คราบกาแฟแห้งกรังบนแก้วกระดาษราคาถูกสะท้อนแสงไฟนีออนสีตุ่นจากเพดานห้องสืบสวนชั่วคราว กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานแรมปีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายกับความลับเน่าเฟะที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของสังคมเมืองใหญ่แห่งนี้
ดร. รินรดา ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสจดจ้องแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งถูกงัดออกมาจากตู้เหล็กล็อคเกอร์ชั้นใต้ดินของสำนักพิมพ์อิสระแห่งหนึ่ง นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวพลิกหน้ากระดาษที่มีรอยไหม้เกรียมบริเวณมุมขวาอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เยือกเย็น และคำนวณมาแล้วอย่างแม่นยำตามแบบฉบับของนักจิตวิทยาอาชญากรผู้ผ่านโลกสีเทามาโชกโชน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา... และดูเหมือนไฟกองนั้นจะลามมาลวกมือคุณเข้าให้แล้ว"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง เธอรู้ดีว่าเป็นใคร คีย์ ธันวา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเล็ก ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังเซอร์ๆ ส่งกลิ่นอายดิบเถื่อนและบุหรี่จางๆ แผ่ซ่านความกดดันออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่
คีย์ปรายตามองเอกสารในมือเธอ แววตาคมปลาบไหววูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่มักซ่อนความเจ็บปวดและคมเขี้ยวไว้ภายใต้ความกวนประสาท
"ของเก่าเก็บน่ะ ดร.รินรดา บางครั้งซากศพที่เราฝังไว้มันก็ขยันคลานกลับมาหลอกหลอนเราเอง โดยเฉพาะศพที่ชื่อว่าความผิดพลาด" คีย์ดึงเก้าอี้ไม้เก่าๆ มานั่งลงตรงข้าม ท่าทีสบายๆ สวนทางกับกล้ามเนื้อบนสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"ความผิดพลาดเหรอครับ?" รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงราบเรียบเพื่อกดดัน "ในเอกสารฉบับนี้ไม่ได้เรียกว่าความผิดพลาด แต่มันคือ 'การหักหลัง' ที่มีชีวิตและลมหายใจ รายงานการสืบสวนเมื่อห้าปีก่อน... บันทึกการจับกุมกลุ่มทุนพลังงานเถื่อนที่พัวพันกับการตายของครอบครัวเหยื่อเจ็ดราย และชื่อผู้ให้เบาะแสลับ... รหัส 'V-09'... ซึ่งก็คือคุณเองไม่ใช่หรือครับ คีย์"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินติ๊กๆ บนผนัง คีย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของนักจิตวิทยาหญิงราวกับพยายามค้นหาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"คุณฉลาดเกินไป รินรดา" คีย์เอ่ยเสียงแหบพร่าโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "คนที่รู้มากเกินไปในเกมนี้ มักจะอายุสั้น"
"ฉันไม่ได้กลัวตาย คีย์ คุณก็รู้" รินรดาเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความผิดหวังและคำถามที่รอการพิสูจน์ "สิ่งเดียวที่ฉันเกลียดคือการถูกหลอกใช้โดยคนที่ฉันเลือกจะไว้ใจ... ในดีลของเรา คุณบอกว่าคุณต้องการทำลายโครงสร้างอำนาจมืดนั้นเพื่อล้างแค้นให้คนรักเก่าที่ตายไป แต่หลักฐานชิ้นนี้บอกว่า... คุณต่างหากที่เป็นคนเซ็นใบอนุญาตให้พวกมันฆ่าเธอ เพื่อแลกกับการเอาตัวรอดของคุณเอง"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเก่า คีย์นิ่งค้างไป ดวงตาคู่นั้นไหววับด้วยมวลอารมณ์อันซับซ้อน ทั้งความโกรธ ความเจ็บปวด และความรู้สึกผิดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าผู้หญิงที่เขารู้สึกยอมจำนนทางจิตวิญญาณมากที่สุด
"คุณไม่เข้าใจหรอก รินรดา..." คีย์กัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "โลกที่คุณยืนอยู่มันสะอาดสะอ้านเกินไป คุณมองทุกอย่างเป็นทฤษฎีจิตวิทยา เป็นเหตุและผล แต่โลกที่ผมเติบโตมา... ถ้าไม่หักหลังคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอด คุณก็กลายเป็นปุ๋ยใต้ดินไปนานแล้ว"
"แต่วิธีการเอาชีวิตรอดของคุณ มันพรากอนาคตของคนอื่นไป คีย์!" รินรดาตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเบาๆ แต่เสียงนั้นดังก้องไปถึงขั้วหัวใจ "การที่คุณปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์แทนคุณเมื่อห้าปีก่อน มันทำให้คุณไม่ต่างอะไรกับพวกมัน... กับคนที่ฆ่าครอบครัวของฉัน"
ประโยคสุดท้ายทิ้งน้ำหนักลงกลางวงสนทนาเหมือนค้อนเหล็กทุบลงบนกระจกใส รอยร้าวลึกแผ่ขยายออกไประหว่างคนทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นด้วยเคมีอันตรายและความเข้าใจเชิงลึก บัดนี้กำลังสั่นคลอนด้วยกำแพงแห่งอุดมการณ์และอดีตอันดำมืด
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นดี เขาส่ายหน้าช้าๆ "นั่นสินะ... เรามันก็แค่พวกบาปหนาที่มาบรรจบกันในนรกขุมเดียวกัน คุณใช้ผมเป็นเครื่องมือทำลายล้างเป้าหมายของคุณ ส่วนผมก็ใช้คุณเป็นข้ออ้างในการไถ่บาป... แต่มันไม่มีทางรอดหรอก รินรดา ไม่มีใครรอดจากเงื้อมมือของพวกมันไปได้"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้ตอบสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ฝีเท้าที่ไม่ได้พยายามอำพราง เร่งรีบ และมุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างแม่นยำ ราวกับพวกมันรู้พิกัดที่ซ่อนตัวของพวกเขาเป็นอย่างดี
คีย์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สัญชาตญาณอดีตสายลับตื่นตัวเต็มพิกัด มือหนาคว้าปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบมองไปที่ประตูห้องสลับกับหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดตาย
"ใครบางคนขายเรา..." คีย์พึมพำเสียงต่ำ ใบหน้าเคร่งเครียด "และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่คนนอก... แต่เป็นคนที่รู้เรื่อง 'V-09' ดีพอๆ กับเราสองคน"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่กลอนประตูจะถูกบิดด้วยกุญแจสำรอง และก่อนที่บานประตูเหล็กจะถูกผลักเปิดออก รินรดากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เสียบคาอยู่ใต้กองเอกสารเก่าในแฟ้มที่เธอเพิ่งเปิดอ่าน... ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งเธอจำได้แม่นว่าเป็นลายมือของใครบางคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 31
รอยแตกของความสัมพันธ์
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!