บันทึกคดีข้ามมิติกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 7

ห้องสมุดต้องห้าม

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"อย่าแตะชั้นหนังสือมุมขวานั้นเด็ดขาด ถ้าคุณยังไม่อยากให้อวัยวะภายในของคุณถูกรีเซ็ตกลับไปอยู่ในสภาพเซลล์ตั้งต้น" น้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงอำนาจของ ดร.รินรดา ดังแทรกความเงียบงัดขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในลำแสงสีสลัว อคินชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสสันปกหนังสีดำสนิท ห่างจากเป้าหมายเพียงไม่ถึงเซนติเมตร สัญชาตญาณนักสืบของเขาร้องเตือนภัยลั่นผ่านระบบเนตรสวรรค์ที่ปรากฏตัวเลขสีแดงกระพริบเตือนระดับอันตรายขั้นวิกฤตบนเรตินา ผมค่อยๆ ลดมือลงอย่างระมัดระวัง พร้อมกับหันไปสบตากับอาจารย์สาวผู้ยืนกอดอกพิงชั้นไม้มะฮอกกานีโบราณ แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากเพดาน เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและร่องรอยความกังวลที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น ที่นี่คือ "ห้องสมุดต้องห้าม" พื้นที่ลับใต้ดินชั้นที่เจ็ดของมหาวิทยาลัย ที่ซึ่งประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในตำราเรียนทั่วไป แต่ถูกกักขังไว้ด้วยพันธนาการแห่งกาลเวลาและอักขระเวทโบราณ การก้าวเข้ามาที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นบันไดขั้นสำคัญในการไขปริศนาการหายตัวไปของครอบครัวผม และการปลดล็อกขีดจำกัดของระบบที่ซ่อนอยู่ในร่างกายนี้นะครับ "ผมแค่อยากรู้ว่า เอกสารวิจัยชิ้นที่เชื่อมโยงกับ 'ประตูมิติรอยแยก' เมื่อสิบปีก่อนถูกเก็บไว้ที่ไหนต่างหากล่ะครับ อาจารย์รินรดา" ผมเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมุ่งมั่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รินรดาถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางกะพริบลงช้าๆ ก่อนจะเดินนำลึกลงไปในทางเดินแคบๆ ที่ถูกบดบังด้วยชั้นหนังสือสูงตระหง่านราวกับเขาวงกต "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักสืบ แต่อคิน... ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละที่มักจะส่งคนไปยมโลกเร็วกว่ากำหนด ตามฉันมาสะ อย่าเดินออกนอกเส้นสีทองบนพื้นเด็ดขาด" ผมก้มมองพื้นคอนกรีตที่มีเส้นเรืองแสงสีทองจางๆ ทอดตัวยาวคดเคี้ยวไปตามชั้นหนังสือ มันคือเขตอาคมที่ถูกลงอักขระไว้เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่ได้รับเชิญ หรือบางที... อาจจะป้องกันไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้างในหลุดรอดออกไปต่างหาก บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองและเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหินแกรนิต ระบบภายในหัวของผมส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ เป็นระยะ *[ติ๊ง! ตรวจพบสนามพลังงานความหนาแน่นสูงในรัศมี 10 เมตร]* *[คำเตือน: อัตราการไหลของเวลาในพื้นที่นี้มีความผันผวน 3.5% แนะนำให้ผู้ใช้รักษาสมาธิระดับสูง]* ผมกวาดสายตามองเอกสารวิจัยโบราณที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบในตู้กระจกนิรภัย บางเล่มเป็นสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าที่มีคราบคล้ายรอยไหม้ บางแผ่นเป็นแผ่นศิลาจารึกที่มีอักขระแปลกประหลาดซึ่งไม่อาจพบเจอได้ในตำราฟิสิกส์ยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ล้วนตะโกนบอกความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือโลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นเพียงเปลือกนอกที่เปราะบาง และมีมิติอื่นซ้อนทับอยู่มากมายอย่างคาดไม่ถึง "ถึงแล้ว..." รินรดาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานไม้โบราณตัวใหญ่ บนโต๊ะมีกองเอกสารกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางแสงเทียนที่ยังคงลุกโชนอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ไม่มีใครเข้ามาทำความสะอาดที่นี่มานานแรมปี เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าแฟ้มหนึ่งมาให้ผม หน้าปกมีตราประทับรูปนาฬิกาทรายกลับหัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ผมพบในห้องทำงานของพ่อก่อนที่ท่านจะหายตัวไป "นี่คือบันทึกการทดลองชุดสุดท้ายของศาสตราจารย์ไพศาล... พ่อของคุณ" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่ผมด้วยความเห็นใจที่ถูกเก็บงำไว้ลึกซึ้ง "ท่านไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อคิน แต่ท่าน 'ก้าวข้าม' ไปยังอีกฟากหนึ่งของรอยแยกเพื่อตามหาบางสิ่ง... หรือบางคน" ผมรับแฟ้มเอกสารนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้วเมื่อสัมผัสกับกระดาษเก่าๆ เหล่านั้น ภาพความทรงจำในวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว สม صوتของพ่อที่เคยสอนให้ผมมองโลกด้วยตรรกะและเหตุผล คำพูดที่ว่า 'ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ แม้ว่าความจริงนั้นจะซ่อนอยู่ต่างมิติก็ตาม' ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ผมค่อยๆ เปิดแฟ้มออก หน้ากระดาษแผ่นแรกปรากฏภาพถ่ายขาวดำของกลุ่มนักวิจัยยืนอยู่หน้าโครงสร้างโลหะขนาดมหึมาที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า และในมุมหนึ่งของภาพนั้น ผมเห็นเงาสลัวของร่างหนึ่งที่ไร้ใบหน้า... ร่างของผู้หญิงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เธอคนนั้นยืนอยู่เคียงข้างพ่อของผมในวันที่เกิดโศกนาฏกรรม หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูงผ่านทักษะการวิเคราะห์ขั้นสูงของระบบ แต่ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโลหะเสียดสีกันก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดินอีกด้าน เสียงนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์อย่างแน่นอน มันคือเสียงย่างก้าวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง รินรดาหน้าถอดสีทันที เธอดึงแขนผมให้ถอยหลังไปชิดกับชั้นหนังสืออย่างแรง แว่นตากรอบเงินของเธอสะท้อนแสงสีแดงวาบจากเพดานที่เปลี่ยนจากสีสลัวเป็นสีแดงฉาน *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS!]* *[ตรวจพบตัวตนที่ไม่ระบุสถานะ: "ผู้พิทักษ์แห่งธรณีประตู" กำลังเข้าใกล้พื้นที่เป้าหมายในระยะ 5 เมตร]* *[คำเตือน: พลังชีวิตของผู้ใช้ต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัย แนะนำให้ทำการ "ถอยร่น" หรือ "ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด" ทันที]* เงาดำมหึมาพุ่งทะลุกำแพงหินออกมาอย่างไร้เสียง เศษฝุ่นและอิฐกระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง ดวงตาสสีทองคู่ใหญ่โตรัศมีอำมหิตจ้องมองตรงมาที่เราสองคนจากความมืดมิด พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของร่างปริศนานั้น... ใบหน้าที่เหมือนกับตัวผมเองราวกับแกะ! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีข้ามมิติกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%