แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักเก่าครูดรอยขีดข่วน เสียงกระดาษหนาทึบกระทบผิวไม้ดังทึบในความเงียบงัดของห้องพักแรมชั้นสี่ ที่ซึ่งแสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ จากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ สีส้มและสีฟ้าสลับกันอาบไล้ใบหน้าของคนทั้งสอง
"ถ้าเราเลือกทางออกอากาศสดผ่านแพลตฟอร์มไร้พรมแดน ความคุ้มครองพยานจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษทิชชูเปียกน้ำทันที รินรดา"
คีย์ ธันวา เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก นิ้วเรียวยาวแต่กร้านโลกคีบบุหรี่ที่มอดไหม้ไปกว่าครึ่งขึ้นจดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ เขาพ่นควันสีเทาจางๆ ออกมา ปล่อยให้มันลอยละليวนผ่านแสงไฟนีออน ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เช่นเดียวกับความยุติธรรมในระบบที่พวกเขากำลังต่อสู้
ดร.รินรดา ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายนับตั้งแต่เขากลับเข้ามาในห้อง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำที่ลอกร่อน มือเรียวประสานกันไว้เหนือตัก แววตาคู่คมของนักจิตวิทยาอาชญากรนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม แต่เบื้องหลังความนิ่งงันนั้น สมองของเธอกำลังคำนวณตัวแปรนับร้อยอย่างรวดเร็ว
"แต่ถ้าเราเลือกส่งมอบหลักฐานให้คณะกรรมการสอบสวนอิสระตามขั้นตอนของกฎหมาย" รินรดาเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างของชายหนุ่ม "แฟ้มนี้จะถูกดองไว้ในตู้เหล็กชั้นใต้ดินของกรมพิทักษ์สิทธิ์ และสามวันหลังจากนั้น นายทุนใหญ่ที่คุณพยายามลากคอมันลงมา จะเดินออกจากเรือนจำด้วยข้อหาหลักฐานไม่เพียงพอ... คุณก็รู้ดีกว่าใคร คีย์"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบ คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชเวทนาต่อความจริงอันบิดเบี้ยวของสังคม เขารู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้ดี ยิ่งกว่าใครทั้งหมดบนโลกใบนี้
รอยแผลเป็นทางใจจากการถูกหักหลังโดยองค์กรที่เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลก ยังคงส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในความทรงจำทุกครั้งที่เขานึกถึงมัน แผลเป็นนั้นไม่ได้เกิดจากกระสุนปืน แต่มันเกิดจากระบบที่เน่าเฟะ ซึ่งพร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่บังเอิญมองเห็นความเน่าเฟะของมัน
"คุณกำลังใช้ความแค้นส่วนตัวมาเดิมพันกับความเสี่ยงระดับชาติ ริน" คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงกับโต๊ะ สายตาของเขาร้อนแรงขึ้นจนเกือบเป็นประกายไฟ "การเปิดโปงแบบกองโจรผ่านบล็อกเกอร์นิรนามและระบบกระจายสัญญาณกระจายศูนย์ มันคือการประกาศสงครามที่ไม่มีวันถอยหลังกลับ ถ้าพวกมันจับไอพีแอดเดรสได้ เราไม่ใช่แค่ตาย แต่เราจะถูกทำให้หายไปจากโลกใบนี้แบบไร้ตัวตน"
"แล้วการยอมจำนนต่อกฎหมายที่ถูกซื้อได้ มันต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายช้าๆ ล่ะคะ... Eh, ครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดสำนวนเดิม แต่เธอก็ยั้งปากไว้ได้ทัน เธอยืดตัวตรงขึ้น สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสายลับ "เราอยู่ในเกมที่ถูกกำหนดกติกาโดยพวกมันตั้งแต่แรกเริ่ม หากเรายังคงเล่นตามกติกาของพวกมัน เรามีแต่ตายกับตาย... การเดิมพันก้อนสุดท้ายนี้ เราไม่ได้สู้เพื่อความถูกต้องในอุดมคติ แต่เราสู้เพื่อสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่มนุษย์สองคนจะทำได้ก่อนที่ลมหายใจจะหมดลง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่เป็นความเงียบของนักล่าสองคนที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเป็นและความตาย
คีย์ถอนหายใจยาวนาน เขาขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะจนดับสนิท ความดิบเถื่อนในแววตาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความบ้าบิ่นและความยินดีที่จะได้พังทุกอย่างให้พินาศไปข้างหนึ่ง
"คุณนี่มัน... อันตรายกว่าที่ผมคิดไว้ตอนเซ็นสัญญาจ้างวันแรกเสียอีก ดร.รินรดา" คีย์พึมพำ น้ำเสียงเจือความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "ตกลง... เราจะใช้แผนการถ่ายทอดสดแบบฟูลสเกล แต่เราจะไม่ทำจากที่นี่ สถานที่นี้ไม่ปลอดภัยแล้ว"
รินรดาพยักหน้ารับอย่างเยือกเย็น เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นฮาร์ดไดรฟ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ช่องลับของกระดาษ "ฉันเตรียมเส้นทางหลบหนีไว้แล้ว เรามีเวลาอีกสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่ระบบติดตามตัวของพวกมันจะล็อกพิกัดตึกนี้"
ทันทีที่เธอกล่าวจบ ประโยคนั้นยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปาก เสียงบางอย่างก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ มันไม่ใช่การเคาะเพื่อขออนุญาต แต่มันคือการเคาะเพื่อประกาศการมาถึง
คีย์ดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ในเสี้ยววินาที มือขวาตวัดคว้าปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากซองใต้รักแร้อย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบพุ่งตรงไปที่ประตูไม้เก่าๆ ที่สั่นไหวตามแรงลม รินรดานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ในวงร็อก แต่สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยไร้รอยตื่นตระหนก
ไม่มีเสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันได ไม่มีเสียงพูดคุยจากทางเดินด้านนอก
มีเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ สีขาวที่ถูกสอดเข้ามาใต้ช่องประตู... มันช้าๆ และเงียบเชียบ ราวกับเงาสะท้อนของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทาย
คีย์ส่งสัญญาณมือให้รินรดากระถดถอยไปที่มุมมืดของห้อง ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปใกล้ประตูกลางความมืด ค่อยๆ ก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวังสูงสุด
นิ้วมือของเขาคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอย่างช้าๆ แสงนีออนภายนอกกะพริบวาบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับลง เหลือเพียงความมืดสลัวที่มีตัวอักษรพิมพ์ดีดสั้นๆ ปรากฏเด่นชัดอยู่บนแผ่นกระดาษ
*“พวกคุณคิดว่ากำลังถือไพ่เหนือกว่า... แต่ลืมดูไปแล้วหรือว่า ใครเป็นคนแจกสำรับนี้ตั้งแต่แรก?”*
ฉับพลันนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะที่ถูกตั้งระบบปิดเสียงไว้ ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ชื่อผู้โทรเข้าบนหน้าจอไม่ใช่เบอร์แปลกปลอมที่ไหน แต่มันคือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของรินรดาเอง... เบอร์โทรศัพท์ของพ่อเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 29
เดิมพันก้อนสุดท้าย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!