะ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความระแวง "แกหมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า... บทสนทนาเมื่อครู่ทั้งหมด รวมถึงคำสารภาพโง่ ๆ ของแกเมื่อกี้กำลังถูกส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองที่อยู่นอกประเทศ และตอนนี้ รินรดาคงกำลังกดฟังมันอยู่พร้อมกับสื่อมวลชนสำนักใหญ่ที่สุดในเมือง" คีย์โกหกหน้าตาย แต่แววตานิ่งสนิทจนอีกฝ่ายเริ่มลังเล สารวัตรกฤษฎาหน้าถอดสี ชั่วเสี้ยววินาทีที่ความโลภและความกลัวเข้าครอบงำ ทำให้สมาธิของเขาหลุดจากการควบคุม นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกชะงักค้าง นั่นคือจังหวะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่คีย์รอคอย! ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าใส่กฤษฎาด้วยแรงเฮือกสุดท้ายราวกับเสือดาวบาดเจ็บ เสียงคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นหนึ่งนัดทะลุเพดานโกดัง เศษปูนและฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาปกคลุมบรรยากาศ ทั้งสองยื้อแย่งอาวุธกันอย่างดุเดือดท่ามกลางความมืด เลือดจากบาดแผลของคีย์เปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตของนายตำรวจสารวัตรจนแยกไม่ออกว่าใครคือผู้ล่าและผู้ถูกล่า เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูที่จอดกะทันหันหน้าโกดัง พร้อมกับเสียงเปิดประตูรถและฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ รินรดากระชับปืนในมือแน่น ดวงตาคู่สวยกราดมองผ่านความมืดเข้าสู่ตัวอาคาร เธอเห็นเงาร่างสองร่างกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้น และเสียงปืนนัดที่สองก็ดังขึ้นตามด้วยความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งจมกองเลือด ขณะที่อีกร่างค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องกระทบใบหน้าของคนที่ยืนหยัดขึ้นมาได้ ทว่าไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของคีย์ หากแต่เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาทางด้านหลังของรินรดา พร้อมกับปากกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อติดอยู่กับท้ายทอยของเธอ "วางปืนลงซะ ดร.รินรดา ไม่งั้นสมองของเพื่อนรักคุณคนนี้ จะกระจายอยู่บนพื้นก่อนที่คุณจะได้ฟังคำสั่งเสีย" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังนักจิตวิทยา พร้อมกับการปรากฏตัวของ "อธิบดีกรมพิเศษ" ผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่รินรดากำลังตามสืบสวนอยู่... และเขาคือคนเดียวกันกับที่คีย์เคยรายงานความคืบหน้าให้ฟังมาตลอดหลายเดือน ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับเรานะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%