เซียนเกษตรสาวกับนายทหารป่าผู้หวงสวน•ตอนที่ 3

เพื่อนบ้านผู้เย็นชา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"รอดูกันว่า... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคลานออกจากบ้านหลังนี้" คำประกาศกร้าวของศิลายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าหลินอิงกลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านไม้เก่าคร่ำคร่าด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินหายไปท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาลอย่างพิจารณา สำหรับคนอื่น ศิลาอาจเป็นอดีตนายทหารป่าผู้มีรัศมีน่าเกรงขาม ใบหน้าคมเข้มดุร้ายราวกับพยัคฆ์ร้ายในป่าลึก และวาจาเชือดเฉือนที่พร้อมจะผลักไสทุกคนให้ออกไปจากอาณาเขตของเขา แต่สำหรับหลินอิง... ผู้ผ่านโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บและการหักหลังมาอย่างโชกโชน ผู้ชายคนนี้ก็เป็นเพียงแค่ 'แมวป่าพยศ' ตัวหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนให้เชื่องเท่านั้นเอง สายฝนที่โปรยปรายลงมาปรอยๆ ตั้งแต่หัวค่ำ บัดนี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุฝนฤดูร้อน เม็ดฝนหนาทึบซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องเก่าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ความชื้นและกลิ่นไออุ่นของดินหลังฝนตกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลินอิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าสู่ภายในบ้าน แสงไฟนีออนสีส้มสลัวส่องกระทบข้าวของที่ถูกจัดระเบียบใหม่จนสะอาดตา แม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ด้วยความสามารถพิเศษจากระบบคลังมิติที่เธอครอบครอง เพียงแค่ชั่วข้ามคืน พื้นที่รกร้างและตัวบ้านบางส่วนก็ได้รับการฟื้นฟูจนสะอาดสะอ้านและปลอดภัยจากสัตว์เลื้อยคลาน "แหม... อากาศน่านอนเสียจริง แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องประท้วงเสียแล้วสิคะ" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางยกมือขึ้นลูบท้องแบนราบของตนเอง มื้อเย็นวันนี้เธอยังไม่ได้ทานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเนื่องจากมัวแต่เคลียร์พื้นที่รอบบ้านและจัดระเบียบเมล็ดพันธุ์พืชในระบบมิติ ร่างเพรียวบางเดินตรงไปยังห้องครัว เลิกผ้าพลาสติกเก่าๆ ขึ้นเพื่อเปิดระบบคลังมิติส่วนตัว ในพริบตาเดียว แสงสีฟ้าอ่อนก็ทอประกายวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับปรากฏวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอแอบเก็บสะสมไว้ เนื้อหมูสามชั้นติดมันแทรกชั้นสวยงามราวกับงานศิลปะ หัวไชเท้ารสหวานฉ่ำ เห็ดหอมแห้งดอกโต และขิงแก่สดใหม่จากมิติพิเศษ ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึกดื่นขณะที่เธอกำลังเตรียมตั้งหม้อตุ๋นยาจีนเพื่อขับความหนาวเย็นออกจากร่างกาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังแทรกเสียงสายฝนเข้ามาใกล้ประตูกรั้วบ้าน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด ไม่มีการลังเล หลินอิงขมวดคิ้วเล็กน้อยยามเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง ดึกป่านนี้แล้ว... ใครกันที่จะบุกฝ่าพายุฝนมาถึงหน้าบ้านของเธอ? หรือจะเป็นพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ยังไม่เข็ดหลาบจากเหตุการณ์เมื่อวาน? หญิงสาวก้าวเท้าเดินไปยังประตูช้าๆ มือเรียวคว้าท่อนไม้สั้นๆ ที่วางไว้ข้างประตูขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัว ทว่าเมื่อเปิดประตูแง้มออกมองผ่านความมืดและม่านฝนหนาทึบ ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องชะงักง้าง ร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เสื้อกันฝนสีเขียวเข้มเปียกโชกไปด้วยหยาดน้ำฝน เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบไปกับกรอบหน้าคมคายหยาดหยดน้ำไหลผ่านสันจมูกโด่งเป็นสันและแนวคางครึ้มหนวดเครา ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลินอิงมากที่สุด ไม่ใช่ความเปียกปอนของเขา หากแต่เป็นห่อใบตองขนาดใหญ่ในมือแกร่งที่ถูกประคับประคองไว้อย่างระมัดระวังราวกับมันคือของล้ำค่า "คุณ..." หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานเจือความแปลกใจเล็กน้อย ศิลาไม่ได้เอ่ยคำทักทายใดๆ ดวงตาสนิทคมกริบคู่นั้นมองลอดผ่านความมืดมายังร่างบางที่ยืนขวางประตูอยู่ เขาจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตชายคาบ้านโดยไม่รออนุญาต กลิ่นอายความชื้นของฝนปะปนกับกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ชายร่างใหญ่โชยเข้าจมูก "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ล็อคประตูให้ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นห้วนๆ แต่เจือไปด้วยความกระด้างที่แฝงความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน "ถ้าเป็นพวกโจรภูเขาหรือสัตว์ป่าลงมาหากิน... เธอคงไม่แคล้วได้กลายเป็นอาหารมันไปเสียก่อน" "ขอบใจในความหวังดีนะคะนายทหาร แต่ฉันดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่คุณคิด" หลินอิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ว่าแต่... ดึกดื่นฝนตกหนักขนาดนี้ คุณบุกมาเคาะประตูบ้านฉันถึงที่นี่ มีธุระอะไรด่วนงั้นหรือคะ หรือว่า... คิดถึงฉันจนนอนไม่หลับ?" ประโยคหยอกเย้าทีเล่นทีจริงนั้นทำให้ใบหน้าคมเข้มของศิลาชะงักไปชั่วขณะ สันกรามขบเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย หลินอิง" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "ฉันแค่เห็นว่าควันไฟจากปล่องไฟบ้านเธอมันส่งกลิ่นประหลาด... แล้วก็เกรงว่าคนเมืองอย่างเธอจะก่อไฟจนบ้านไม้เก่าๆ หลังนี้ไหม้เกรียม ลามไปถึงผืนป่าสงวนของฉันเสียมากกว่า" พูดจบ ศิลาก็ยื่นห่อใบตองในมือมาตรงหน้าเธออย่างไม่ใส่ใจนัก "นี่อะไรคะ?" หลินอิงก้มมองห่อใบตองที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นทะลุออกมาเตะจมูก "ปลาช่อนนาเผาเกลือยัดไส้สมุนไพรป่า..." ศิลาตอบเสียงเรียบ หลุบตามองพื้นไม้เบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยราวกับไม่อยากสบตาเธอนานนัก "ฉันทำเกินกิน... วางไว้ก็เน่าเสียเปล่าๆ ถ้าเธอไม่อยากกินจะโยนทิ้งให้หมูก็ตามใจ" หลินอิงกะพริบตาปริบๆ ยามมองห่อใบตองอุ่นๆ ในมือที่ส่งกลิ่นหอมของตะไคร้ ใบมะกรูด และเนื้อปลาสดๆ ชวนน้ำลายสอ ท่าทีเก้ๆ กังๆ ของอดีตนายทหารป่าผู้เย่อหยิ่งคนนี้ ช่างขัดแย้งกับคำพูดผลักไสเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มคนนี้ปากแข็งยิ่งกว่าหินผา แต่การกระทำกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง "ปากบอกว่าให้เอาไปให้หมูกิน... แต่ทำไมถึงตั้งใจเลือกปลาตัวที่เนื้อแน่นที่สุดแถมยังยัดไส้สมุนไพรแก้หวัดมาให้อย่างพิถีพิถันแบบนี้ล่ะคะ ร้อยเอกศิลา?" หลินอิงเอ่ยแซؤพร้อมกับยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความรู้ทัน ศิลาสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็วภายใต้เงาแสงไฟสลัว เขารีบชักมือกลับแล้วกอดอกทันทีเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "เธอกำลังเพ้อเจ้ออะไร ใครพิถีพิถันเพื่อเธอกัน!" ศิลาเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอาย "ฉันแค่มือหนักทำอาหารเหลือต่างหากเล่า! พรุ่งนี้เช้า... อย่าลืมเอาใบตองมาคืนด้วย!" ทว่า ในวินาทีที่ศิลาหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินฝ่าสายฝนกลับออกไปนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะไม้ใกล้ครัวเรือน แสงไฟสาดส่องกระทบเข้ากับวัตถุดิบสีสันสดใสและหม้อดินเผาใบเล็กที่กำลังส่งไอความร้อนกรุ่น พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและสมุนไพรจีนที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง กลิ่นหอมนั้นช่างละมุนละไม ล้ำลึก และทรงพลังเสียจนแม้แต่พายุฝนโหมกระหน่ำก็ไม่อาจกลบกลิ่นความอร่อยนี้ลงได้ ศิลาชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอดอย่างไม่รู้ตัว หลินอิงสังเกตเห็นอาการนั้น เธอแอบยิ้มร้ายในใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคตัดพ้อด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมที่ชวนให้คนฟังใจสั่นสะท้าน "แหม... อากาศหนาวๆ แบบนี้ ถ้าได้ทานซุปรากบัวตุ๋นร้อนๆ ฝีมือฉันสักถ้วย คงจะช่วยคลายความหนาวไปได้เยอะทีเดียว น่าเสียดายจังนะคะ... ที่ทำไว้หม้อใหญ่ขนาดนี้ แต่ดันมีคนปากแข็งแถวนี้ปฏิเสธความหวังดีเสียแล้ว..." ศิลาหันขวับกลับมามองหน้าหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยแผนการของเธอ *** [CLIFFHANGER HOOK - จุดพลิกผันส่งท้ายตอน] *** ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่กลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตัดสินใจก้าวถอยหลังกลับเข้ามาในบ้าน ปิดประตูเสียงดังปังแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าอย่างไร้ยางอาย พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาที่ซ่อนความรั้นเอาไว้เต็มเปี่ยม "ใครบอกว่าจะปฏิเสธ... ตักมาถ้วยหนึ่งสิ หลินอิง!" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารป่าผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%