กลิ่นหมึกพิมพ์เก่าและกระดาษสาที่อบอวลด้วยละอองฝุ่นอายุกว่าร้อยปี ไม่ได้ทำให้รินทร์รู้สึกระคายเคืองจมูกแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... สารอินทรีย์ระเหยง่ายเหล่านั้น กลับถูกเธอประเมินค่าทางเคมีในสมองอย่างรวดเร็วว่าเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดี ถึงความปิดตายและความไร้ซึ่งการระบายอากาศของ "ห้องสมุดต้องห้าม" แห่งนี้
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด เลื่อนผ่านสันหนังสือหนังแท้ที่เรียงรายอยู่บนชั้นไม้มะค่าโมงขนาดยักษ์ ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรโบราณที่เลือนรางตามกาลเวลาด้วยความนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ว่าประโยคเตือนสติจากอาจารย์สิงหาจะยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท... *“ดูเหมือนว่า... สิ่งที่อยู่ข้างล่างนั่น จะประทับใจฝีมือเธอจนทนรอไม่ไหวแล้วล่ะนะ รินทร์”*
สำหรับอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้มองทุกอย่างเป็นระบบตรรกะและฟิสิกส์ วิญญาณก็เป็นเพียงพลังงานรูป ฌาปนสถาน หรือคลื่นความถี่ที่ตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเงื่อนไขเหมาะสมเท่านั้น ไม่มีอะไรน่ากลัว... หากเราเข้าใจตัวแปรของมัน
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ จากระบบอินเทอร์เฟซโปร่งแสงที่ลอยอยู่เบื้องขวา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
[ระบบตรวจพบเขตอาคมระดับสูง: ม่านพรางตระกูลสาบสูญ]
[คำเตือน: ผู้เล่นกำลังเข้าสู่พื้นที่หวงห้าม ความเสี่ยงในการสูญเสียสติสัมปชัญญะ 78.5%]
[เงื่อนไขพิเศษ: ค้นหาบันทึกชำระหนี้เลือดของตระกูลรังสิต ภายในเวลา 45 นาที ก่อนที่ "เจ้าบ้าน" จะกลับมาตรวจความเรียบร้อย]
รินทร์กะพริบตาปริบๆ พลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่อากาศเพื่อปิดหน้าต่างแจ้งเตือนนั้น เธอไม่ได้สนใจเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่พุ่งสูงลิ่ว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอกลับเป็น "ค่าความหนาแน่นของพลังงานวิญญาณ" ที่กำลังลดต่ำลงเป็นจังหวะ ราวกับว่าหนังสือแต่ละเล่มที่เธอสัมผัสกำลังทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงดันไสยเวทโดยอัตโนมัติ
"ฟิสิกส์ควอนตัมประยุกต์กับอาคมโบราณ... ช่างเป็นการผสมผสานที่สิ้นเปลืองพลังงานเสียจริงนะคะ" รินทร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือแววประชดประชันนิดๆ
เธอเดินลึกเข้าไปยังโซนด้านในสุดของห้องสมุด ซึ่งเป็นมุมอับที่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมนต์สาดส่องไปไม่ถึง ที่นี่มีกลิ่นอายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่กลิ่นอับของกระดาษ แต่เป็นกลิ่นหอมหวานเอียนๆ ของดอกไม้ป่าที่บานในยามวิกาล—กลิ่นอายของความตายที่ถูกปรุงแต่งให้งดงาม
เป้าหมายของเธอคือสมุดบันทึกเล่มสีดำที่ถูกซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือกลไก รินทร์จำผังโครงสร้างของห้องนี้ได้ขึ้นใจจากการแอบคัดลอกแปลนโบราณเมื่อสามวันก่อน เธอย่อตัวลงต่ำ ใช้มือซ้ายสัมผัสพื้นไม้เพื่อคำนวณแรงสั่นสะเทือน และใช้มือขวาหมุนฟันเฟืองไม้ที่ซ่อนอยู่หลังสันหนังสือเล่มหนา
*แกร๊ก... ครืด...*
กลไกภายในส่งเสียงคำรามต่ำอย่างน่าขนลุก ผนังไม้สักทองหนาเตอะค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่บรรจุสมดุลพลังงานประหลาดเอาไว้ ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกหนังมนุษย์เล่มหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินอัคนีสีดำสนิท
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซนปลอดภัย ก่อนจะเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมา
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับปกหนัง... อุณหภูมิรอบกายก็ดิ่งฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับติดลบสิบองศา!
*“แหม... เด็กน้อยในวันนี้ ช่างขยันขันแข็งเสียจริงนะคะ...”*
เสียงกระซิบแหบพร่าและเยือกเย็นดังขึ้นข้างใบหูของเธออย่างกะทันหัน ลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่มือข้างที่ถือสมุดบันทึกยังคงมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
เธอไม่หันหลังกลับไปมองทันที แต่ใช้เงาสะท้อนจากกระจกตู้หนังสือเบื้องหน้า เพื่อวิเคราะห์ "สิ่ง" ที่กำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่ ร่างนั้นสวมชุดไทยโบราณสีหม่นที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำสีแดงเข้ม ใบหน้าขาวซีดไร้เลือด ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ดวงตากลวงโบ๋สีดำสนิทจ้องมองมาที่เธอผ่านกระจกด้วยความกระหาย
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" รินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับกำลังทักทายเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเดินเข้าห้องประชุม "แต่รบกวนถอยหลังไปครึ่งก้าวได้ไหมคะ? คุณกำลังบังแสงสว่างที่ฉันต้องใช้ในการอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ค่ะ"
บรรยากาศภายในห้องสมุดพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ราวกับวิญญาณตนนั้นไม่คาดคิดว่าเหยื่อสาวมนุษย์จะตอบสนองด้วยความเยือกเย็นผิดมนุษย์มนาเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าซีดเซียวแข็งค้าง ดวงตากลวงโบ๋กะพริบปริบๆ อย่างงุนงง
แต่ก่อนที่วิญญาณตนนั้นจะได้ส่งเสียงกรีดร้องหรือแสดงฤทธิ์เดชใดๆ ออกมา ประตูไม้บานยักษ์หน้าห้องสมุดก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังปราณอันมหาศาล!
*ปัง!*
เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มคุ้นตา อาจารย์สิงหายืนอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก
"ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนรื่นรมย์ของคุณกับ 'เจ้าบ้าน' สินะคะ รินทร์?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังกดดันจนวิญญาณสาวตนนั้นถึงกับถอยร่นไปสามก้าว
รินทร์หันกลับไปสบตากับอาจารย์หนุ่ม เธอยกสมุดบันทึกในมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็นหลักฐานความสำเร็จ ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างมั่นใจ
"ไม่เลยค่ะ อาจารย์... กำลังสนุกเลยทีเดียวเชียว"
*ติ๊ง!*
[ภารกิจหลัก: "ห้องสมุดต้องห้าม" สำเร็จลุล่วง!]
[ระบบปลดล็อกเงื่อนไขลับ: บันทึกหน้าสุดท้ายของตระกูลรังสิตเชื่อมโยงกับ 'สัญญาเลือด' ที่อาจารย์สิงหาปกปิดไว้]
[คำเตือนสุดท้าย: จงระวังคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณ... เพราะเขาไม่ใช่ 'อาจารย์สิงหา' ตัวจริง]
รินทร์ชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อเธอก้มลงมองเงาที่ทอดลงบนพื้น... เงาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ ไม่มีศีรษะ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 12
ห้องสมุดต้องห้าม
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!