มือกีตาร์หน้านิ่งกับยัยเสียงใสสายสตรีม•ตอนที่ 1

เสียงดนตรีที่ไม่อยากฟัง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ฉันไม่ทำ." กระดาษปึกหนาในมือของอาจารย์ที่ปรึกษาแทบจะยับยู่ยี่ด้วยแรงบีบจากปลายนิ้วเรียวสวย พายอาร์—หรือพิมพ์รตา นักศึกษานิเทศศาสตร์ปีสี่ผู้มียอดผู้ติดตามในช่องสตรีมมิ่งทะลุหลักแสน—กำลังจ้องมองใบรายชื่อโปรเจกต์จบการศึกษาราวกับมันคือเอกสารมรณะ "ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธครับคุณพิมพ์รตา หัวข้อ 'การผลิตสื่อผสมผสานบทเพลงร่วมสมัย' ทางคณะดุริยางคศิลป์เขาอนุมัติงบมาแล้ว และนี่คือรายชื่อพาร์ทเนอร์ข้ามคณะที่คุณต้องทำงานด้วยร่วมกันตลอดสองภาคการศึกษา" อาจารย์สมชายดันแว่นขึ้นสันจมูก พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมา พายอาร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน เธอไม่ได้กลัวงานยาก งานตัดต่อสตูดิโอโต้รุ่งสามวันสามคืนเธอก็ผ่านมาแล้ว แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวงาน... มันอยู่ที่ชื่อเจ้ากรรมนายเวรตัวเบ้อเริ่มที่พิมพ์ตัวหนาหราอยู่บรรทัดสุดท้ายต่างหาก *ธีรดนย์ กิตติวัฒนากุล* มือกีตาร์ปีสี่แห่งคณะดุริยางคศิลป์ เจ้าของฉายา 'เจ้าชายน้ำแข็ง' ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่ง ปากร้าย และเกลียดการทำงานร่วมกับคนนอกคณะยิ่งกว่าอะไรดี "ทำไมต้องเป็นหมอนี่คะอาจารย์? คณะดุริยางค์มีคนอื่นตั้งร้อยคน หรือแม้แต่เด็กปีหนึ่งที่เพิ่งจับปิ๊กกีตาร์เป็นก็ยังน่าคบกว่าอีตาธีร์อะไรนี่เลยค่ะ" พายอาร์โต้กลับเสียงแข็ง ไม่มีความเกรงใจหลงเหลืออยู่เมื่อความหงุดหงิดพุ่งทะยานถึงขีดสุด "เพราะโปรเจกต์นี้ต้องการคนที่มีทักษะเฉพาะตัวสูง และทางนั้นก็เป็นคนเลือกคุณมาเองด้วย" ประโยคหลังทำเอาพายอาร์ชะงัก เปลือกตาที่กำลังจะกระพริบแข็งค้าง สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงงานเทศกาลดนตรีของมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนก่อน ที่เธอเคยเผลอวิจารณ์ทักษะการเล่นกีตาร์ของเขาผ่านสตรีมสดจนเป็นไวรัล... เลือกเธอเนี่ยนะ? เลือกมาเพื่อฆ่าให้ตายคาห้องอัดชัดๆ! "เขาไม่ได้เลือกฉันเพื่อทำงานร่วมกันหรอค่ะอาจารย์ เขาเลือกเพื่อหาเรื่องฟ้องร้องหมิ่นประมาทต่างหาก" พายอาร์พึมพำลอดไรฟัน ขณะกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ผมจัดห้องประชุมเล็กไว้ให้พวกคุณเคลียร์รายละเอียดกันแล้ว เชิญครับ" อาจารย์สมชายตัดบทด้วยการโบกมือไล่อย่างไม่ไยดี ปิดทางปฏิเสธทุกรูปแบบ พายอาร์เดินกระแทកส้นเท้าออกจากห้องพักอาจารย์ด้วยความรู้สึกคุุกรุ่นเหมือนกาน้ำร้อนที่กำลังเดือดจัด เส้นผมสีน้ำตาลประกายทองยาวสลวยสะบัดตามจังหวะก้าวเดินที่ดุดัน เธอผลักประตูห้องประชุมกระจกฝ้าที่อยู่สุดทางเดินออกอย่างแรง โดยไม่ได้สนใจเลยว่าข้างในจะมีใครรออยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ธีร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวยาว แสงไฟนีออนจากเพดานตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและกรอบหน้าคมคายที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับเย็นเยียบราศีกุมภ์แช่แข็ง นิ้วเรียวยาวกำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงเร็วสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเขามานั่งรออยู่ก่อนแล้ว และดูเหมือนจะรอนานจนเริ่มรำคาญ "มาช้าไปสามนาทีสิบสี่วินาที" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองจากสมาร์ตโฟนในมือ "นอกจากจะเสียงน่ารำคาญในจอแล้ว เวลาจริงก็ยังตรงต่อเวลาน้อยกว่าที่คิดนะ... คุณสตรีมเมอร์" คำทักทายแรกซัดเข้าที่หน้าผากพายอาร์อย่างจังจนเลือดขึ้นหน้า เธอก้าวฉับๆ เข้าไปยืนประชิดโต๊ะประชุม วางกระเป๋าแบรนด์เนมกระแทกเสียงดังลั่นจนข้าวของข้างในสั่นสะเทือน "ฉันไม่ได้มาสาย ฉันแค่แวะไปคุยเหตุผลร้อยแปดกับอาจารย์เพื่อที่จะไม่ต้องมานั่งหายใจร่วมห้องกับนายต่างหากล่ะ นายธีร์!" พายอาร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยจ้องเขม็งไม่ยอมหลบ "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นศาลพระภูมิเฝ้าตึกดุริยางค์แล้วหุบปากแซะคนอื่นสักที ถ้าไม่อยากทำโปรเจกต์นี้ก็ไปบอกอาจารย์ซะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากเอาชื่อเสียงตัวเองมาพังเพราะโปรดิวเซอร์หน้าตายอย่างนายเหมือนกัน!" ธีร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเคือง