เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวเคล้าคลอด้วยเสียงหัวeเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นเป็นระยะ
"น่าขำสิ้นดี... พวกนายยังจำไอ้เหนือฟ้า สมัยที่มันเป็นแค่ไอ้หนุ่มส่งพัสดุหน้าตาซอมซ่อได้ไหมวะ? ตอนที่มันสารภาพรักกับดาวคณะเมื่อสามปีก่อน ฉันนี่เกือบสำลักน้ำส้มคั้น"
เสียงของ ‘กรณ์’ ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัย เขากวาดสายตามองไปรอบโต๊ะด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย โดยมี ‘พิมพิลา’ อดีตแฟนเก่าของเหนือฟ้าในชุดราตรีแบรนด์เนมราคาหลักแสนนั่งไขว่ห้างอยู่เคียงข้าง ใบหน้าของเธอฉาบด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนาอย่างไม่ปิดบัง
"อย่าพูดถึงมันเลยกรณ์ เสียบรรยากาศหมด" พิมพิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงราก "คนชั้นต่ำแบบนั้น ต่อให้พยายามสักแค่ไหน ก็ไม่มีวันก้าวขึ้นมาเหยียบแผ่นดินเดียวกับพวกเราได้หรอกค่ะ แค่คิดว่าเคยคบหากับผู้ชายไร้อนาคตแบบนั้น ฉันก็รู้สึกอับ3ายจนอยากจะลบมันออกจากความทรงจำแล้ว"
บรรยากาศรอบโต๊ะพากันหัวeเราะชอบใจ ทุกคนต่างเห็นพ้องว่าเหนือฟ้าคงเป็นได้แค่เศษสวะในสังคมที่ไม่มีวันเงยหน้าอ้าปากได้ ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในวินาทีนั้นเอง ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ลิมูซีนสีดำสนิทรุ่นสั่งผลิตพิเศษจำนวนสามคันได้เคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทอย่างเงียบเชียบ
ประตูด้านหลังเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของ ‘เหนือฟ้า’ ในชุดสูทผ้าขนสัตว์อิตาลีตัดเย็บพิเศษเข้ารูป เนคไทผ้าไหมสีเข้มตัดกับนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่มูลค่าสูงเกินกว่าจะประเมินด้วยเงินสดทั่วไปได้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแววสุขุมลึกลับและเยือกเย็น
พนักงานต้อนรับระดับผู้บริหารก้มศีรษะลงต่ำจนแทบชิดพื้นเมื่อเขาเดินก้าวผ่าน
"ยินดีต้อนรับครับท่านธน ทางเราได้เตรียมทุกอย่างตามที่คุณต้องการไว้เรียบร้อยแล้วครับ"
เหนือฟ้าเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ ระบบผู้กล้าในจิตสำนึกของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนสถานะความมั่งคั่งที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด การล้มละลายของตระกูลพิมพิลาเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นที่เขาปัดทิ้งด้วยปลายนิ้วเท่านั้น วันนี้... คือวันที่เขาจะทวงคืนทุกหยาดหยดของความอัปยศอดสูที่พวกเขาเคยยัดเยียดให้มินตราและตัวเขา
ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบกริบลงในทันที เมื่อร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามา
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์ตกกระทบลงบนร่างของเหนือฟ้า ราวกับเขากำลังเดินอยู่บนรันเวย์ส่วนตัว ความกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนทุกคนในห้องรู้สึกหายใจติดขัด
กรณ์ที่กำลังถือแก้วไวน์ค้างไว้ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ส่วนพิมพิลาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้างในพริบตา เมื่อภาพตรงหน้าซ้อนทับกับไอ้หนุ่มซอมซ่อที่เธอเคยสะบัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดี
"นะ... นาย..." กรณ์ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตกตะลึง "เหนือฟ้า? แก... แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไงวะ รปภ.ปล่อยให้คนส่งของเข้ามาได้ยังไง!"
เหนือฟ้าไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่เย็นชาถึงกระดูก ก่อนจะผายมือไปทางด้านหลังเพื่อต้อนรับหญิงสาวผู้ร่วมทุกข์ที่ก้าวตามเข้ามา
มินตราในชุดราตรีสีไพลินเรียบหรูที่แม้จะไม่ได้ประดับเพชรพลอยราคาแพงระยับ แต่รัศมีแห่งความสง่างามและความมั่นใจที่ฉายชัดบนใบหน้า ทำให้เธอดูล้ำค่าและโดดเด่นเหนือบรรดาคุณหนูไฮโซจอมปลอมในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง เหนือฟ้าเอื้อมมือไปโอบประคองเอวบางของเธอไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้ง ซึ่งแตกต่างจากสายตาที่ใช้มองพวกเศษสวะรอบโต๊ะอย่างฟ้ากับเหว
"ขอโทษทีนะพอดีผมไม่ได้มาส่งพัสดุ..." เหนเวฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นิ่งสนิทจนบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของทุกคน "แต่ผมมารับซื้อ... โรงแรมนี้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกคนหน้าซีดเผือดราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ขณะที่มือถือของกรณ์และบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นต่างส่งเสียงแจ้งเตือนรัวๆ พร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย ข้อความข่าวสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์เด้งขึ้นมาเตือนว่าหุ้นของตระกูลพวกเขากำลังดิ่งลงเหวอย่างไร้ทางเยียวยา
พิมพิลาตัวสั่นเทา เธอลุกขึ้นยืนโดยพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ เหนือฟ้าก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างมั่นคง เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว
"พิม... เธอยังจำคำพูดเมื่อสามปีก่อนได้ไหม?" เหนือฟ้าโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาพิมพิลาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องจัดเลี้ยงอีกด้านก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูททนายความชื่อดัง พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทา เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพิมพิลาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องช็อกตาค้างยิ่งกว่าเดิม
"คุณพิมพิลาครับ... ทางสำนักงานอัยการพิเศษ ได้ออกหมายจับคุณและบิดaในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชนมูลค่ากว่าพันล้านบาทเรียบร้อยแล้วครับ และนี่คือคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมด... รวมถึงบัญชีสุดท้ายที่คุณเหลืออยู่ด้วยครับ"
ทนายความยื่นเอกสารแผ่นสุดท้ายให้ดู พร้อมกับเครื่องรูดบัตรเครดิตพกพาที่ถูกวางลงตรงหน้าเหนือฟ้าพอดี
เหนือฟ้าหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดขึ้นมาอย่างไร้ความเร่งรีบ เขาสบตากับพิมพิลาที่กำลังร่ำไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจ ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วรูดบัตรลงบนเครื่องเครื่องนั้นช้าๆ ท่ามกลางเสียงสัญญาณอนุมัติดัง "ติ๊ด!" ยาวนานที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงรุ่นที่กลายเป็นเวทีตบหน้า
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!