"สัญญาโอนที่ดินฉบับนี้ ประทับลายนิ้วมือของแม่แกไว้เรียบร้อยแล้ว หลินอิง! อย่ามาทำเป็นไขสือ ถือว่าพวกฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ ถึงเวลาต้องไสมือออกไปจากเรือนหลังนี้เสียที!"
เสียงตบโต๊ะดังปังจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากขื่อไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาบความจนลอยคลุ้งผสมปนเปกันในอากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าว
หลินอิงกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยยังคงแล่นริ้วราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ แต่สมองที่เคยหมุนเร็วจี๋ระดับซีอีโอหญิงพันล้านกลับประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างทะลุปรุโปร่งในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
เธอยังไม่ตาย... แต่ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวไร่ผู้อ่อนแอ นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ป้าสะใภ้ใหญ่ 'หวังชุ่ยฮวา' ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าอ้วนพลีบิดเบี้ยวด้วยความโลภ ด้านข้างมีลุงใหญ่ 'หลินต้าเฉิง' นั่งสูไปป์หน้าตาเฉย ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งคู่กำลังฮุบที่ดินทำกินสามไร่สุดท้าย ซึ่งเป็นมรดกชิ้นเดียวที่พ่อแม่ผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้
"ตลกสิ้นดีค่ะ..." หลินอิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก
"แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!" หวังชุ่ยฮวาแหลมเสียงขึ้นด้วยความตกใจ ปกติแล้วหลินอิงคนเก่าเป็นคนหัวอ่อน ขี้ขลาดตาขาว ร้องไห้เก่งยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่วันนี้แววตานู่นกลับว่างเปล่าและคมปลาบจนนางรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ฉันบอกว่ามันตลกไงคะ ลายมือบนกระดาษแผ่นนั้นน่ะ เป็นรอยนิ้วมือของแม่ฉันจริงหรือไม่ยังไม่รู้เลย หรือต่อให้ใช่... การที่พวกท่านยกโขยงมาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลแบบนี้ มันเข้าข่ายข้อหาบุกรุกและปลอมแปลงเอกสารทางราชการนะคะ อยากไปนอนคุยกับศาลสักคืนสองคืนไหมล่ะคะ ฉันยินดีสงเคราะห์พาไปส่งให้ถึงหน้าห้องขังเลย"
หลินอิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายนี้จะผอมบางและขาดสารอาหาร แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้สองสามีภรรยาตระกูลหลินถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"นัง... นังเด็กอกตัญญู! พ่อแม่แกตายไปเป็นผีหมดแล้ว พวกฉันเลี้ยงพวกแกมาจนโต แค่ที่ดินสามไร่นี้เพื่อแลกกับพระคุณข้าวแดงแกงร้อน มันแปลกตรงไหนวะ!" หลินต้าเฉิงทนไม่ไหว พ่นควันไปป์ลงพื้นอย่างหัวเสีย พลางส่งสัญญาณให้ภรรยาพุ่งเข้าไปแย่งโฉนดในมือของหญิงสาว
"พระคุณเหรอคะ? ข้าวสารสักเม็ด ผักสักหัว พวกท่านเคยหยิบยื่นให้ตอนที่เราอดอยากปากแห้งด้วยหรือเปล่า มีแต่จะมาขูดรีดเอาเงินค่าทำศพพ่อแม่ฉันไปเล่นการพนันต่างหากล่ะคะ!" หลินอิงขยับตัวหลบมืออวบอ้วนของหวังชุ่ยฮวาได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับปลาไหล แรงกดดันจากวิญญาณนักธุรกิจสาวผู้ผ่านสมรภูมิการค้ามาโชกโชนถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ความเงียบสงบของผืนป่าด้านนอกก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูเรือน
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดทหารเก่าๆ ปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจางๆ ใบหน้าคมเข้มดุร้ายราวกับพยัคฆ์ร้ายแห่งขุนเขา นัยน์ตาสีเข้มดั่งห้วงน้ำลึกกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยสายตานิ่งสนิท แต่กลับสร้างความหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจได้ทันทีที่สบตา
"เสียงดังอะไรกันในเขตบ้านของฉัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ศิลา... นายทหารปลดประจำการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสันโดษและดุร้าย ขยับเข้ามาขวางกั้นระหว่างหลินอิงกับสองสามีภรรยาตระกูลหลินเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาดุคู่นั้นก้มลงมองหญิงสาวด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องเขม็งใส่ผู้รุกราน
หวังชุ่ยฮวาหน้าซีดเผือด รู้กิตติศัพท์ความเถื่อนของชายหนุ่มคนนี้ดี จึงรีบดึงแขนสามีแล้วกล่าวเสียงสั่น "ระ... เราแค่มาคุยธุระกับหลานสาว แกอย่ามายุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่นนะ!"
"ครอบครัว?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนน่ากลัว "คนหน้าด้านที่มารุมรังแกเด็กผู้หญิงตัวคนเดียว สมควรเรียกว่าญาติงั้นเหรอ? ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วใช้กฎของป่าจัดการพวกแกแทนกฎหมาย"
บรรยากาศรอบตัวกดดันถึงขีดสุด หลินต้าเฉิงหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธแต่ไม่กล้ามีปากเสียงกับศิลา จึงได้แต่ฮึดฮัดแล้วลากภรรยาถอยร่นออกไปพร้อมคำอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะนังอิง แกกับไอ้บ้านี่เตรียมตัวอดตายได้เลย!"
เมื่อร่างของสองสามีภรรยาหายลับไปจากรั้วบ้าน ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง หลินอิงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความเหนื่อยล้าแล่นริ้วเข้ามาเกาะกุมจิตใจ ทว่าในวินาทีที่เธอหันกลับไปสบตากับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เสียงแจ้งเตือนใสๆ อันเป็นความลับสูงสุดของเธอก็พลันดังขึ้นในหัวสมอง
[ติ๊ง! ระบบคลังมิติเกษตรอัจฉริยะเปิดใช้งานสำเร็จ...]
[ตรวจพบพลังงานธรรมชาติรอบตัวระดับสูง เริ่มต้นการซิงโครไนซ์แปลงเกษตรขั้นที่ 1]
[ปลดล็อกของรางวัลต้อนรับ: เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีมิติพิเศษ 1 ถุง และน้ำพุวิเศษฟื้นฟูร่างกาย]
หลินอิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ยุคสมัยแห่งความยากจนข้นแค้นและถูกรังแกได้จบลงแล้ว ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งระบบโกงๆ และสามีกล้ามโตหน้าดุแต่ท่าทางพึ่งพาได้คนนี้...
เธอจะพลิกผืนดินแห้งแล้งนี่ให้กลายเป็นดินแดนสวรรค์ที่รวยที่สุดในแผ่นดินให้ดู!
ทว่า... ในขณะที่หลินอิงกำลังคำนวณแผนการทำเงินล้านในหัว ศิลากลับหันขวับมามองเธอด้วยสายตาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่เขาจะยื่นมือหนาออกคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้โดยไม่ทันให้ตั้งตัว
"ตามมานี่..." น้ำเสียงทุ้มห้วนเอ่ยสั่งห้วนๆ "เธอผอมจนแทบจะปลิวลมอยู่แล้ว วันนี้ถ้าฉันไม่ต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าหม้อใหญ่ให้เธอกินจนหมดชาม อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกไปไหนเด็ดขาด!"
กระท่อมไผ่ริมธาร ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะคะ!
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารป่าผู้หวงสวน•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างที่น่าเวทนา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารป่าผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!