กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่สะสมมานานนับทศวรรษ คือสิ่งแรกที่ทักทายโสตประสาทของผมทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตสถานีรถไฟร้างสายเหนือแห่งนี้
"อย่าก้าวไปทางนั้น อคิน พื้นไม้ตรงจุดสามนาฬิกาผุกร่อนจนแทบไม่เหลือเนื้อไม้แล้ว น้ำหนักตัวนายอาจทำให้ตกลงไปชั้นใต้ดินที่มีซากรางรถไฟเก่าขึ้นสนิมรออยู่ได้นะ"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นจากทางด้านหลัง ดร.รินรดา อาจารย์สาวผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและผู้ร่วมชะตากรรมในคดีนี้ก้าวตามมาติดๆ เธอยังคงสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มตัวโปรด มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังถือแท็บเล็ตเฉพาะทางที่หน้าจอแสดงกราฟฟิกคลื่นพลังงานความร้อนสีแดงฉานสลับกับสีฟ้าเข้ม ค่าความหนาแน่นของออกซิเจนในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้กำลังลดลงอย่างน่าใจหาย
ผมหยุดฝีเท้าลง ปรับแว่นสายตาบนสันจมูกด้วยความคุ้นชิน พลางกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ประตูห้องควบคุมนายสถานีเก่าถูกล็อกตายด้วยโซ่เหล็กขึ้นสนิมหนาเตอะจาก *ด้านใน* ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หน้าต่างทุกบานถูกตอกปิดตายด้วยแผ่นไม้กระดานหนา และที่สำคัญที่สุด... ร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกำลังนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานไม้สักทองในนั้น โดยมีกุญแจดอกเดียวของห้องตกอยู่ใกล้กับมือที่แบออกราวกับทุกอย่างถูกจัดวางไว้โดยผู้กำกับละครเวทีผู้ไร้ซึ่งความปรานี
นี่คือคดี "ห้องปิดตาย" สมบูรณ์แบบครั้งแรกที่กรมตำรวจส่งเรื่องลับมาให้ผมช่วยคลี่คลายอย่างไม่เป็นทางการ
"คุณริน คิดว่ารอยกรีดบนวงกบประตูนั่นเกิดจากอะไรครับ แรงดันอากาศหรือรอยมีดสั้น?" ผมเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมาย
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองร่องรอยความผิดปกติบนบานประตูไม้เนื้อแข็ง เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้หลวมๆ ปรกข้างแก้มยามที่เธอขยับตัว กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ลอยแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง" เธอกล่าวเสียงเรียบ นิ้วเรียวแตะลงบนรอยแยกเล็กๆ นั้น "นี่คือร่องรอยการบิดเบี้ยวของสนามแม่เหล็กในพื้นที่จำกัด แรงกระทำระดับนี้ต้องใช้พลังงานความร้อนสูงมาก ซึ่งขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมที่หนาวเหน็บนี่โดยสิ้นเชิง... พูดง่ายๆ ก็คือ มีบางอย่างฝืนกฎฟิสิกส์เพื่อเปิดช่องว่างระหว่างมิติขึ้นมาในห้องนี้ช่วงเวลาสั้นๆ"
ฟิสิกส์เชิงซ้อน... เรื่องเหลพเพ้อเจ้อที่คนทั่วไปมองว่าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันกลับเป็นความจริงอันโหดร้ายที่ผมต้องเผชิญนับตั้งแต่คืนวันที่ครอบครัวของผมหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน
ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปสำรวจวงกบประตูให้ละเอียดขึ้นนั้นเอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ดังก้องขึ้นภายในหัวสมอง ไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอก แต่มันดังมาจากโสตสัมผัสลึกๆ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นราวกับมีกลไกนาฬิกาโบราณกำลังหมุนเฟืองเข้าที่
[ระบบ 'ตาแห่งความจริง' ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]
[ตรวจพบความผิดปกติระดับ S: คดีฆาตกรรมในพื้นที่เหลื่อมล้ำมิติ]
[เงื่อนไขการปลดล็อกทักษะขั้นที่ 1: ค้นหาจุดเชื่อมโยงระหว่าง "เหยื่อ" และ "ผู้สร้างห้องปิดตาย" ภายในเวลา 10 นาที]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียความทรงจำระยะสั้นเกี่ยวกับเบาะแสสำคัญที่สุดของคดี]
หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามปรากฏขึ้นตรงหน้าผมทันที ตัวอักษรเรืองแสงสีทองวิ่งผ่านม่านตาอย่างรวดเร็ว หัวใจของผมเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่อัดแน่นจนเกือบจะทะลักออกมาจากอก ระบบที่ผมเคยคิดว่าเป็นเพียงภาพหลอนจากความเครียดสะสม บัดนี้มันได้แสดงตัวตนอย่างชัดเจน พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่เริ่มกระพริบเตือน... 09:59... 09:58...
รินรดาหันขวับมามองผมทันที ราวกับเธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสนามพลังรอบตัวผม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ
"อคิน... สีตาของนาย..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว
ม่านตาสีดำสนิทของผมในยามนี้กำลังสะท้อนแสงเรืองรองของอักขระโบราณที่หมุนวนเป็นวงกลมซ้อนทับกันถึงสามชั้น
และก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟด้านหลัง ความมืดมิดของสถานีร้างไม่ได้มีเพียงแค่เราสองคนอีกต่อไปแล้ว...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
บันทึกคดีข้ามมิติกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 1
ตาที่มองเห็นความจริง
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีข้ามมิติกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!