แต่มันคือสายตาที่แสดงถึงความ "ดูถูก" อย่างแนบเนียนที่สุด ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พายอาร์เกลียดผู้ชายคนนี้เข้าไส้ "พูดจบหรือยัง?" ธีร์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "ถ้าพ่นน้ำลายใส่หน้าฉันเสร็จแล้ว ก็กรุณานั่งลงแล้วเปิดแท็บเล็ตดูไฟล์งานที่ฉันส่งให้ซะ เวลาของฉันมีค่ามากกว่าจะมานั่งฟังเด็กนิเทศบ่นงอแงเหมือนไม่เคยทำงานกลุ่ม" "นี่นาย!" พายอาร์สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์ไม่ให้คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าหล่อๆ นั่น "ปากแบบนี้เหรอที่จะต้องมาเป็นพาร์ทเนอร์กับฉัน? บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ยอมก้มหัวให้คนที่เอาแต่หยิ่งยโสโอหังเด็ดขาด" "ก็ไม่มีใครบอกให้เธอก้มหัวนี่" ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม ความสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขาทำให้พายอาร์ต้องเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมอง แม้เธอจะไม่ยอมถอยหลังสักก้าวเดียวก็ตาม "แต่อย่าลืมว่าในโปรเจกต์นี้... ฉันคือคนคุมคะแนนดิบทั้งหมด ถ้าผลงานเพลงของเธอออกมาห่วยแตกเพราะมัวแต่ห่วงสวยหรือห่วงสตรีม... ฉันนี่แหละจะเป็นคนเซ็นตก เธอก็จะเรียนไม่จบ... เข้าใจไหม?" ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้จนเกินความจำเป็น ธีร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ ชั่ววินาทีนั้น ความกวนประสาทเมื่อครู่คล้ายถูกแทนที่ด้วยประกายบางอย่างที่ลึกล้ำและอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา พายอาร์หัวใจกระตุกวูบโดยไม่ทราบสาเหตุ เธออยากจะถอยหนี แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนขาเรียวตรึงอยู่กับที่ มือเล็กกำหมัดแน่นข้างลำตัว "ถ้านายกล้าให้ฉันตก..." พายอาร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกดความสั่นเทาในน้ำเสียงไม่ให้เขาจับพิรุธได้ "ฉันจะแฉเบื้องหลังห้องอัดของนายให้โลกรู้ว่ามือกีตาร์เทวดาคนนี้มีนิสัยแย่แค่ไหน" ธีร์ไม่สะทกสะท้าน เขายกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย—เป็นรอยยิ้มหยันที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "เอาสิ... ลองดูว่าระหว่างความลับของฉัน กับเกรดเฉลี่ยของเธอ... อะไรมันจะพังเร็วกว่ากัน" พูดจบ ธีร์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินผ่านไหล่เธอไปเพื่อออกจากห้อง แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะของพายอาร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ และมันไม่ใช่เสียงธรรมดา แต่มันคือเสียงไลฟ์สตรีมของเธอที่ยังเปิดคาไว้ และเสียงใสๆ ของเธอก็กระจายก้องไปทั่วห้องประชุมเงียบสงบ *‘ทุกคนคะ วันนี้ฉันเจอแจ็กพอตโลกแตก...’* พายอาร์หน้าถอดสี รีบพุ่งตัวไปคว้ามือถือเพื่อจะปิดมัน แต่เพราะความรีบร้อน ข้อเท้าของเธอจึงสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ ร่างเพรียวเซถลาล้มลงไปข้างหน้าอย่างหมดท่า ทว่า... ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกพื้นเย็นเฉียบ ท่อนแขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงดึงเธอกลับเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือจ่นกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก พายอาร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของคนที่เธอเพิ่งจะประกาศสงครามไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ขณะที่ธีร์เองก็ชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกันจนรู้สึกได้ ดวงตาสีดำสนิทของธีร์ก้มลงมองสบตาเธอ นิ่งสนิทไร้คำพูดใดๆ แต่วินาทีนั้น... เสียงเพลงบรรเลงจากโทรศัพท์มือถือที่ยังคงดังคลอเบาๆ กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ขับเน้นความเงียบงันและความใกล้ชิดอันตรายนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น "ซุ่มซ่ามแบบนี้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูเธอ แผ่วเบาจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองชุด "แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้ฉัน... พิมพ์รตา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทแรกด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มือกีตาร์หน้านิ่งกับยัยเสียงใสสายสตรีม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%